โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

ตัวละครใน Resident Evil ที่ผ่านการติดเชื้อแต่รอดมาได้

BT Beartai

อัพเดต 21 พ.ค. 2564 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2564 เวลา 08.45 น.
ตัวละครใน Resident Evil ที่ผ่านการติดเชื้อแต่รอดมาได้

ยังคงเป็นกระแสให้พูดถึงอย่างต่อเนื่องกับเกม ‘Resident Evil’ เกมในดวงใจของใครหลาย ๆ คนที่ได้เล่น ยิ่งในภาคล่าสุดอย่าง ‘Resident Evil Village’ ที่ความสนุกของตัวเกมก็สามารถดึงผู้เล่นที่ไม่ชอบมุมมองบุคคลที่ 1 ที่เห็นแค่ปืนให้หามาเล่นกันได้ รวมถึงเนื้อเรื่องที่มีการผูกปมทิ้งประเด็นต่าง ๆ ที่น่าสนใจออกมาออกมาอย่างมากมายให้เราคนเล่นได้ค้นหา รวมถึงตอนจบที่สานต่อเรื่องราวไปยังภาคต่อ ๆ ไปได้อย่างลงตัว ซึ่งสิ่งที่เกม ‘Resident Evil’ ทิ้งเอาไว้ในภาคหลัง ๆ คือตัวละครที่ผ่านการติดเชื้อแต่ก็รอดมาได้พร้อมพลังพิเศษ ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปในภาคก่อน ๆ ก็มีตัวละครที่ผ่านการติดเชื้อแต่รอดมาได้อยู่หลายคน วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าในซีรีส์ ‘Resident Evil’ มีตัวละครหลักคนไหนที่ผ่านการติดเชื้อแล้วรอดมาได้บ้าง และตัวละครเหล่านั้นเป็นอย่างไรในตอนนี้ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

คำเตือน.เนื้อหาในบทความมีการเปิดเผยเนื้อเรื่องในเกม

Rosemary Winters ติดเชื้อจากเกม Resident Evil Village

Resident Evil Village

เริ่มต้นตัวละครแรกกับความหวังใหม่ของซีรีส์ ‘Resident Evil’ ที่จะสานต่อเรื่องราวไปในอนาคต กับตัวละครสาวน้อยโรสแมรี่ วินเทอร์ส (Rosemary Winters) ลูกสาวคนเดียวของอีธาน วินเทอร์ส (Ethan Winters) ที่ถ้าใครเคยเล่นเกม ‘Resident Evil’ ภาคที่แล้วจะทราบดีว่าตัวของพ่อแม่ของโรสนั้นติดเชื้อไวรัส ‘Mold’ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ต้องตกไปถึงลูกสาวแบบเต็ม ๆ ยิ่งช่วงท้ายเกมที่อีธานทราบว่าตนเองนั้นเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน  และสิ่งที่ทำให้เขายังมีชีวิตอยู่เพราะเชื้อ ‘Mold’ ในตัว นั่นก็ยิ่งยืนยันกับเราว่าโรสนั้นมีเชื้อ ‘Mold’ ในตัว โดยข้อมูลบอกว่าตัวของโรสนั้นเกิดวันที่ 2 สิงหาคมปี 2020 และช่วงที่เกิดการลักพาตัวในเกม ‘Resident Evil Village’ โรสมีอายุเพียง 6 เดือน ก่อนที่เธอจะถูกมิแรนด้า (Miranda) จับตัวไปเพื่อใช้เป็นร่างใหม่เพื่อให้กำเนิดลูกสาวของตน แต่ด้วยพลังของโรสที่มีอยู่มากมายจึงทำให้มิแรนด้าพลาดท่าถูกดูดพลังไป และว่ากันว่าโรสนั้นคือเอเวอลีน (Eveline) ที่สมบูรณ์แบบ นับจากนี้ไปเราต้องมาดูกันว่าเธอจะมีพลังแบบไหนและมีบทบาทอย่างไรในอนาคตกัน

