โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

500 สปาพัทยาอ่วมพิษโควิด จี้รัฐคุม "หมอนวดฟรีแลนซ์"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.03 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2564 เวลา 04.35 น.

โควิด ระลอก 3 ทำ “ธุรกิจสปา-ร้านอาหารพัทยา” วิกฤตหนัก สปา 500 แห่งตั้งแต่พัทยาเหนือจดใต้ ปิดกิจการไปกว่า 80% บางส่วนปิดกิจการถาวร ด้านร้านอาหารปิดกิจการชั่วคราวกว่า 90% จี้รัฐเยียวยาพร้อมชี้ให้รัฐออกกฎหมายควบคุม “หมอนวดฟรีแลนซ์” เปิดแพลตฟอร์มเซ็นเตอร์ให้บริการตามบ้านทั่วประเทศ เสี่ยงแพร่โควิด-19

นายชัยรัตน์ รัตโนภาส นายกสมาคมสปาและเวลเนสภาคตะวันออก เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้ธุรกิจสปาหรือนวดในเมืองพัทยามีการปิดกิจการชั่วคราวตามประกาศของรัฐบาล

เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสและการแพร่เชื้อระบาดของโรคโควิด-19 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือตอนนี้มีการเปิดกลุ่มหมอนวดฟรีแลนซ์ รับงานบริการตามบ้านทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

เพราะมีบางแพลตฟอร์มเปิดเป็นเซ็นเตอร์และให้บริการทั่วประเทศ ซึ่งเสี่ยงอันตรายมากในการแพร่เชื้อโควิด-19 เข้าไปให้คนในบ้าน แต่ไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้ ทั้งนี้ หากกล่าวถึงการปรับตัวเพื่อสร้างรายได้ของตัวหมอนวดเองก็ไม่ปฏิเสธ

แต่ถ้ามองในแง่ของกฎหมายควรจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปกำกับดูแล เพราะกรณีนี้อยู่นอกเหนือกฎหมายในการดูแลควบคุม ซึ่งภาครัฐควรนำเรื่องนี้ไปพิจารณาว่าจะเป็นจุดอ่อนหรือจุดด้อย

“ภาพรวมของธุรกิจสปาและร้านนวดได้รับผลกระทบค่อนข้างหนัก จากเดิมธุรกิจร้านนวดทั่วพัทยาเปิดให้บริการประมาณ 400-500 แห่ง โดยส่วนใหญ่จะอยู่โซนถนนเลียบชายหาดพัทยา, ถนนพัทยาสาย 2 และตามซอยต่าง ๆ

ตั้งแต่พัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ แต่ปัจจุบันปิดกิจการถาวรไปกว่า 80% ส่วนใหญ่เป็นร้านนวดที่ไม่ได้อยู่ในโรงแรม ส่วนสปาที่ตั้งอยู่ในโรงแรม หรือติดสัญญาเช่าอยู่ ตอนนี้ร้านที่อยู่ปิดกิจการชั่วคราวตามคำสั่งของภาครัฐ”

ตอนนี้พนักงานส่วนใหญ่เดินทางกลับต่างจังหวัด หรือเปลี่ยนอาชีพไปทำงานอื่น ๆ เช่น ทำงานดูแลผู้สูงอายุ ทำงานโรงงาน ที่ผ่านมาได้คุยกับภาครัฐและชี้ให้เห็นปัญหาก่อนจะมีการระบาดรอบ 2 ว่า

หากไม่มีการเยียวยาและปล่อยให้ผู้ประกอบการปิดกิจการลงไปเรื่อย ๆ จะเป็นจุดอ่อนและจุดพลิกผันของงานบริการประเทศไทย เพราะธุรกิจสปาหรือนวดต้องเป็นบุคคลที่ผ่านการเรียนรู้ มีประสบการณ์และทักษะในเรื่องการให้บริการ เช่น ธุรกิจสปา

พนักงานต้องมีความสามารถเฉพาะทางและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย จึงอยากให้ภาครัฐเห็นความสำคัญ และชะลอการเลิกจ้างงาน เพราะภาคบริการและท่องเที่ยวเป็นภาคธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ อยากให้ภาครัฐประคองธุรกิจให้อยู่ได้เพื่อรักษาการจ้างงาน

ทั้งนี้ การที่ผู้ประกอบการจะฟื้นธุรกิจกลับมาเปิดร้านใหม่อีกครั้งไม่ยาก ขอเพียงนโยบายของภาครัฐมีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยเฉพาะวัคซีนซึ่งเป็นกุญแจสำคัญตัวเดียวที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ไปต่อได้

หากภาครัฐไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามไทม์ไลน์ที่กำหนด แผนการเปิดประเทศก็คงเป็นไปไม่ได้ หากยังมีการกักตัวอยู่นักท่องเที่ยวต่างชาติคงไม่มา เพราะมีทางเลือกไปประเทศอื่น

“ภูเก็ตได้เริ่มดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว แต่ไม่เป็นไปตามแผน ซึ่งมีข่าวว่าจะนำวัคซีนมาฉีดที่คลองเตยก่อนซึ่งมันก็สำคัญ แต่ที่วางแผนไว้แล้วจะดำเนินการอย่างไร ไม่ใช่ไปหยุดแผนภูเก็ต

เพราะงานต่าง ๆ จะหยุดชะงักไปด้วย รวมถึงส่งผลต่อรายได้ของประเทศ ภาครัฐจะเอาเงินที่ไหนมาดูแลและเยียวยาประชาชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อ รวมถึงทำให้ธุรกิจยืนได้ด้วยตนเอง”

ช่วงระยะเวลา 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เฉพาะเมืองพัทยาสูญเสียรายได้ไปกว่า30,000-40,000 ล้านบาท และหากมองเม็ดเงินดังกล่าวที่ไปหมุนเวียนต่อในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทั้งสมุนไพร โรงเรียนสอนนวด ร้านรับซักผ้า คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียสูงถึงกว่า 60,000-1 แสนล้านบาท

ด้านนายนริศ เพชรรัตน์ นายกสมาคมผู้ประกอบการร้านวอล์คกิ้งสตรีทพัทยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการร้านอาหารในวอล์คกิ้งสตรีท

รวมถึงร้านค้าในเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยว ทุกคนเลี่ยงสถานที่แออัด จากเดิมเคยมีร้านค้า ร้านอาหารอยู่ประมาณ 100 กว่าร้านค้า ปัจจุบันเปิดให้บริการเพียง 1-2 ร้านเท่านั้น

และมีการปิดกิจการชั่วคราวกว่า 90% จากผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้เลย ตอนนี้เศรษฐกิจในเมืองพัทยาเงียบสนิท รอบนี้ถือว่าหนักกว่าทุกรอบที่ผ่านมา นอกจากร้านอาหารแล้ว สถานบันเทิง ผับ บาร์ต่าง ๆ ต้องปิดกิจการชั่วคราวกันหมด ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ทำได้เพียงประคับประคองธุรกิจของตนเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...