โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

10 สุดยอดทฤษฎีสมคบคิดฮิตทั่วโลก ข้อเท็จจริงหรือเรื่องลวงโลกที่(บางคน)รอการพิสูจน์

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ก.ย 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 22.00 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - Eugene A. Cernan นักบินอวกาศผู้ควบคุมภารกิจเดินไปที่พาหนะในปฏิบัติการสำรวจของนาซ่า (NASA) เมื่อ 13 ธ.ค. 1972 ภาพจาก AFP PHOTO / NASA / HARRISON H. SCHMITT

ทฤษฎีสมคบคิด 10 เรื่อง ข้อเท็จจริงหรือเรื่องลวงโลกที่รอการพิสูจน์

เมื่อเกิดปรากฏการณ์บางอย่างอันเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก บางครั้งมักจะมีชุดคำอธิบายที่เป็นกระแสหลักที่คนส่วนใหญ่เชื่อถือ แต่ขณะเดียวกันก็มักมีบางกลุ่มที่มาพร้อมชุดคำอธิบายโต้แย้งกระแสหลัก ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นคำอธิบายกระแสรองซึ่งไม่เป็นที่เชื่อถือในคนส่วนใหญ่ และนี่ก็คือทฤษฎีที่รู้จักกันในชื่อว่า “ทฤษฎีสมคบคิด”

“ทฤษฎีสมคบคิด” (Conspiracy Theory) เป็นแนวคิดที่ปรากฏกันมานาน วลีนี้ถูกนำมาใช้แพร่หลายเป็นครั้งแรกในปี 1909 และกลายเป็นคำพูดติดปากในหมู่นักคิด นักวิชาการ ในปัจจุบัน วลีนี้มีใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะในสื่อสิ่งพิมพ์และในสื่ออินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงศตวรรษที่ 20-21 มีทฤษฎีสมคบคิดเกิดขึ้นมากมาย

สำหรับทฤษฎีสมคบคิด ก็คือการคิดและสรุป (กันเอาเอง) แต่อย่างน้อยยังเป็นการคิดแบบอาศัยหลักฐานและข้อมูล (แต่ก็มีข้อมูลทั้งที่จริงและไม่จริง) มาสนับสนุนบ้าง ซึ่งบางครั้ง หากมีข้อเท็จจริงก็เป็นข้อเท็จจริงปะปนอยู่เพียงเล็กน้อย

ข้อมูลในแง่มุมของทฤษฎีนี้มักถูกเผยแพร่ในรูปแบบบทความหรือเรื่องเล่า ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์เพื่อล้างสมอง เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ลบล้างความน่าเชื่อถือ แม้กระทั่งเพื่อความมั่นคง ทว่าทฤษฎีสมคบคิดก็ไม่อาจเป็นสิ่งที่ฟันธงว่าเป็นข้อเท็จจริงได้ เพราะบางครั้งสิ่งที่ถูกอธิบายโดยทฤษฎีนี้อาจไม่มีความจริงเลยก็เป็นได้ หรือมีเพียงบางส่วนเท่านั้น

หลายปีที่ผ่านมา มีเรื่องราวในมุมทฤษฎีนี้มากมาย สำหรับมุมมองจากหนังสือพิมพ์ The Independent ของอังกฤษ พวกเขาก็มีสุดยอดทฤษฎีสมคบคิด 10 อันดับตามมุมมองของพวกเขาเช่นกัน ซึ่งบางเรื่อง ในปัจจุบันนี้ก็มีผู้อธิบายชี้แจงแถลงเพิ่มเติมกันไปบ้างแล้ว

1. การลงจอดของยานอพอลโล 11

เรื่องการลงจอดของยานอพอลโล 11 ลงจอดบนดวงจันทร์ เป็นข้อถกเถียงที่คลาสสิกและยาวนานที่สุดอีกชิ้นก็ว่าได้ ทฤษฎีสมคบคิดมองว่าการลงจอดของยานดังกล่าวบนดวงจันทร์เมื่อปี 1969 รวมทั้งการเหยียบลงบนดวงจันทร์ของ นีล อาร์มสตรอง นั้นล้วนไม่มีความจริง (ซึ่งทำให้เหล่าทีมงานใน “ภารกิจ” โกรธมาก)