Resident Evil Village

Natalia Korda ติดเชื้อจากเกม Resident Evil Revelations 2

Resident Evil Revelations 2

มาต่อกันที่อีกหนึ่งสาวน้อยที่เรียกว่าเด็กที่สุดในซีรีส์ ที่ต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายหนีตายอย่างโดดเดี่ยวบนเกาะที่มีแต่สัตว์ประหลาด ซึ่งโรสใน ‘Resident Evil Village’ ไม่นับเพราะเธอไม่ได้มาหนีตายแบบตัวละครคนอื่น แถมใครที่ได้เล่นเกม ‘Resident Evil Revelations 2’ ต่างก็หลงรักในความไร้เดียงสาของเธอ กับนาตาเลีย คอร์ดา (Natalia Korda)  เด็กสาวที่ไร้ซึ่งความกลัว เพราะเธอนั้นต้องมาเห็นครอบครัวถูกฆ่าตายไปต่อหน้าต่อตา จนทำให้เด็กสาวไร้ซึ่งความหวาดกลัวในทุกเรื่อง จึงทำให้เธอเหมาะที่จะเป็นร่างใหม่ให้กับอเล็กซ์ เวสเกอร์ (Alex Wesker) ที่ต้องการถ่ายโอนความทรงจำลงไปในร่างที่เหมาะสมผ่านเชื้อไวรัส ‘T- Phobos’ ซึ่งก่อนจะทำการย้ายความทรงจำนั้นเด็กน้อยต้องถูกฉีดไวรัส ‘T- Phobos’ และผ่านการทดสอบว่ามีความกลัวอยู่รึไม่ จนสุดท้ายเธอก็ถูกฝังจิตของอเล็กซ์ลงไปจนได้ นั่นจึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งจิตสำนึกอยู่ในตัว จึวทำให้นาตาเลียมีความสามารถในการมองเห็นไปจนถึงทำลายเชื้อ ‘T- Phobos’ ได้ แต่เจ้าตัวที่เป็นนาตาเลียยังไม่รู้เรื่องนี้  และในตอนจบของเกมนาตาเลียได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัว ‘เบอร์ตัน’ ที่ก็เริ่มถูกอเล็กซ์ครอบงำจิตใจไปอย่างช้า ๆ ไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะได้เห็นเธอในฐานะตัวร้ายก็ได้ใครจะรู้

Resident Evil Revelations 2

Sherry Birkin ติดเชื้อจากเกม Resident Evil 2 Remake

Resident Evil 2

มากันที่สาวน้อยที่ต้องเจอเรื่องเลวร้ายอีกหนึ่งคนในวัยเด็ก ทั้งการต้องเห็นพ่อตัวเองกลายเป็นสัตว์ประหลาด โดยคุณลุงใจร้ายตามล่าไปจนถึงแม่ที่ไม่สนใจในตัวเธอแถมยังติดเชื้อ G-Virus ตั้งแต่เด็ก ที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเชอร์รี่ เบอร์กิน (Sherry Birkin) สาวน้อยสุดแกร่งใน ‘Resident Evil 2 Remake’ โดยตัวของเชอร์รี่นั้นเกิดในปี 1986 เป็นลูกสาวของวิลเลี่ยม เบอร์กิน (William Birkin) และเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตในเหตุการณ์เมือง Raccoon ในปี 1998 ซึ่งตัวของเชอร์รี่นั้นถูกพ่อของตนที่กลายร่างเป็น G สิ่งมีชีวิตที่คิดอย่างเดียวคือการสืบสายพันธุ์ไปยังสิ่งมีชีวิตอื่น ซึ่งต้องเป็นสายเลือดเดียวกันเท่านั้นไวรัสถึงจะให้ผล 100% ซึ่งในฐานะพ่อลูกเชอร์รี่จึงเข้ากับไวรัสได้เป็นอย่างดี(ขณะที่คนอื่นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์) แต่ด้วยการช่วยเหลือจากแคลร์ เรดฟิลด์ (Claire Redfield) จึงทำให้เธอหายแต่เชื้อ ‘G-Virus’ ยังคงอยู่ในร่างเธอแต่แพร่เชื้อไม่ได้ แถมเชื้อ ‘G-Virus’ กลายเป็นพลังพิเศษช่วยเธอในการรักษาบาดแผลได้ ซึ่งใน ‘Resident Evil 6’ เชอร์รี่ที่โตเป็นสาวได้มาเป็นเจ้าหน้าที่ ‘Division of Security Operations’ (DSO) องค์กรต่อต้านการก่อการร้ายทางชีวภาพ แต่เธอได้พลาดท่าถูกผู้นำ ‘Neo-Umbrella’ จับตัวไปและใช้เลือดไปทดลองจนทำให้ ‘C-Virus’ สมบูรณ์แบบจนสร้างความวุ่นวายในภาคนี้ ปัจจุบันเธอก็ยังคงใช้ความสามารถที่มีช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน และเราก็หวังว่าเธอจะมีบทบาทต่อไปในภาคต่อไป

