โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ญี่ปุ่น” เร่งอุดช่องโหว่ PHP ธนาคาร-สายการบินระงับบริการออนไลน์ หวั่นถูกโจมตีไซเบอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ญี่ปุ่น" เร่งอุดช่องโหว่ร้ายแรงของ PHP หลังธนาคาร สายการบิน และหน่วยงานรัฐระงับบริการออนไลน์ชั่วคราวเพื่อป้องกันการโจมตีไซเบอร์ นายกฯ สั่งเร่งติดตั้งแพตช์ความปลอดภัย

วันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 13.10 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัทญี่ปุ่นตั้งแต่ธนาคารไปจนถึงสายการบินต่างระงับบริการดิจิทัลชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ต นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของความวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังการค้นพบช่องโหว่ในภาษาโปรแกรม PHP ซึ่งถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในการพัฒนาเว็บไซต์

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในหลายประเทศ ตั้งแต่สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา ที่เร่งประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในวันพฤหัสบดี (22 ต.ค.) หลังผู้พัฒนา PHP เปิดเผยช่องโหว่และเผยแพร่ซอฟต์แวร์อัปเดตเพื่อแก้ไขปัญหา

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Xเรียกร้องให้องค์กรที่ใช้ PHP รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เร่งติดตั้งแพตช์รักษาความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด สอดคล้องกับคำเรียกร้องของผู้นำประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวปรากฏชัดเจนเป็นพิเศษในญี่ปุ่น สะท้อนปัญหาที่ประเทศยังคงเผชิญในการรักษาความปลอดภัยและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ล้าสมัย โดยบริการอินเทอร์เน็ตจำนวนมากหยุดให้บริการในวันพฤหัสบดี ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเปิดบัญชีลงทุน ออกบัตรขึ้นเครื่องบินแบบดิจิทัล หรือเข้าใช้เว็บไซต์บริการลูกค้าบางแห่งได้

รัฐบาลญี่ปุ่นยังระงับการให้บริการหน้าเว็บไซต์บางส่วนของกระทรวงการคลังและกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยในการแถลงข่าวตามปกติว่า ยังไม่มีการยืนยันพบการโจมตีที่อาศัยช่องโหว่ของ PHP ดังกล่าว

PHP เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุดบนอินเทอร์เน็ต โดยเป็นพื้นฐานการทำงานของเว็บไซต์หลายล้านแห่ง ดังนั้น ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยจึงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์บนอินเทอร์เน็ต และอาจทำให้บริการออนไลน์เสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล การโจมตีด้วยมัลแวร์ และการเจาะระบบ

การระงับให้บริการเว็บไซต์ชั่วคราวจึงเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ระหว่างที่กำลังดำเนินการแก้ไข

หลายประเทศเริ่มดำเนินมาตรการป้องกันล่วงหน้า โดยฟินแลนด์ทยอยระงับเว็บไซต์หน่วยงานภาครัฐตั้งแต่วันพุธ (21 ต.ค.) ขณะที่เว็บไซต์ของรัฐบาลกลางและหน่วยงานท้องถิ่นในเนเธอร์แลนด์ก็ถูกระงับการให้บริการเช่นกัน

สำหรับญี่ปุ่น ธุรกิจในเครือธนาคารและหลักทรัพย์ของ Mizuho Financial Group ระงับบริการบางส่วน พร้อมระบุว่ากำลังดำเนินมาตรการฉุกเฉินเพื่อยกระดับความปลอดภัยของระบบ

ด้าน Shizuoka Bank ธนาคารระดับภูมิภาคของญี่ปุ่น ระงับการให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ขณะที่บริษัทในเครือ Mitsubishi UFJ Financial Group ระงับบริการออนไลน์บางรายการ

ในภาคการบินAll Nippon Airways (ANA) ซึ่งอยู่ภายใต้ ANA Holdings ระงับบริการหลายประเภท รวมถึงการออกบัตรขึ้นเครื่องบินผ่าน Apple Wallet โดยระบุว่า ยังไม่พบหลักฐานว่าระบบถูกเจาะ แต่ตัดสินใจดำเนินมาตรการป้องกันล่วงหน้า เนื่องจากระบบบางส่วนของบริษัทใช้ PHP

