โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ตำรวจปิดล้อมไล่ล่าหนุ่มก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์หลายคดีหนีจนจมน้ำดับ

77kaoded

เผยแพร่ 24 มี.ค. 2563 เวลา 19.27 น. • 77 ข่าวเด็ด

ราชบุรี   ช่วงกลางดึกของวันที่ 24 มี.ค.63  พ.ต.อ.ธนู   ฮวบประเสริฐ   รองผบก.ภ.จ.ราชบุรี  ได้รับแจ้งจากพ.ต.อ.สมมาตร   จันทรัตน์   ผกก.สภ.โพธาราม   ว่าคนร้ายก่อเหตุตรเวณจี้ชิงทรัพย์ในพื้นที่สภ.โพธาราม ที่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม  ได้จมน้ำเสียชีวิต บริเวณบ่อน้ำหน้าฮวงซุ้ย ด้านหลังรีสอร์ทแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ 1 ต.คลองตาคต อ.โพธาราม   จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมแพทย์โรงพยาบาลโพธาราม และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี ในที่เกิดเหตุพบศพชายทราบชื่อภายหลังคือ  นายณรงค์  น้อยปิ่น อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 หมู่ 2 ต.ห้วยยางโทน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นอนหงายอยู่ริมบ่อน้ำ สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทา กางเกงขาสั้นสีดำ ตามร่างกายมีรอยสักเกือบทั่วตัว ชันสูตรไม่พบบาดแผลจากการถูกทำร้าย และมีกระเป๋าสะพายคล้องอยู่ที่ตัว ตรวจสอบด้านในกระเป๋า พบอาวุธปืนยี่ห้อเมาเซอร์ 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด 9 ม.ม. หัวระเบิด 4 นัด สร้อยคอทองคำ พระเลี่ยมทอง และเงินสด เปียกน้ำจำนวนหนึ่ง

           นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเข้าตรวจค้นห้องพักในรีสอร์ทใกล้ที่เกิดเหตุที่นายณรงค์ น้อยปิ่น ผู้เสียชีวิต เช่าพัก พบทรัพย์สินเป็นธนบัตรเก่า พระเครื่องทั้งแบบเลี่ยมทองและแบบธรรมดา สมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม และบัตรเครดิตหลายใบ จึงได้ยึดไว้พร้อมกันนี้ได้ควบคุมหญิงสาววัยรุ่นอายุ 16 ปี พร้อมรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซุปเปอร์คัพ สีชมพู ทะเบียน 1 กส 0817 เชียงใหม่ ไว้สอบสวนด้วย

ด้านพ.ต.อ.สมมาตร จันทรัตน์ ผกก.สภ.โพธาราม เปิดเผยว่าผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีปล้น จี้ ในพื้นที่อ.โพธาราม แจ้งความไว้ 5 คดี  พื้นที่สภ.ใกล้เคียงอีก 2 คดี ก่อเหตุตั้งแต่วันที่ 20 – 23 มี.ค.63 แบบใจกล้ามาก เข้าไปในขโมยทรัพย์สิน และจี้ ผู้เสียหาย ในขณะที่มีคนอยู่ในบ้าน และระหว่างอยู่ตามที่สาธารณะ จนทำให้ชาวบ้านหวาดผวา  ซึ่งผู้ที่ถูกก่อเหตุได้มีการนำเรื่องราวลงแชร์ในโลกโซเชี่ยล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามสืบสวนสอบสวน  โดยดูภาพจากกล้องวงจรปิดบางจุด พร้อมกับได้ข้อมูลว่านายณรงค์ มาจากที่อื่นแต่ได้รู้จักกันทางโซเชี่ยล นัดออกมาเจอพูดคุยกันและยืมรถจักรยานยนต์แล้วไปก่อเหตุโดยที่เจ้าของรถไม่ทราบมาก่อน ช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านปิดล้อมเมือง เพื่อกดดันคนร้ายและสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน กระทั่งทราบว่านายณรงค์ได้หลอกให้หญิงสาวคนที่ควบคุมตัวไว้สอบสวนดังกล่าว ให้ออกมาเจอกันและยืมรถจักรยานยนต์คันที่ยึดไว้ เพื่อไปก่อเหตุอีก จากนั้นกลับมารับหญิงสาว ขี่รถออกมาเจอด่านตรวจเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าชาร์จแต่ขี่รถหลบหนีไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบแล้วว่านายณรงค์ไปเช่าบ้านพักในรีสอร์ท จึงนำกำลังไปปิดล้อม แต่นายณรงค์ได้วิ่งหนีออกจากรีสอร์ทไปตามคลองชลประทาน   การไล่ติดตามจับกุมมีชาวบ้านชำนาญที่พื้นที่ช่วยไล่ตามจับด้วย จนมาถึงที่เกิดเหตุเป็นบ่อน้ำมืดและรก นายณรงค์ตกลงไปลอยคอในบ่อน้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจเกลี้ยกล่อมให้มอบตัวอยู่นาน แต่ไม่ยอม กระทั่งร่างจมหายไปในบ่อน้ำ คาดว่าที่จมน้ำคงเกิดจากตะคริวกิน เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามลงไปช่วยแต่น้ำลึกประมาณ 5 เมตร ทำให้การช่วยเหลือลำบาก ต้องแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยค้นหา และเจอร่างจมอยู่ก้นบ่อ นำขึ้นมาพบว่าเสียชีวิตแล้ว

     ด้านนางพานี    พงศ์อนันต์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 8 ต.คลองตาคด อ.โพธาราม เปิดเผยว่าได้เดินทางมาดูศพนายณรงค์ ยืนยันว่าคือคนร้ายที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ตนเองได้เงินสดไป 14,000 บาท เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกันนี้ โดยใช้อาวุธปืนจี้นายคงสิทธิ์ จันทร์ปลอด อายุ 49 ปี พี่ชายตนที่บ้านอยู่ติดกัน ขณะกำลังจะนำรถจักรยานยนต์เข้าบ้าน แล้วล็อกตัวพี่ชายเข้ามาบ้านตน จากนั้นเอาปืนจี้ตน ขณะนั่งดูทีวีอยู่คนเดียว ส่วนแม่และหลานสาวอีก 2 คน อยู่อีกด้านหนึ่งของบ้าน แล้วบอกตนว่ามีเงินเท่าไหร่ให้เอามาให้หมด ด้วยความกลัวตนจึงไปหยิบเงินมาให้จำนวน 14,000 บาทมาให้ จากนั้นคนร้ายก็รีบออกจากบ้านไป แม้คนร้ายจะใช้ผ้าปิดครึ่งใบหน้า แต่จำรอยสักที่หางคิ้วทั้งสองข้างที่แขนซ้าย และอาวุธที่ตรวจพบได้ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายอีก 2 ราย  เดินทางมาดูศพต่างยืนยันว่าใช่คนร้ายที่ก่อ้หตุ  เนื่องจากจำรอยสักได้ ซึ่งผู้เสียหายต่างขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งใจในการติดตามจับคนร้าย แม้คนร้ายจะเสียชีวิตเพราะจมน้ำ แต่ก็ทำให้ชาวบ้านที่หวาดผวาได้สบายใจ ไม่ต้องวิตกกังวลกับคนร้ายรายนี้อีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...