Resident Evil 6

Manuela Hidalgo ติดเชื้อจาก Resident Evil The Darkside Chronicles

Resident Evil The Darkside Chronicles

อีกหนึ่งหญิงสาวที่มีชีวิตน่าสงสารอีกหนึ่งคนในซีรีส์ ‘Resident Evil’ นั่นคือมานูเอลล่า  ฮิดัลโก้ (Manuela Hidalgo) เธอปรากฏตัวครั้งแรกในเกม ‘Resident Evil The Darkside Chronicles’ ในฐานะของหนึ่งในผู้รอดชีวิตในหมู่บ้าน ที่มีลีออน สกอต เคนเนดี (Leon Scott Kennedy) ที่ในตอนนั้นยังเป็นสายลับมือใหม่ที่เพิ่งรับงานสืบสวนมาช่วยไว้ โดยลีออนและคู่หูต้องมาสืบเกี่ยวกับการหายไปของเด็กสาวที่เกี่ยวกับพ่อค้ายารายใหญ่ เมื่อลีออนไปถึงหมู่บ้านก็พบกับเด็กสาวที่กำลังร้องเพลงให้สัตว์ประหลาดฟัง ก่อนจะทราบความจริงว่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นคือแม่ของเธอ และตัวของมานูเอล่าก็เป็นลูกสาวของฮาเวียร์ ฮิดัลโก (Javier Hidalgo) ตัวต้นเหตุของหายนะในครั้งนี้ โดยตัวของฮาเวียร์นั้นต้องการรักษาลูกสาวของตนที่เป็นโรคซึ่งรักษาไม่หาย เขาจึงฉีดเชื้อ ‘T- Veronica’ บวกกับเซลของเด็กหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันเพื่อไม่ให้มารูเอล่ากลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดแบบแม่ของเธอ ซึ่งเมื่อเด็กสาวรู้ความจริงเธอก็ต่อต้านพ่อของเธอ โดยการใช้พลังในการเปลี่ยนเลือดตนเองให้เป็นไฟในการกำจัดพ่อของเธอ ซึ่งเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของไวรัส ‘T- Veronica’ ในปัจจุบันมานูเอลล่ายังคงรักษาตัวอยู่โดยรัฐบาลสหรัฐฯ ที่แม้ตอนนี้จะรักษาเธอไม่หายแต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องฆ่าใครเพื่อต่อชีวิตเธออีกแล้ว ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เด็กสาวต้องการ

