โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไม "ทะเลเดดซี" ถึงไม่ถูกนับว่าเป็นทะเล? ความจริงของน้ำสุดเค็มที่ทำให้คนลอยตัวได้!

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook

ทำไม “ทะเลเดดซี” ถึงไม่ใช่ทะเล? ความจริงของแหล่งน้ำสุดเค็มที่ทำให้คนลอยตัวได้

ทุกปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์ลอยตัวในผืนน้ำที่ขึ้นชื่อว่าเค็มจัดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่นี่คือ ทะเลเดดซี (Dead Sea) แหล่งน้ำชื่อดังที่อยู่ระหว่างประเทศจอร์แดนกับอิสราเอลและเขตเวสต์แบงก์ แต่แม้จะมีคำว่า “ทะเล” อยู่ในชื่อ แต่ในทางภูมิศาสตร์แล้ว เดดซีกลับไม่ได้จัดเป็นทะเล หากเป็น ทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิด ที่มีลักษณะทางธรรมชาติโดดเด่นอย่างมาก

คำถามที่น่าสนใจคือ หากไม่ใช่ทะเล แล้วเหตุใดผู้คนจึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “ทะเลเดดซี” มานานหลายร้อยหลายพันปี คำตอบเกี่ยวข้องทั้งกับประวัติศาสตร์ของชื่อเรียก ลักษณะภูมิประเทศ และความเค็มที่สูงผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดทำให้เดดซีกลายเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่น่าทึ่งที่สุดบนโลก

เดดซีเป็นทะเลสาบ ไม่ใช่ทะเล

ในทางภูมิศาสตร์ ทะเลสาบ คือแหล่งน้ำที่ถูกล้อมรอบด้วยผืนดินเป็นหลัก ขณะที่ทะเลโดยทั่วไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบมหาสมุทร หรือมีความเชื่อมโยงกับทะเลและมหาสมุทรอื่น ๆ อย่างชัดเจน เดดซีมีลักษณะเป็นแหล่งน้ำปิด ไม่มีทางน้ำไหลออกสู่มหาสมุทร จึงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิด (endorheic lake)

เดดซีตั้งอยู่ในบริเวณแอ่งรอยแยกจอร์แดน โดยมีประเทศจอร์แดนอยู่ทางตะวันออก และอิสราเอลกับเขตเวสต์แบงก์อยู่ทางตะวันตก น้ำส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่แอ่งจากแม่น้ำจอร์แดน รวมถึงลำธารและน้ำไหลบ่าจากพื้นที่โดยรอบ แต่แทบไม่มีทางไหลออกตามธรรมชาติ

เมื่อไม่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลออกจากทะเลสาบ น้ำจึงระบายออกจากระบบนี้ด้วยการ ระเหยเป็นหลัก ประกอบกับพื้นที่โดยรอบมีสภาพอากาศร้อนและแห้ง ทำให้น้ำระเหยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เกลือและแร่ธาตุต่าง ๆ ยังคงสะสมอยู่ในแหล่งน้ำ

ทำไมเดดซีจึงเค็มกว่าน้ำทะเลหลายเท่า?

ความเค็มถือเป็นหนึ่งในลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของเดดซี น้ำทะเลทั่วไปมีความเค็มเฉลี่ยประมาณ 3.5 เปอร์เซ็นต์ หรือราว 35 กรัมของเกลือต่อน้ำ 1 ลิตร ขณะที่ความเค็มของเดดซีอยู่ในระดับประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ และอาจเปลี่ยนแปลงตามตำแหน่งและระดับน้ำ

กระบวนการนี้เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน แม่น้ำและน้ำไหลจากพื้นที่โดยรอบพาแร่ธาตุและเกลือลงสู่แอ่ง ขณะเดียวกันน้ำในทะเลสาบระเหยออกอย่างต่อเนื่อง แต่เกลือและแร่ธาตุส่วนใหญ่ไม่ได้ระเหยตามไปด้วย จึงเกิดการสะสมจนทำให้น้ำมีความเข้มข้นของเกลือสูงมาก

ในน้ำเดดซียังมีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม ความเข้มข้นของสารละลายที่สูงมากทำให้น้ำมีความหนาแน่นมากกว่าน้ำทะเลทั่วไป ส่งผลให้คนที่ลงไปในน้ำสามารถ ลอยตัวได้ง่ายกว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยง เพราะไม่ควรกลืนน้ำหรือปล่อยให้น้ำเข้าตาและแผลบนร่างกาย

แล้วทำไมถึงเรียกว่า “ทะเล”?

