โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

10 สัญญาณบ่งบอกว่าคุณรับประทานน้ำตาลมากเกินไป

issue247.com

อัพเดต 22 มี.ค. 2562 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2562 เวลา 00.00 น.

โรคภัยไข้เจ็บที่เกี่ยวข้องกับน้ำตาลมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคมะเร็ง และแม้แต่ต่อมหมวกไตอ่อนล้า เป็นต้น คนส่วนใหญ่รู้ตัวว่าติดน้ำตาลเมื่อพบว่าตัวเองอยากของหวานตลอดทั้งวันและรู้สึกดีหากได้รับประทานเข้าไป คุณเสพติดน้ำตาลหรือไม่? คุณรับประทานน้ำตาลมากเกินไปหรือเปล่า? เอาล่ะนี่คือสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าคุณอาจรับประทานน้ำตาลมากเกินไป

 

1. เหนื่อยล้าและขาดพลังงาน

แม้ว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะให้ทั้งคาร์โบไฮเดรตและพลังงานชั่วคราว แต่ผลลัพธ์ที่ตามมาน่ากลัวมาก อาการเหนื่อยตลอดเวลาอาจเป็นสัญญาณว่าคุณรับประทาน (หรือดื่ม) น้ำตาลมากเกินไป

 

2. ความอยากน้ำตาล/คาร์โบไฮเดรต

หากคุณรู้สึกอยากของหวานอยู่ตลอดเวลาก็เป็นไปได้ว่าคุณเสพติดน้ำตาล การบริโภคน้ำตาลจะทำให้อยากน้ำตาลจนกลายเป็นเสพติดความหวานในที่สุด

 

3. เป็นไข้หวัดบ่อย

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่สบายบ่อยมากกว่าปกติก็เป็นไปได้ว่าอาจเป็นเพราะในอาหารของคุณมีน้ำตาลมากเกินไป การบริโภคน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง

 

4. โรควิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า

การกินน้ำตาลจำนวนมากสามารถทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพลงได้อย่างรวดเร็วรวมถึงสภาพทางจิตใจด้วย เช่น อาการเซื่องซึม ความเศร้า เครียด และการปลีกตัวออกจากสังคม ดังนั้นหากคุณเป็นโรควิตกกังวลหรืออยู่ในภาวะซึมเศร้า ขอแนะนำให้ลองใช้น้ำมันหอมระเหยเพื่อบรรเทาอาการเหล่านั้นดู

 

5. โรคผิวหนังและปัญหาเกี่ยวกับเท้า (รวมถึงรอยคล้ำใต้ดวงตา)

การรับประทานน้ำตาลจะมีผลต่อการอักเสบของร่างกายและทำให้เป็นโรคผิวหนังอักเสบ หากคุณเป็นสิว โรซาเซีย กลาก หรือแม้แต่ความมัน/ความแห้งที่มากเกินไปก็เป็นไปได้ว่าน้ำตาลคือตัวการสำคัญ บางคนพบว่าการงดบริโภคน้ำตาลจะช่วยรักษาโรคผิวหนังได้ นอกจากนี้น้ำตาลยังมีส่วนทำให้เท้าเกิดการอักเสบ เช่น อาการปวดส้นเท้า และหลายๆคนก็เชื่อว่าการรับประทานน้ำตาลมากเกินไปจะทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ดวงตาด้วย

 

6. ปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักตัว

ร่างกายของมนุษย์สามารถรองรับน้ำตาลได้ในปริมาณที่จำกัด แคลอรี่จากน้ำตาลจะถูกแปรสภาพและกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายจนทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็ว เช่น โรคอ้วน และความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมาไม่ว่าจะเป็นคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

 

7. ความดันโลหิตสูง

ปัญหาความดันโลหิตอาจไม่ได้เกิดจากโซเดียมแต่เป็นน้ำตาลในอาหารของคุณมากกว่า โดยในปี 2010 มีการศึกษาหนึ่งแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างความดันโลหิตสูงกับการบริโภคน้ำตาลมากเกินไป

 

8. ปัญหาเกี่ยวกับฟัน

ทุกคนคงเคยได้ยินว่าน้ำตาลไม่ดีต่อสุขภาพฟันของคุณและมันก็เป็นความจริง น้ำตาลอาจติดอยู่ตามซอกฟันจนทำให้ชั้นเคลือบฟันผุพังและก่อให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้นคุณควรดูแลฟันอย่างดีเพื่อป้องกันปัญหานี้

 

9. โรคเบาหวาน

การรับประทานน้ำตาลหรืออาหารที่มีรสหวานมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักตัวของคุณเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าคุณจะไม่เคยถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวานแต่คนส่วนใหญ่ก็อยู่ใน “ภาวะก่อนเป็นเบาหวาน” โดยที่ไม่ทันรู้ตัว หากคุณรู้สึกว่าตัวเองหิวหรือกระหายน้ำตลอดเวลาทั้งๆที่ก็รับประทานตามปกติบวกกับรู้สึกกระปรี้กระเปร่าหลังจากที่ได้รับประทานน้ำตาล หรืออ่อนเพลียมากๆเมื่อคุณงดอาหาร คุณอาจต้องปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีสัญญาณเตือนอื่นๆของโรคเบาหวานที่คุณไม่ควรมองข้ามไป

 

10. ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

อาหารที่มีรสหวานจะส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจ การศึกษาหนึ่งพบว่าอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลซูโครสสูงจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจมากกว่าอาหารที่มีฟรักโทส ไขมัน หรือแป้งสูงเสียอีก ดังนั้นเราจึงไม่ควรเพิกเฉย มีอาหารหลายอย่างที่ช่วยบำรุงหัวใจของคุณได้เป็นอย่างดี

วิธีเอาชนะอาการเสพติดน้ำตาล

การลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลทรายขาวและคาร์โบไฮเดรตเป็นหนึ่งใน 70 พฤติกรรมที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพโดยรวม ทางที่ดีคุณควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง อาหารเพื่อสุขภาพอื่นๆ เช่น ผลไม้และมันเทศจะมีรสหวานตามธรรมชาติ และเมื่อใดที่คุณเลิกสนใจน้ำตาลแปรรูปอย่างลูกอมและน้ำอัดลม ต่อมรับรู้รสของคุณก็จะสามารถรับรู้รสหวานที่ดีต่อสุขภาพได้มากขึ้น

 

Resources :

jasn.asnjournals.org
www.drfranklipman.com
www.businessinsider.com.au
www.ncbi.nlm.nih.gov

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...