Resident Evil The Darkside Chronicles

Zoe Baker ติดเชื้อในภาค Resident Evil 7

Resident Evil 7

ยังอยู่กับเรื่องราวของสาว ๆ ในเกม ‘Resident Evil’ ที่ผ่านการติดเชื้อแต่รอดมาได้ หนึ่งในนั้นก็คือโซอี้ เบเกอร์ (Zoe Baker) คนเดียวในครอบครัว Baker ที่ยังคงสติความเป็นมนุษย์อยู่ครบถ้วน เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ในครอบครัวที่ติดเชื้อ ‘Mold’ จากเอเวอลีน โดยเธอสามารถต้านทานการควบคุมจิตใจของเอเวอลีนได้เนื่องจากความรู้ของเธอที่แอบไปศึกษาเกี่ยวกับเชื้อนี้ เธอจึงไม่ถูกควบคุมจิตใจจนกลายเป็นคนบ้าแบบคนอื่น ๆ ซึ่งดูเหมือนครอบครัวจะไม่สนใจเธอที่ไม่มาร่วมโต๊ะอาหารหรือมีส่วนร่วมในครอบครัว จนเมื่ออีธานมาถึงโซอี้จึงใช้โอกาสนี้ใช้เขาให้ไปหายารักษาเพื่อจะหาทางหนีออกไปจากที่นี่ แต่สุดท้ายเมื่อยาเหลือหลอดเดียวอีธานก็เลือกภรรยาของตน โซอี้ที่ถูกทิ้งจึงถูกเอเวอลีนลงโทษโดยการแพร่เชื้อจนเธอกลายเป็นผลึกสีขาว จนได้โจ เบเกอร์ (Joe Baker) คุณลุงของเธอมาช่วยหายารักษาจนหายและไม่มีอาการตกค้างจากเชื้อ ล่าสุดเธอได้เป็นนักข่าวเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ตกเป็นเหยื่อกับเชื้อชีวภาพ และยังคงติดต่อกับครอบครัววินเทอร์สอยู่จนถึงตอนนี้

Resident Evil 7

Leon Scott Kennedy ติดเชื้อในภาค Resident Evil 4

Resident Evil 4

เปลี่ยนมาดูหนุ่ม ๆ กันบ้างกับสุดยอดสายลับของรัฐบาล ผู้เคยฝ่าดงซอมบี้ลุยกองทัพสัตว์ประหลาดมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งการขับรถตำรวจหนีซอมบี้ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์หนีตายในเมืองที่คนขับกลายเป็นซอมบี้ ต่อด้วยเครื่องบินโดยสารที่มีสัตว์ประหลาดบนนั้น หรือจะเป็นการฝ่าฝูงซอมบี้ด้วยรถเมล์ ต่อด้วยการอัดกับสัตว์ประหลาดบนรถไฟฟ้า หนีตายด้วยรถรางในโบราณสถานใต้สุสาน ไปจนถึงขี่มอเตอร์ไซค์สู้หมาซอมบี้ ชายคนนี้ก็ผ่านมาหมดแล้ว ซึ่งทุกอย่างที่ผ่านมือชายคนนี้ต่างพังไม่เหลือซากทั้งสิ้น จนได้ฉายาชายผู้ห้ามขับขี่ยานพาหนะ ที่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลีออน สกอต เคนเนดี ซึ่งถ้าใครที่เคยเล่นเกม ‘Resident Evil 4’ มาจะทราบดีว่าตัวของลีออนนั้นเคยติดเชื้อ ‘Plagas’ เข้าไปในช่วงต้นเกม จึงทำให้ในบางช่วงลีออนจะควบคุมตนเองไม่ได้จนร้ายเอด้า (Ada) อยู่หลายครั้ง จนเธอต้องไปหายามาต้านอาการของเชื้อมาให้ จนถึงตอนท้ายเกมลีออนก็สามารถทำลายเชื้อนั้นลงไปได้ และเขาก็ไม่ได้รับผลข้างเคียงใด ๆ จากไวรัสนี้ ปัจจุบันเขาก็ยังคงทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและกำลังจะมีบทบาทอีกครั้งในฉบับซีรีส์แอนิเมชัน CGI เรื่อง ‘Resident Evil Infinite Darkness’ ที่จะฉายทาง ‘Netflix’

