โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สีหศักดิ์’ เผยกางหลักฐานถก UNCLOS สางเขตแดนทางทะเล รักษาอธิปไตยไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘สีหศักดิ์’ ย้ำจุดยืนถก UNCLOS รักษาผลประโยชน์-อธิปไตยไทย มุ่งเคลียร์เส้นเขตแดนทางทะเล ‘ไทย-กัมพูชา’ เผยคณะประนอมฯ เล็งออกมาตรการย้ำเขมรเลิกโจมตีไทยในเวทีโลก

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (PCA) พระราชวังสันติภาพ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนไทย กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ ในกระบวนการประนอมระหว่างไทยกับกัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (United Nations Convention on the Law of the Sea : UNCLOS) ครั้งที่ 2 ว่า การประชุมครั้งนี้เน้นในเรื่องข้อกฎหมายและเรื่องเทคนิค โดยคณะกรรมาธิการประนอมฯ ขอให้แต่ละฝ่ายแสดงหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการอ้างสิทธิ ในการกำหนดเส้นไหล่ทวีปและทะเลอาณาเขตว่าใช้หลักอะไรบ้าง ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันว่าไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ ภายใต้ UNCLOS ขณะที่ประเด็นสำคัญครั้งนี้ ท่าทีหลักของเราคือกระบวนการนี้ต้องพิจารณาเฉพาะเรื่องของการกำหนดเส้นเขตแดนทางทะเลเท่านั้น ซึ่งเป็นที่เข้าใจกัน โดยทั้ง 2 ฝ่ายใช้โอกาสนี้ชี้แจงท่าทีของแต่ละฝ่าย เพื่อให้คณะกรรมาธิการฯ มีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับท่าทีของแต่ละฝ่าย และเขาต้องนำไปพิจารณาต่อไป

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประการที่สอง ควบคู่กับประเด็นทางด้านกฎหมาย ทางคณะกรรมาธิการฯ เห็นความสำคัญที่ทั้ง 2 ฝ่ายควรต้องมีมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน และได้ใช้เวลาพิจารณาร่างเอกสารที่จะระบุถึงมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันว่าควรจะต้องทำอะไรอย่างไรบ้าง มีทั้งในเรื่องที่จะละเว้นจากการกล่าวหาในเวทีต่างๆ ที่อาจกระทบต่อกระบวนการนี้และการใส่ร้าย ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยพยายามละเว้นสิ่งนี้ เว้นแต่เมื่อมีความจำเป็นที่ต้องชี้แจงในสิ่งที่กัมพูชากล่าวหา ซึ่งมีมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงมาตรการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อะไรก็ตามที่จะทำให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างกัน ซึ่งไทยก็เห็นด้วย และพูดถึงเรื่องที่เราต้องทำตามในสิ่งที่เราพูดเอาไว้ ซึ่งไทยไม่มีปัญหาอยู่แล้ว และที่ผ่านมาเคยมีการพูดคุยกันระหว่างผู้นำทั้ง 2 ประเทศว่าเราจะแก้ไขปัญหาด้วยการคุยแบบทวิภาคีก่อน ซึ่งก็เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศอยู่แล้ว รวมถึงการที่เราต้องพยายามมีมาตรการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สำหรับฝ่ายไทยเราเห็นว่าสิ่งที่ตกลงกัน เราก็ทำอยู่แล้ว และไทยก็ทำอยู่ฝ่ายเดียว

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจนั้น ในการประชุมเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ที่ประเทศกัมพูชา ไทยได้ส่งผู้แทนระดับสูงจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปเข้าร่วม และอีกไม่นาน กัมพูชาจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดของกลุ่มประเทศพูดภาษาฝรั่งเศส ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์ เราก็จะส่งผู้แทนระดับผู้อำนวยการไปเข้าร่วม ถึงไม่มีข้อตกลงในเรื่องนี้ ประเทศไทยก็ดำเนินการอยู่แล้ว

“เราหวังว่าถ้าเราทำตามที่ตกลงกัน ในแนวทางที่จะปรากฏตามเอกสารแนบของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับผลการประชุมครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะอะไรก็ตามที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี ช่วยให้การพูดคุยได้เดินหน้าต่อไป เราก็ทำอยู่แล้ว” นายสีหศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าเราต้องการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ แต่กัมพูชาก็ยังไปกล่าวหาไทยในเวทีโลก ซึ่งรวมไปถึงนายกรัฐมนตรีกัมพูชาระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการประนอม มองว่าบรรยากาศการพูดคุยจะเป็นไปได้ด้วยความราบรื่นหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็อยู่ที่ฝ่ายเขา เพราะเราพูดกันแล้ว และพูดกันมาหลายหนแล้วว่า เราต้องพยายามหลีกเลี่ยงในการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อโจมตีอีกฝ่ายหนึ่ง ซึ่งการโจมตีเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ก็ขอให้ทำตามที่เราพูดกันไว้แค่นั้นเอง แน่นอนว่าเมื่อเราเข้าสู่กระบวนการนี้ เราก็ให้ความร่วมมือ และหวังว่า กระบวนการนี้จะนำไปสู่แนวทางที่จะแก้ไขปัญหาระหว่างกัน แต่สำหรับไทย เราเอาเรื่องเขตแดนทางทะเลมาก่อน เรื่องอื่นไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการประนอม

เมื่อถามว่าเรื่องเส้นเขตแดนทางทะเลยังต้องหารือต่อไปใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า คงต้องหารือต่อไป เพราะครั้งนี้เป็นการนำเสนอท่าทีของแต่ละฝ่าย เพราะคณะกรรมาธิการฯ ต้องการทราบว่าท่าทีของแต่ละฝ่ายว่าในหลักที่ใช้อ้างถึงนั้นคืออะไร และคณะกรรมาธิการฯ คงต้องไปศึกษา และอาจมีข้อสอบถามเพิ่มเติมอีก หรือต่อไปอาจมีข้อเสนอแนะบางประการ ซึ่งเราเปิดกว้างที่จะรับฟัง ขอยืนยันว่าเราต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย และรักษาอธิปไตยของประเทศไทย

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมาธิการประนอมครั้งนี้ที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของศาลประจำอนุญาโตตุลาการซึ่งทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ อยู่ในตึกเดียวกันกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) หรือศาลโลก แต่เป็นคนละกระบวนการ ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับศาลโลก และไม่ใช่กระบวนการทางศาลระหว่างประเทศ ซึ่งจะไม่มีคำวินิจฉัยออกมาที่จะมีผลผูกมัด แต่เป็นการหาทางประนอมโดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็มีความเที่ยงธรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...