โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เชี่ยวชาญเตือนห้ามนำไอศครีมแท่งสอดจิ๊มิคลายร้อน เหตุเสี่ยงบาดเจ็บ-เสียสมดุลพีเอช

MATICHON ONLINE

อัพเดต 26 ก.ค. 2562 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 26 ก.ค. 2562 เวลา 10.17 น.
ภาพ Pixabay

ท่ามกลางสถาณการณ์คลื่นความร้อนที่กำลังปกคลุมภูมิภาคยุโรป โดยในบางพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 42 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ประชาชนต่างหาวิธีคลายร้อนกันหลากหลายวิธี รวมไปถึงมีข้อแนะนำในการคลายร้อนอย่างหลากหลาย อย่างไรก็ตามล่าสุดสำนักข่าวเมโทร รายงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม เผยแพร่คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่ออกมาเตือนบรรดาสาวๆว่า ไม่ควรคลายร้อนด้วยการสอดใส่ไอศครีมแท่งเข้าไปในอวัยวะเพศ

รายงานอ้างคำเตือนของ ดร. ซาร่าห์ เวลช์ ผู้ร่วมก่อตั้งถุงยางอนามัยแบรนด์ HANX ระบุคำเตือนถึงผู้หญิงว่าไม่ควรนำไอศครีมสอดใส่หรือถูไถใกล้กับอวัยวะเพศ โดยระบุรายละเอียดว่า ช่องคลอดเป็นบริเวณที่มีผิวบอบบางและละเอียดอ่อนมากดังนั้นจึงไม่ควรนำสิ่งแปลกปลอมไปสัมผัส อาทิเช่น ไอศครีม เพราะอาจการเกาะติดกับผิวที่บอบบางของช่องคลอดและทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ นอกจากนี้น้ำตาลในไอศครีมอาจทำให้ช่องคลอดเสียสมดุลของค่าความเป็นกรดด่าง (พีเฮช) ในช่องคลอด ถึงแม้สิ่งที่กล่าวมาอาจดูไม่น่ากลัวแต่นั่นก็อาจทำให้เกิดอันตรายได้

ด้านดร.ชรี ดัตตา ผู้ให้คำปรึกษาด้านนรีเวชวิทยาจาก มายเฮลธ์แคร์คลีนิค ได้แนะนำให้สตรีทั้งหลายทำตามคำแนะนำอย่างระมัดระวังและแบ่งปันข้อคิดเห็นเพื่อทำให้ร่างกายของพวกเธอเย็นลงโดยไม่ทำร้ายอวัยวะเพศของตนเอง

ดร.ดัตตา แนะนำให้ใส่ชุดชั้นในผ้าฝ้ายหลวมและหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าที่แน่นเพื่อป้องกันการระคายเคืองและการอักเสบของผิวหนัง นอกจากนี้การอาบน้ำฝักบัวและทำให้ร่างกายไม่สูญเสียน้ำนั้นเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว

ทั้งนี้ไอศครีมไม่ใส่สิ่งแปลกปลอมที่ผู้หญิงเคยใส่เข้าไปในอวัยวะเพศเพียงอย่างเดียว โดยเมื่อเดือนมิถุนายน มีหญิงสองรายที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวหลังใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดประจำเดือนของตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...