Resident Evil 4 Resident Evil Infinite Darkness

Jill Valentine ติดเชื้อในภาค Resident Evil 3

Resident Evil 3

ถ้าใครที่ติดตามเรื่องราวในซีรีส์ ‘Resident Evil’ มาตลอดจะทราบดีว่าตัวละครหลักหลายคนในเกมซีรีส์นี้นั้นจะติดเชื้อไวรัสระหว่างเนื้องเรื่องอยู่หลายครั้ง ซึ่งทั้งหมดนั้นก็สามารถหาทางรักษาได้ทันเวลาก่อนจะกลายเป็นสัตว์ประหลาดหรือซอมบี้ แต่ก็มีบางคนที่แม้จะรักษาไปแล้ว แต่ก็ยังคงได้รับผลข้างเคียงจากไวรัสแบบเดียวกับที่เชอร์รี่เป็น หนึ่งในนั้นก็คือ จิล วาเลนไทน์ (Jill Valentine) ที่ตัวของเธอนั้นได้ติดเชื้อ ‘T-Virus’ จาก ‘Nemesis’ แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจาก คาร์ลอส โอลิเวียร่า (Carlos Oliveira) หนึ่งในทหารของ  U.B.C.S. ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากเมือง Raccoon ในปี 1998 จนหาย แต่ที่หลายคนไม่ทราบนั่นคือตัวของจิลนั้นยังคงมีเชื่อ ‘T-Virus’ อยู่ในตัวมาตลอด 7 ปี ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ใน ‘Lost in Nightmares’ ที่จิลสละชีวิตช่วย คริส เรดฟิลด์ (Chris Redfield) หนุ่มต่อยหินในตำนานไว้จาก อัลเบิร์ต เวสเกอร์  (Albert Wesker) จึงทำให้เธอบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยเชื้อ ‘T-Virus’ ในตัวจึงทำให้เธอรอดชีวิตมาได้ และเมื่อเวสเกอร์ฉีดเชื้อ ‘Uroboros’ ลงไปร่างของจิลก็สร้างภูมิต้านทานขึ้นมา จนกลายเป็นหนูทดลองจนสามารถเชื้อ ‘Uroboros’ ที่สมบูรณ์แบบมาได้ ส่วนจิลที่หมดประโยชน์ในฐานะหนูทดลองเวสเกอร์ก็เอาเธอมาล้างสมองแล้วใช้งานในฐานะผู้ช่วย เราจึงได้เห็นเธอใน ‘Resident Evil 5’ ในฐานะตัวร้ายนั่นเอง

Resident Evil 3

Moira Burton ติดเชื้อในภาค Resident Evil Revelations 2

Resident Evil Revelations 2

ถ้ามีการจัดอันดับตัวละครที่พูดคำหยาบเยอะที่สุดในซีรีส์ ‘Resident Evil’ เราต้องคิดถึง มอยรา เบอร์ตัน (Moira Burton) สาวปากจัดในภาค ‘Resident Evil Revelations 2’ ที่เธอนั้นเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของ แบร์รี่ เบอร์ตัน (Barry Burton) ที่ในช่วงเกิดเหตุในเมือง Raccoon ในปี 1998 นั้นมอยราได้ออกมาจากเมืองไปก่อนเกิดเหตุการณ์จึงทำให้เธอไม่เคยเจอเรื่องเลวร้ายเหมือนคนอื่น แต่ด้วยความทรงจำในวัยเด็กที่เกิดทำปืนของพ่อลั่นใส่น้องสาวจนเกือบเสียชีวิต จึงทำให้เธอเป็นคนขี้กลัวจนไม่กล้าจับปืน และหลังจากเหตุการณ์ในตอนนั้นมอยรากับพ่อก็มีปากเสียงกันมาตลอด แต่ในใจลึก ๆ เธอก็ยังรักพ่อที่คอยเป็นห่วง และด้วยเหตุการณ์ในตอนนั้นมันจึงทำให้เธอยังคงหวาดกลัวอยู่ในใจลึก ๆ ตลอดเวลา ซึ่งมันกลับกลายเป็นเรื่องดีจนทำให้เธอที่ได้รับเชื้อ ‘T- Phobos’ จึงไม่กลายร่าง แถมยังสามารถเอาชีวิตรอดบนเกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดนานนับปีได้โดยไม่มีความกลัว ปัจจุบันมอยรารักษาเชื้อนี้หายแล้วและไม่ได้รับผลข้างเคียงใด ๆ คงต้องรอดูว่าเธอจะมีบทบาทอะไรอีกในอนาคต

