โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหม็นหัว...ปลาพรม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 21 ส.ค. 2562 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2562 เวลา 00.30 น.
ภาพไฮไลต์

ปลาพรม หรือปลาพรมหัวเหม็น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Osteochilus melanopleurus เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน Cyprinidae มีขนาดใหญ่ที่สุดในสกุลปลาสร้อยนกเขา มีขนาดโตเต็มที่ได้ถึง 60 ซม. มีขนาดทั่วไป 40 ซม. มีลำตัวกว้างและแบนข้าง หลังโค้ง ท่อนหางสั้น เกล็ดมีขนาดเล็ก ลำตัวมีสีเทาปนเงิน ลำตัวตอนเหนือครีบอกมีลายสีดำจางๆขวางลำตัวเป็นลักษณะเด่น นัยน์ตาเป็นสีแดง

พบกระจายพันธุ์ทั่วไปในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ ในประเทศไทยพบได้ทั่วทุกภาค เป็นปลาที่หากินรวมกันเป็นฝูง ใช้ปากแทะตะไคร่น้ำ รวมทั้งกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น กุ้ง หรือแมลงเป็นอาหารด้วย

เหตุที่ได้ชื่อว่า “พรมหัวเหม็น” เนื่องจากเนื้อเฉพาะส่วนหัวมีกลิ่นเหม็นคาวและเหม็นเขียวมาก แต่ส่วนเนื้อลำตัวกลับมีรสชาติอร่อย เมื่อนำไปปรุงอาหาร

ส่วนการจับปลาชนิดนี้ ฮิวจ์ แมคคอร์มิคสมิธ นักมีนวิทยาชาวอเมริกัน บันทึกไว้ว่า ใช้เบ็ดเกี่ยวข้าวสุกปั้นเป็นก้อนกลม หรือ ใช้กุ้ง แมลง

กรมประมงสำรวจประชากรสัตว์น้ำ เมื่อปี 2545 พบว่า ปลาพรมหัวเหม็น ปลาประจำถิ่นพบมากที่สุดในทะเลสาบสงขลาและลุ่มน้ำชี มีจำนวนลดลงไปเป็นจำนวนมาก…ปี 2548 กรมประมงจึงได้นำพ่อแม่พันธุ์มาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์ ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพัทลุง และศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดขอนแก่น ก่อนจะปล่อยคืนกลับสู่ทะเลสาบสงขลา และเขื่อนอุบลรัตน์ปีละ 1-2 ล้านตัว

หลังจากที่ปล่อยพันธุ์ปลาชนิดนี้ไป 10 ปีกว่าๆ ชาวประมงในอ่างเก็บน้ำอุบลรัตน์และในทะเลสาบสงขลา สามารถจับปลาพรมหัวเหม็นขนาด 1.0 กก.ได้อย่างต่อเนื่อง

เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ถึงการฟื้นความสมบูรณ์ปลาพรมหัวเหม็นให้กับท้องถิ่นทั่วไทย.

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...