โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“วราวุธ” สั่งลุยตรวจโรงงานรีไซเคิล 5 จังหวัดกว่า 1,500 แห่ง ระดม 50 ทีมสอบลึกเส้นเงิน–ผู้ถือหุ้น สกัดนอมินี จ่อทยอยปิดโรงงานผิดกฎหมายสิ้นปี

TOP NEWS ONLINE

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TOP NEWS

วันที่ 27 ต.ค.69 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีชาวตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี ร้องเรียนให้ตรวจสอบแหล่งน้ำที่มีกลิ่นเหม็นและคราบคล้ายน้ำมัน ว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องที่ร้องเรียนเมื่อวานนี้(26 ต.ค.) แต่ตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ได้ตั้งกลุ่มไลน์ภายในกระทรวง ประกอบด้วยผู้บริหารทุกหน่วยงานและอุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด หากมีเรื่องร้องเรียนหรือมีผู้ร้องเรียนมาทางตน จะนำเรื่องลงในกลุ่มและให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบโดยรวดเร็ว นายวราวุธกล่าวว่า ที่ผ่านมามีเหตุเกิดขึ้นในหลายจังหวัด โดยเฉพาะปราจีนบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง มีเรื่องเข้ามาเป็นระยะ เจ้าหน้าที่ได้ออกไปตรวจสอบและบังคับใช้มาตรา 37 และมาตรา 39 นอกจากนี้ ยังให้ตรวจสอบลึกถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้นของแต่ละบริษัท โดยพบคนไทยหนึ่งคนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ใช้ชื่อภาษาต่างประเทศเกือบ 18 บริษัท จึงให้ตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีชื่ออยู่ในบริษัทจำนวนมาก และมีความเกี่ยวโยงกันหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติก็ได้ แต่ตรวจสอบเพื่อความไม่ประมาท สำหรับบริษัทที่กระทำความผิดร้ายแรง เช่น ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมหรือทิ้งสายไฟ ได้ขอให้ประสานธนาคารตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเป็นนอมินีหรืออย่างไร หากมีผู้ถือหุ้นเป็นชาวต่างชาติ ให้ตรวจสอบกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าเดินทางออกนอกประเทศแล้วหรือยัง หากยังไม่ได้ออกก็ขอให้อย่าเพิ่งออก เพราะอาจเข้าข่ายบุคคลต้องสงสัยได้เมื่อถามถึงกรณีกรมศุลกากรเปิดตู้สินค้าพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยระบุปลายทางเป็นโรงงานรับทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ กระทรวงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า แน่นอน ต้องตรวจสอบว่าโรงงานปลายทางได้รับอนุญาตตามใบ รง.4 และเป็นโรงงานลำดับที่ 105 หรือ 106 ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่ หากได้รับอนุญาต ต้องตรวจสอบต่อว่าสิ่งที่นำเข้าตรงกับที่สำแดงไว้ รวมถึงปริมาณหรือไม่ เพราะบางครั้งอ้างว่าจะไปที่ใด แต่ปลายทางไม่มีอยู่จริง นายวราวุธ กล่าวขอบคุณกรมศุลกากรที่ตรวจสอบ เพราะการเปิดตู้หรือตรวจสอบก่อนออกจากพื้นที่ท่าเรือจะช่วยลดความเสียหายได้ เมื่อออกจากท่าเรือแล้วเหมือนปล่อยยักษ์ออกจากขวดแก้ว จะกลับเข้าไปใหม่ก็ลำบาก แต่ตราบใดที่ยังไม่ออกมา ก็สามารถตรวจสอบอย่างละเอียดได้ จากเหตุการณ์ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตนได้ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมผ่านปลัดกระทรวงตั้งทีมขึ้นมา 50 ทีม ประกอบด้วยอุตสาหกรรมจังหวัดและเจ้าหน้าที่ที่ระดมจากทั่วประเทศลงพื้นที่เสี่ยง 5 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ และปราจีนบุรี โดยปัจจุบันประเทศไทยมีโรงงานลำดับที่ 105 และ 106 ประมาณ 3,049 แห่ง ในจำนวนนี้อยู่ใน 5 จังหวัดดังกล่าวประมาณ 1,500 กว่าแห่ง หรือประมาณครึ่งหนึ่ง และ วันจันทร์ (2 พ.ย.)จะลงพื้นที่ตรวจทุกโรงงาน ย้ำว่าทุกโรงงาน หากไม่ได้มาตรฐานจะดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน ทั้งมาตรา 37 และมาตรา 39 พร้อมประสานท้องถิ่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสนธิกำลังลงพื้นที่ คาดว่าภายในสิ้นปีจะเริ่มเห็นการทยอยปิดตัวลง และภายในปี 2570 จะพยายามกำจัดโรงงานที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ให้หมดไปจากประเทศไทย ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนและผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากมีคนต่างถิ่นเข้ามาเริ่มทำกิจกรรมใด ๆ ให้ช่วยสอดส่องและแจ้งกระทรวงอุตสาหกรรม ทีมงานกระทรวง หรือสายด่วน 1564 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย

นายวราวุธ กล่าวว่า โรงงานที่ดีก็มีจำนวนมาก แต่โรงงานที่ผิดกฎหมายและก่อปัญหาให้ประชาชนก็มีพอสมควร กระทรวงจะร่วมมือกับทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการคลัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ปปง. เพื่อดำเนินการกับบุคคลเหล่านี้ตามกฎหมายถึงที่สุด เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและทุกครั้งที่พบกัน โดยเชื่อว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะมีคำสั่งเพิ่มเติมจากสำนักนายกรัฐมนตรีออกมา เมื่อถามถึงการระงับนำเข้าวัตถุดิบรีไซเคิล ทั้งโลหะและยาง ว่าจะกระทบอุตสาหกรรมรีไซเคิลในประเทศหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า คิดว่ายังไม่ได้มีการระงับ คงต้องหารือกันก่อน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การระงับสิ่งใดเข้ามา แต่เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องร่วมตรวจสอบไม่ให้มีการสำแดงเท็จ เพราะแม้ห้ามนำเข้าแล้ว ก็อาจสำแดงเท็จภายใต้พิกัดอื่นเข้ามา สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ขั้นตอนการตรวจสอบว่า นำอะไรเข้ามาและตรงกับที่สำแดงไว้หรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...