Resident Evil Revelations 2

Jake Muller ติดเชื้อในภาค Resident Evil 6

Resident Evil 6

ถ้าเราจะบอกว่าโรสแมรี่ วินเทอร์สลูกสาวอีธานคือเด็กที่เกิดมาพร้อมกับเชื้อไวรัส จนทำให้เธอได้รับพลังพิเศษเป็นคนแรกของซีรีส์ก็คงจะพูดแบบนั้นไม่ได้ เพราะ เจค มุลเลอร์ (Jake Muller) ลูกชายของเวสเกอร์ต่างหากที่เกิดมาพร้อมกับพลังที่ได้จากพ่อของเขาเป็นคนแรกของซีรีส์ จากข้อมูลไม่ได้บอกเราอย่างแน่ชัดว่าแม่ของเจคไปได้กับเวสเกอร์ตอนไหน แต่สิ่งที่เรารู้ก็คือแม่ของเจคเป็นชาว ‘Edonia’ ประเทศที่มีแต่สงครามกลางเมือง จนแม่ของเขาอพยพมาอเมริกาและพบกับเวสเกอร์ที่น่าจะเป็นก่อนเรื่องราว ‘Resident Evil’ ภาคแรก ที่ตอนนั้นเวสเกอร์ได้ฉีดยาเพื่อให้ตนเองมีพลังเหนือมนุษย์ไปแล้ว บวกกับที่ตัวเขานั้นเป็นเด็กพิเศษในโครงการ ‘Weskers’ ที่ได้รับเชื้อ ‘Progenitor Virus’ จึงทำให้เจคได้รับพลังพิเศษจากพ่อมาแบบเต็ม ๆ  โดยพลังพิเศษของเขาคือการต้านเชื้อไวรัสทุกชนิดได้ ดูได้จากการฉีดเชื้อ ‘C-Virus’ ในช่วงต้นเกม ‘Resident Evil 6’ ที่ไวรัสทำอะไรเขาไม่ได้เลย คล้ายกับจิลที่มีภูมิต้านทานไวรัส และด้วยความสามารถนี้จึงทำให้เขาถูกจับนำเลือดไปทดลองจนสามารถสร้าง ‘C-Virus’ ได้สำเร็จนั่นเอง ส่วนปัจจุบันเจคก็เดินทางไปทั่วโลกเพื่อช่วยเหลือผู้คนที่เดือดร้อน ที่ดูได้จากตอนจบของ ‘Resident Evil 6’ ที่เขาไปช่วยเด็กชายจากการถูกอาวุธชีวภาพโจมตี เขายื่นข้อเสนอค่าจ้างในการกำจัดพวกมัน เด็กชายจึงยกผลไม้ให้เป็นค่าตอบแทนซึ่งเขาก็รับมาด้วยรอยยิ้ม เป็นการบ่งบอกถึงการเดินทางของเขาได้เป็นอย่างดี