ขณะที่ Japan Airlines ระงับการให้บริการหน้าเว็บไซต์และบริการบางรายการ โดยให้เหตุผลว่าเป็นการบำรุงรักษาระบบ ส่วน East Japan Railway ระงับบริการผ่านเว็บไซต์บางส่วน และ Seven-Eleven Japan ปิดเว็บไซต์บริการลูกค้าชั่วคราว ตามการเปิดเผยของโฆษกบริษัท

การตอบสนองอย่างกว้างขวางของบริษัทญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นว่า ซอฟต์แวร์ที่ล้าสมัยและมักไม่เป็นที่สังเกต ซึ่งฝังอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนได้มากเพียงใด

ญี่ปุ่นมีความเปราะบางเป็นพิเศษ เนื่องจากยังพึ่งพาซอฟต์แวร์รุ่นเก่า (Legacy Software) ในระดับสูง และบริษัทจำนวนมากต้องอาศัยผู้ให้บริการเทคโนโลยีภายนอก

แม้ความนิยมของ PHP ในฐานะภาษาที่นักพัฒนาเลือกใช้จะลดลง โดยมีผู้ตอบแบบสำรวจนักพัฒนาของ Stack Overflow ประมาณ 18% ที่ระบุว่าใช้งาน PHP แต่ภาษาดังกล่าวยังคงถูกใช้อย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น โดยเป็นพื้นฐานของเว็บแอปพลิเคชัน ร้านค้าอีคอมเมิร์ซ และเว็บไซต์ที่ใช้ระบบ WordPress จำนวนมาก ขณะที่หลายบริษัทยังคงใช้ PHP เวอร์ชันเก่า

ผลสำรวจบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว พบว่า 70% ของบริษัทที่ตอบแบบสำรวจและใช้งาน PHP ระบุว่า ยังใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าที่สิ้นสุดการสนับสนุนแล้ว สะท้อนว่าระบบจำนวนมากอาจมีความเสี่ยงจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัย

นอกจากนี้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างต่อเนื่องอาจยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์

กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น อ้างอิงผลการศึกษาขององค์กรไม่แสวงหากำไร ISC2 ว่า ญี่ปุ่นขาดแคลนบุคลากรด้านความปลอดภัยไซเบอร์ประมาณ 110,000 คน

เนื่องจากบุคลากรส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์ ทำให้บริษัทในภาคค้าปลีก การเงิน และขนส่งต้องพึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกในการตรวจสอบความเสี่ยงและติดตั้งแพตช์แก้ไขช่องโหว่ ซึ่งบางครั้งทำให้การระงับบริการที่ประชาชนใช้งานเป็นทางเลือกที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับบริษัท

ลิซา แลนเดา (Lisa Landau) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ThreatLight บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ในกรุงโตเกียว กล่าวว่า ญี่ปุ่นยังคงเผชิญปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและแนวปฏิบัติด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่เพียงพอ ทำให้การบำรุงรักษาความปลอดภัยของระบบมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจมากขึ้น ซึ่งยิ่งทำให้องค์กรไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบเดิม

ขณะเดียวกัน ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยยังคงสะสมเพิ่มขึ้น แม้เทคโนโลยี AI จะขยายขีดความสามารถในการโจมตีแบบเจาะจงเป้าหมาย และเปลี่ยนแปลงรูปแบบภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างรวดเร็ว

แลนเดา ระบุว่า ความเสี่ยงที่แท้จริงคือความสามารถของบริษัทญี่ปุ่นในการปรับตัว ตรวจสอบ และตอบสนองต่อภัยคุกคาม ยังพัฒนาไม่ทันกับความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ

“เหตุใดการบำรุงรักษาความปลอดภัยตามปกติจึงจำเป็นต้องทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก เมื่อการรักษาความปลอดภัยกลายเป็นภัยคุกคามต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ปัญหาก็ใหญ่กว่าช่องโหว่ใดช่องโหว่หนึ่งมาก” แลนเดากล่าว

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...