ทฤษฎีสมคบคิดอธิบายว่าในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในทศวรรษแห่งสงครามเย็น สหรัฐอเมริกากังวลเรื่องความรุดหน้าเกี่ยวกับการสำรวจอวกาศของสหภาพโซเวียตว่าจะไปไกล จึงกุเรื่องภารกิจดังกล่าวขึ้นมา ส่วนวิดีโอและรูปถ่ายก็เป็นการจัดฉากขึ้นมา รวมทั้งธงชาติสหรัฐฯ ที่ปักบนดวงจันทร์ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า มีลักษณะปลิวคล้ายถูกลมพัด ทั้งที่บนดวงจันทร์ไม่มีลม รวมทั้งเงาของนักบินอวกาศที่ชี้ไปคนละทาง แม้ปัจจุบันองค์การนาซ่าจะออกมาชี้แจงเรื่องนี้แล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่า ทีมจากสหรัฐฯ ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์อยู่ดี

2. ตึกเพนตากอนไม่ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายโจมตี

เรื่องตึกเพนตากอนไม่ได้ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายโจมตีในเหตุการณ์ 9/11 ทฤษฎีสมคบคิดกล่าวว่าไม่มีเครื่องบินลำใดบินชนตึกเพนตากอนในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) การที่ตึกระเบิดเป็นเพราะมิสไซล์ที่ทหารอเมริกันยิงออกมาจากภายในอาคาร นอกจากนั้นพวกเขายังอ้างหลักฐานว่า ไม่พบซากเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินอเมริกันอยู่ในบริเวณนั้น รัฐบาลซ่อมแซมตึกนี้เป็นลำดับสุดท้ายทั้งที่มีรายงานการระเบิดเป็นแห่งแรก พร้อมทั้งชี้จุดน่าสงสัยอื่นๆ เช่น หน้าต่างหลายบานไม่ได้รับความเสียหาย หรือหากเครื่องบินพุ่งชนตึก น่าจะเกิดความเสียหายมากกว่านี้

3. การสร้างงานของ วิลเลียม เชคสเปียร์ (William Shakespeare)

ทฤษฎีสมคบคิดสันนิษฐานว่า กวีและนักประพันธ์ชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไม่ได้สร้างสรรค์ผลงานเองทั้งหมด เรื่องนี้มีการถกเถียงกันเป็นเวลานาน โดยอ้างว่าเมื่อดูหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ไม่มีบันทึกว่าเขาได้รับเงินค่าตอบแทนจากบทประพันธ์หรือได้รับการอุปถัมภ์จากใครเลย ดังนั้น ผลงานโดยเชคสเปียร์อาจเขียนโดยบุคคลอื่น อาทิ ฟรานซิส เบคอน, คริสโตเฟอร์ มาร์โลว์, วิลเลียม สแตนลีย์ และบุคคลอื่นๆ อีกหลายคน

สำหรับข้อสันนิษฐานที่ดูสุดโต่งที่สุดก็คงจะเป็นข้อสันนิษฐานที่ว่าเชคสเปียร์ เป็นคนคนเดียวกับ ชีค อัล ซูบาร์ (Sheikh al-Zubair) กวีและนักเขียนบทละครซึ่งเป็นชาวเมืองบัสรา ประเทศอิรัก ในศตวรรษที่ 16 โดยเชื่อกันว่าผลงานของทั้งคู่คล้ายคลึงกัน

4. พลังงานที่ไม่มีวันหมด (Free energy) มีโทษมากกว่าเป็นประโยชน์

เรื่องพลังงานทดแทน หรือพลังงานที่ไม่มีวันหมด ได้รับการพูดถึงอย่างมากในฐานะทางเลือกใหม่ท่ามกลางภาวะที่พลังงานเช่นน้ำมันและถ่านหินกำลังหมดไปทุกขณะ

พลังงานที่นำมาทดแทนนี้คือการนำสิ่งที่อยู่รอบตัวมาใช้เป็นพลังงาน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม ก๊าซชีวภาพ การแปรรูปขยะ มูลสัตว์และน้ำเสีย แต่คนบางกลุ่มออกมาแย้งว่าพลังงานทดแทนเป็นสิ่งกระทบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ทำให้พลังงานเป็นสิ่งที่หามาได้ง่ายๆ และทำให้เราไม่รู้คุณค่าของพลังงาน ใช้กันอย่างสิ้นเปลือง

ว่ากันว่าการต่อต้านแนวคิดพลังงานทดแทนเชื่อมโยงกับทฤษฎีการจัดระเบียบโลกใหม่ของสมาคมลับต่างๆ ซึ่งบอกกันว่าสมาชิกส่วนใหญ่มีทั้งบรรดานักการเมืองและกลุ่มนายทุนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอันสูญเสียผลประโยชน์จากแนวคิดนี้

5. ปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (Bermuda Triangle)

คงเป็นที่รู้กันดีว่าสามเหลี่ยมปีศาจนี้ได้กลืนกินทุกอย่างที่ผ่านเข้าไปไม่ว่าจะเป็นเรือหรือเครื่องบิน ซึ่งสามเหลี่ยมนี้อยู่บริเวณจุด 3 จุด เป็นรูปสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า ได้แก่ เปอร์โตริโก ปลายสุดของมลรัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกา และเกาะเบอร์มิวดา ช่วงทศวรรษ 1950 เรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่และเครื่องบินรบในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หายไปอย่างไร้ร่องรอย นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่เกิดจากธรรมชาติ เช่น สภาพภูมิอากาศแปรปรวนฉับพลัน น้ำวนจากอุโมงค์ใต้ทะเล พายุทอร์นาโด หรือการแปรผันของสนามแม่เหล็กโลก ซึ่งนี่เป็นคำอธิบายกระแสหลักและเป็นที่เชื่อถือกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็มีชุดคำอธิบายโต้แย้งจากบรรดานักทฤษฎีสมคบคิดว่า มีสิ่งมีชีวิตนอกโลกอยู่เบื้องหลังการสูญหายของสิ่งต่างๆ ในสามเหลี่ยมปีศาจนี้

6. แผนจัดระเบียบโลกใหม่ (New World Order)

เคยเชื่อกันว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังในการจัดระเบียบโลกใหม่ คอยควบคุมระบบการเงินและอำนาจการปกครองของโลกนี้ เชื่อกันว่าอาจมีสมาคมลับที่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ เช่น กลุ่มบิลเดอร์เบิร์ก (ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1954) ลัทธิอิลลูมินาติ (ก่อตั้งขึ้นในเยอรมนี ราว ค.ศ. 1776) และ ลัทธิฟรีเมสัน (องค์กรลับของชาวยิว ก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 37) เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง มีการโยงสัญลักษณ์มากมายเพื่อเชื่อมโยงถึงสมาคมลับเหล่านี้ เช่น สัญลักษณ์เมโซนิกของลัทธิฟรีเมสันตามตึกอาคารต่างๆ สัญลักษณ์เพนตาแกรม (ดาว 5 แฉก) ในนิวยอร์ก สัญลักษณ์ ออล-ซีอิ้ง-อาย (ตาที่สามบนยอดพีระมิด) ของอิลลูมินาติ ที่ปรากฏอยู่บนเหรียญเงินและธนบัตรอเมริกัน

กล่าวกันว่ามีนักธุรกิจ นักการเมือง และบรรดาผู้มีชื่อเสียงหลากหลายวงการเป็นสมาชิกของสมาคมลับเหล่านี้ เช่น จอร์จ วอชิงตัน, เฮนรี่ ฟอร์ด, บีโธเฟ่น เป็นสมาชิกของฟรีเมสัน เรื่องราวเหล่านี้ต่อมาถูกนำไปขยายความต่อและสร้างหลักฐานเพื่อสนับสนุนทฤษฎีโดยนักเขียนและผู้กำกับภาพยนตร์

7. การใช้หมวกที่ทำจากแผ่นฟอยล์เพื่อป้องกันการถูกสะกดจิต

มีคนเชื่อว่าหากสวมหมวกที่ทำจากแผ่นฟอยล์ (ตะกั่วผสมดีบุก) จะป้องกันการถูกควบคุมสมองหรือการสะกดจิต อีกทั้งยังช่วยป้องกันการคุกคามด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ข้อมูลดังกล่าวเป็นการปะติดปะต่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีคนที่เชื่อเรื่องนี้อยู่ทั่วโลก มีทั้งนักธุรกิจ นักการเมือง หรือในญี่ปุ่นก็มีลัทธิที่เรียกว่า Pana-Wave มีสมาชิกประมาณ 1,200 คน ที่เชื่อว่ามีบางกลุ่มพยายามปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อควบคุมจิตใจให้ปฏิบัติตามคำสั่ง หากมีการสวมหมวกฟอยล์ไว้จะช่วยป้องกันคลื่นแม่เหล็กได้