Resident Evil 6

Ashley Graham ติดเชื้อในภาค Resident Evil 4

Resident Evil 4

กลับมาที่ ‘Resident Evil 4’ อีกครั้งกับสาวน้อยที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวในภาคนี้ ที่ลีออนต้องไปช่วยเธอจากการถูกลักพาตัว ที่คนส่วนมากที่ได้เล่นเกมภาคนี้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แอชลีย์ แกรแฮม (Ashley Graham) คือตัวละครที่น่ารำคาญที่สุดในซีรีส์เมื่อเทียบกับตัวละครผู้ช่วยคนอื่น ๆ ในซีรีส์นี้ เพราะตัวของแอชลีย์นั้นไม่สามารถต่อสู้ได้เหมือนตัวละครอื่น แถมยังร้องเสียงดังแสบแก้วหูจนใครหลายคนอยากจะยิงเธอทิ้งมากกว่ายิงศัตรู และตามเนื้อเรื่องนั้นแอชลีย์จะถูกฉีด ‘Plagas’ เข้าไปเช่นกัน โดยทางฝั่งตัวร้ายต้องการให้แอชลีย์ที่ถูกเชื้อยึดร่างแบบ 100% ได้กลับไปหาพ่อของเธอเพื่อจะได้แพร่เชื้อ ‘Plagas’ ใส่พ่อตัวเอง ทีนี้ทางผู้ก่อการร้ายก็สามารถยึดอเมริกามาเป็นของตนผ่านหุ่นเชิด แต่แผนนี้ก็ถูกทำลายเพราะสุดยอดสายลับผู้พังยานพาหนะอย่างลีออนช่วยเอาไว้ โดยการยิงแสงทำลายตัวเชื้อที่ฝังในร่างได้ก่อนที่มันจะยึดร่างแบบเต็มที่ ปัจจุบันแอชลีย์ก็ใช้ชีวิตปกติไม่ได้มีผลข้างเคียงจากเชื้อแต่อย่างใด ซึ่งใน ‘Resident Evil 4 Remake’ แอชลี่ย์จะยังคงเสียงแสบแก้วหูอยู่ไหมมารอดูกัน

Resident Evil 4

Mia Winters ติดเชื้อในภาค Resident Evil 7

Resident Evil 7

อีกหนึ่งตัวละครที่มีความสำคัญในเนื้อเรื่องเกม ‘Resident Evil’ ภาค 7 และ Village มากที่สุด นอกจากอีธานผู้เป็นพระเอกของเกมแล้ว มีอา วินเทอร์ส (Mia Winters) ผู้เป็นทั้งนางเอกและแม่ของโรสก็เป็นหนึ่งในแปลที่ขาดไม่ได้ เพราะเธอคือต้นเหตุของเรื่องราวที่เกิดขึ้นทุกอย่างของทั้งสองภาค โดยภาคแรกนั้นตัวของมีอาเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของ ‘The Connections’ ในการพัฒนาเชื้อ ‘Mold’ ที่ได้มาจากมิแรนด้าจนสร้างออกมาเป็นเอเวอลีนตัวทดลองในร่างเด็กน้อย ซึ่งตัวของมีอาถูกกำหนดให้ทำหน้าที่ดูแลเอเวอลีน เด็กน้อยจึงรักมีอาเหมือนแม่และชอบในสิ่งที่เธอเป็น จึงไม่ได้เปลี่ยนเธอให้เป็นคนเสียสติแบบคนอื่น จนเมื่ออีธานมาถึงเอเวอลีนก็ทำให้มีอาที่ติดเชื้อเกิดบ้าคลั่ง ซึ่งสุดท้ายอีธานก็สามารถรักษาเชื้อ ‘Mold’ ในตัวมีอาได้สำเร็จ โดยที่ไม่มีอาการตกค้างจากเชื้อ ซึ่งนั่นก็หมายความว่าตัวของโรสที่มีพลังนั้นก็มาจากผู้เป็นพ่อล้วน ๆ นั่นเอง ปัจจุบันมีอายังมีชีวิตอยู่และดูแลโรสอย่างใกล้ชิด เพื่อสอนเธอให้ฝึกต่อยหินตามคำสั่งเสียของอีธาน ที่บอกกับคริสให้ช่วยดูแลโรสแทนเขาในช่วงท้ายเกม จากการคาดเดาตัวละครตัวนี้คงจะหมดบทไปแล้ว ในภาคต่อไปอาจจะถูกตัดตายหรือแค่พูดถึงผ่านเอกสารไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรแล้ว

