BDMS กำลังจะครองโรงพยาบาลในตลาดหุ้น?
อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าในตลาดหุ้น มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในกลุ่มโรงพยาบาล จำนวน 23 หลักทรัพย์ ประกอบด้วย AHC, BCH, BDMS, BH, CHG, CMR, EKH, KDH, LPH, M-CHAI, NEW, NTV, PR9, PRINC, RAM, RJH, RPH, SKR, SVH, THG, VIBHA, VIH, WPH
ทั้งนี้หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปมากที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ คงหนีไม่พ้น บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS รองลงมาก็เป็น บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ตามมาด้วย บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) หรือ SVH ซึ่งทั้ง 3 หลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นโรงพยาบาลในเครือของ BDMS ด้วยกันทั้งสิ้น
สำหรับ BDMS ถือได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเครือข่ายโรงพยาบาลที่กว้างขวางที่สุดในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยมีจำนวนเตียงในกลุ่มสิ้นปี 2562 อยู่ที่ระดับ 8,299 เตียง แบ่งเป็น โรงพยาบาลกรุงเทพ ประมาณ 4,057 เตียง โรงพยาบาลสมิติเวช ประมาณ 1,324 เตียง โรงพยาบาลพญาไท ประมาณ 1,241 เตียง โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล ประมาณ 1,008 เตียง โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ประมาณ144 เตียง และโรงพยาบาลรอยัล ประมาณ130 เตียง เป็นต้น
มีโรงพยาบาลเครือข่ายในไทยและกัมพูชา จำนวนรวม 48 แห่ง (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) ดำเนินการภายใต้ชื่อโรงพยาบาล 6 กลุ่ม คือ กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่มโรงพยาบาลสติเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท กลุ่มโรงพยาบาลเปาโล และกลุ่มโรงพยาบาลรอยัล นอกจากนี้ เครือข่ายของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ยังรวมถึงธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์ ได้แก่ ธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ธุรกิจผลิตยา ธุรกิจผลิตน้ำเกลือและธุรกิจร้านขายยาและเวชภัณฑ์ เป็นตัน
สำหรับหุ้นในกลุ่ม BDMS ประกอบด้วย 1.บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) หรือ SVH ถือหุ้นในสัดส่วน 95.76% (ณ 12 ธ.ค.62) ให้บริการด้านการรักษาพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลสมิติเวช ให้บริการแก่ผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในตลอด 24 ชั่วโมง ในระดับตติยภูมิ (Tertiary Care) และมีบริการรักษาพยาบาลแบบไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (Out Patient Clinic ) ด้วย
2.บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ KDH (ถือหุ้นโดย BDMS 34.43% ถือหุ้นทางอ้อมโดยบริษัทย่อย 29.02%) ประกอบธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลสมิติเวช ธนบุรี (เดิมชื่อ โรงพยาบาลกรุงธน 1) โดยให้บริการด้านการแพทย์แก่ผู้ใช้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงให้คำปรึกษา วินิจฉัยโรค และรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้โรงพยาบาลยังมีศูนย์แพทย์เฉพาะทางต่างๆ และหน่วยบริการพิเศษไว้บริการผู้ป่วย เช่น สถาบันเต้านมสมิติเวช ศูนย์กล้ามเนื้อกระดูกและข้อ ศูนย์จักษุกรรมและเลสิก ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและลำไส้ ศูนย์สุขภาพ และแผนกฉุกเฉิน เป็นต้น
3.บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH ปัจจุบัน ถือหุ้นสัดส่วน 24.99% ประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้ชื่อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล ในกรุงเทพมหานคร โดยมีการให้บริการทางการแพทย์ครบวงจรทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมทั้งศูนย์บริการผู้ป่วยต่างชาติ และลงทุนในธุรกิจการแพทย์และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ
จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่า หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลมีมาร์เก็ตแคปรวมกันทั้งสิ้น 599,315.82 ล้านบาท หากคิดเฉพาะกลุ่ม BDMS พบว่า มีมาร์เก็ตแคปรวมกันทั้งสิ้น 422,712.20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70.53% ของมูลค่ามาร์เก็ตแคปรวม
หากเข้าไปสำรวจตัวเลขกำไรสุทธิทั้งกลุ่มพบว่าอยู่ที่ระดับ 27,995.23 ล้านบาท ถ้าหากคิดเฉพาะกลุ่ม BDMS พบว่า มีกำไรสุทธิรวมกันทั้งสิ้น 21,291.10 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 76.05% ของกำไรสุทธิรวมในกลุ่มโรงพยาบาล
โดยมีรายละอียดดังนี้
ขณะที่ BDMS ในช่วงที่ผ่านมา ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติการเข้าทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดโดยสมัครใจแบบมีเงื่อนไขในหุ้นทั้งหมดของ BH โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้น BH เป็นจำนวนทั้งสิ้น 182,513,006 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.99% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยคงเหลือหุ้นที่บริษัทมีความประสงค์จะทำคำเสนอ ได้แก่
หุ้นสามัญจำนวน 32 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 74.83%
หุ้นบุริมสิทธิจำนวน 21 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 0.17%
หุ้นกู้แปลงสภาพทั้งหมด
ทั้งนี้ BDMS จะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดในราคา 125 บาทต่อหุ้น รวมเป็นมูลค่าเสนอซื้อทั้งสิ้น 85,612,731,500 บาท ในกรณีที่มีการปรับราคาเสนอซื้อ มูลค่ารวมของการทำคำเสนอซื้อหุ้นจะอยู่ระหว่าง 85,612,731,500 -102,735,277,800 บาท)
อย่างไรก็ตาม บริษัทสงวนสิทธิในการปรับลดราคาเสนอซื้อสุดท้ายในกรณีที่ BH จ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งมีนัยสำคัญและไม่สอดคล้องกับแนวทางการจ่ายเงินปันผลในช่วง 3 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา โดยในกรณีที่บริษัทจะปรับราคาเสนอซื้อสุดท้ายจะแจ้งให้ทราบราคาที่แน่นอนอีกครั้ง