8. พอล แมคคาร์ทนีย์ เสียชีวิตไปแล้ว

มีความเชื่อกันว่า เซอร์พอล แมคคาร์ทนีย์ สมาชิกวงเดอะบีเทิลส์เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ ค.ศ. 1966 และเซอร์พอล คนที่เห็นอยู่ในวงหลังจากนั้น เชื่อกันว่าเป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าและเสียงคล้ายกับเขา พวกนักทฤษฎีสมคบคิดพากันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง โดยดูจากเนื้อเพลงของเดอะบีเทิลส์ที่มีความลับซ่อนอยู่ โดยกล่าวอ้างว่าจอห์น เลนนอน เคยพูดเกี่ยวกับการ เพลย์ แบ็ควาร์ด (การอัดเสียงที่ทำให้เนื้อเพลงเล่นย้อนกลับ ซึ่งมีนัยยะสื่อถึงซาตานและความตาย) ระหว่างที่กำลังจะเล่นเพลง Blackbird จอห์น เลนนอนพูดเหมือนว่าพอลตายไปแล้ว และคิดถึงเพื่อนร่วมวงผู้นี้ นักทฤษฎีสมคบคิดจึงปักใจว่าพอลได้เสียชีวิตและถูกแทนที่โดย วิลเลียม แคมป์เบลล์ ผู้ชนะการประกวดเลียนแบบศิลปินเพื่อเหตุผลทางการตลาด แม้ภายหลังสมาชิกวงเดอะบีเทิลส์จะออกมาปฏิเสธเรื่องนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนเลิกเชื่อเรื่องนี้

9. การสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำของเจ้าหญิงไดอาน่า (Princess Diana)

เจ้าหญิงไดอาน่า สิ้นพระชนม์พร้อมกับ โดดี้ อัล ฟาแยซ (Dodi al Fayez) คนรักใหม่ของพระนางจากเหตุการณ์รถชนในปารีส แม้ว่าการสิ้นพระชนม์ของพระนางจะมีข้อสรุปจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ยังมีคนบางกลุ่มเชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ และมองว่าเป็นการฆาตกรรม

คนกลุ่มดังกล่าวให้เหตุผลว่าบรรดาราชวงศ์ไม่ต้องการให้เจ้าหญิงอภิเษกสมรสกับคนรักใหม่จึงวางแผนฆาตกรรมพระนาง อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เป็นไปตามทฤษฎีสมคบคิดก็ยังสร้างรายได้ให้กับสำนักพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ มากมายที่เผยแพร่เรื่องนี้

10. ความลับเรื่องมนุษย์ต่างดาว ที่เมืองรอสเวลล์ รัฐนิวเม็กซิโก

จากเหตุการณ์ประหลาดที่พบจานบินตกในเมืองรอสเวลล์ ในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 1947 หลายคนเชื่อว่ากองทัพสหรัฐฯ ปิดบังประชาชนจากเหตุการณ์จานบินตก โดยกองทัพอ้างว่า วัตถุบินได้เป็นเพียงบอลลูนตรวจสภาพอากาศเท่านั้น มันทำให้คนบางกลุ่มไม่เชื่อ พากันคิดว่ากองทัพอากาศได้ปกปิดข้อมูลและเก็บตัวอย่างชิ้นส่วนของยานรวมทั้งซากของมนุษย์ต่างดาวกลับไปยังฐานทัพ และหลังจากนั้นก็ปกปิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยการนำหลักฐานไปซ่อนและเขียนรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบเสียใหม่ แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายสิบปี ผู้คนที่สงสัยเรื่องนี้ก็พยายามหาความจริงกันต่อไป

จาก 10 เรื่องดังกล่าวดูเหมือนว่า บางเรื่องที่อธิบายโดยทฤษฎีสมคบคิดก็ดูค่อนข้างพยายามใช้เหตุผลมาอ้างอิงอยู่ แต่บางเรื่องก็ดูเหมือนว่าไม่ค่อยสมเหตุสมผล ถึงอย่างไรการตัดสินใจเชื่อเรื่องต่างๆ นั้นคงขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ชุดคำอธิบายเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชื่อเท่านั้น ทางเลือกย่อมอยู่ที่ตัวบุคคล

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “10 สุดยอดทฤษฎีสมคบคิดที่ฮือฮาทั่วโลก : ข้อเท็จจริงหรือเรื่องลวงโลกที่ยังรอการพิสูจน์” เขียนโดย วารยา ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม 2552

แก้ไขปรับปรุงในระบบออนไลน์เมื่อ 15 มกราคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 สุดยอดทฤษฎีสมคบคิดฮิตทั่วโลก ข้อเท็จจริงหรือเรื่องลวงโลกที่(บางคน)รอการพิสูจน์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...