Resident Evil 7

Claire Redfield ติดเชื้อในภาค Resident Evil Revelations 2

Resident Evil Revelations 2

เชื่อว่าหลายคนคงจะยังไม่ทราบว่า แคลร์ เรดฟิลด์ (Claire Redfield) นั้นก็เคยผ่านการติดเชื้อมาแล้วในภาค ‘Resident Evil Revelations 2’ ที่เธอกับผู้รอดชีวิตคนอื่น ๆ เป็นหนึ่งในตัวทดลองที่ถูกจับไปบนเกาะที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด เพื่อทดสอบความกลัวในเชื้อ ‘T- Phobos’ ที่จะทำให้คนกลายเป็นซอมบี้หรือสัตว์ประหลาดได้นั้น ผู้ติดเชื้อต้องมีความกลัวถึงขีดสุด ซึ่งแคลร์ที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาอย่างมากมายผ่านความสูญเสียมาหลายต่อหลายครั้ง จนทำให้เธอกลายเป็นคนไม่มีความกลัว จนเชื้อ ‘T- Phobos’ ทำอะไรเธอไม่ได้ ในช่วงท้ายของเกม ‘Resident Evil Revelations 2’ แคลร์ตัดผมสั้นเปลี่ยนแนวของตัวไป แต่ในซีรีส์แอนิเมชัน CGI เรื่อง ‘Resident Evil Infinite Darkness’ แคลร์กลับมาผมยาวทรงเดิม ต้องรอดูว่าเนื้อหาในซีรีส์จะเป็นช่วงก่อนหรือหลังในเกมภาคนี้ ซึ่งถ้าจะให้เดาก็น่าจะเป็นเรื่องราวก่อน ‘Revelations 2’ แน่นอน ยังไงก้รอติดตามกันได้เร็ว ๆ นี้

Resident Evil Revelations 2

Alice ติดเชื้อมาจากภาค Resident Evil ผีชีวะ

Resident Evil ผีชีวะ

ปิดท้ายแถมให้เป็นพิเศษกับตัวละครที่ผ่านการติดเชื้อแต่รอดมาได้ในภาพยนตร์ ‘Resident Evil’ หรือชื่อไทยคือ “ผีชีวะ” กับอลิซ ( Alice) หญิงสาวที่เป็นหนึ่งในพนักงานของ ‘Umbrella Corporation’ ที่ตัวของเธอนั้นเป็นหนึ่งในร่างโคลนต้นแบบของอลิเซีย มาร์คัส ‘Alicia Marcus’ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Umbrella’ ที่ตอนนี้แก่แล้วและเธอก็ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยเชื้อไวรัสทำลายโลก จึงร่วมมือกับอลิซในการทำลายเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายทั่วโลกจนหมด แต่ก่อนหน้านี้ตัวของอลิซที่เป็นร่างโคลนก็มีความสามารถเหนือมนุษย์ที่ได้จาก ‘T-Virus’ แต่ภายหลังพลังนี้ก็ถูกทำลายไปจนทำให้เธอกลับมาเป็นคนธรรมดา ก่อนจะใช้ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของเธอปกป้องโลก ปัจจุบันเธอเดินทางไปทั่วโลกเพื่อช่วยเหลือทุกคนจากสัตว์ประหลาดที่ยังไม่ตายจากยาแก้ไวรัสที่ยังกระจายไปไม่ถึง

Resident Evil ผีชีวะ

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 13 ตัวละครในเกมกับอีกหนึ่งตัวละครในภาพยนตร์ ‘Resident Evil’ ที่ผ่านการติดเชื้อแต่ยังมีชีวิตอยู่หวังว่าจะถูกใจกัน โดยเราพยายามหาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการติดเชื้อของตัวละคร และผลข้างเคียงว่าพวกเขาหรือเธอเป็นอย่างไรบ้างมานำเสนอ เพื่อให้คนที่ไม่เคยเล่นหรืออาจจะเล่นแต่ลืมไปแล้ว ได้เข้าใจเรื่องราวที่ขาดหายไปของตัวละครเหล่านี้มากขึ้น และถ้าขาดตกข้อมูลตรงไหนไปก็ขออภัยมาด้วย ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรก็ติดตามกันได้ที่นี่ที่เดียว

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...