ชื่อ “ทะเลเดดซี” มีรากมาจากการเรียกขานในอดีต ไม่ใช่การจัดประเภทตามหลักภูมิศาสตร์สมัยใหม่ ในหลายวัฒนธรรม คำที่มีความหมายว่า “ทะเล” สามารถใช้เรียกแหล่งน้ำเค็มขนาดใหญ่ได้ แม้แหล่งน้ำนั้นจะไม่ได้เชื่อมต่อกับมหาสมุทรก็ตาม

ตัวอย่างที่มีลักษณะคล้ายกันคือ ทะเลแคสเปียน (Caspian Sea) ซึ่งแม้จะใช้คำว่า “ทะเล” แต่ในทางภูมิศาสตร์ได้รับการจัดว่าเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่มาก ส่วนชื่อเรียกเหล่านี้จึงสะท้อนประวัติศาสตร์ ภาษา และมุมมองของผู้คนในแต่ละยุค มากกว่าจะเป็นการจำแนกทางวิทยาศาสตร์

ทำไมถึงเรียกว่า “เดดซี” หรือ “ทะเลมรณะ”?

คำว่า “เดดซี” เชื่อมโยงกับสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูงมากจนสิ่งมีชีวิตในน้ำทั่วไปจำนวนมากไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ปลาและสัตว์น้ำจากแม่น้ำจอร์แดนที่หลุดเข้ามาในบริเวณที่มีความเค็มสูงจึงไม่สามารถอยู่รอดได้ ขณะที่สิ่งมีชีวิตบางกลุ่มที่ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีเกลือสูง เช่น จุลินทรีย์บางชนิด สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

อย่างไรก็ตาม การบอกว่าเดดซี “ไม่มีสิ่งมีชีวิตเลย” ไม่ถูกต้องทั้งหมด เพราะมีการค้นพบจุลินทรีย์ที่สามารถปรับตัวให้ดำรงชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีความเค็มสูงมากได้ ชื่อ “ทะเลมรณะ” จึงควรเข้าใจในบริบทของการที่ สิ่งมีชีวิตในน้ำทั่วไปไม่สามารถอยู่รอดได้ มากกว่าจะหมายความว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตชนิดใดอาศัยอยู่เลย

จุดต่ำที่สุดแห่งหนึ่งบนพื้นผิวโลก

อีกหนึ่งความน่าสนใจของเดดซีคือระดับพื้นที่บริเวณนี้อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมาก โดยผิวน้ำเดดซีในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 430 เมตรต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และระดับน้ำมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพภูมิอากาศและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่ระบบ

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ระดับน้ำของเดดซีลดลงอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย ทั้งการใช้น้ำจากแม่น้ำจอร์แดนและสภาพภูมิอากาศที่แห้งแล้ง ส่งผลให้พื้นที่ผิวน้ำลดลงและภูมิทัศน์รอบเดดซีเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

สรุป ทำไมเดดซีถึงไม่ใช่ทะเล?

แม้จะมีชื่อว่า “ทะเลเดดซี” แต่ในทางภูมิศาสตร์แล้ว เดดซีคือทะเลสาบน้ำเค็มแบบปิด ไม่ได้เชื่อมต่อกับมหาสมุทรและไม่มีทางน้ำไหลออกตามธรรมชาติ ความเค็มที่สูงมากเกิดจากการสะสมของเกลือและแร่ธาตุจากน้ำที่ไหลเข้ามา ขณะที่น้ำระเหยออกอย่างต่อเนื่อง

ชื่อเรียก “ทะเล” เป็นมรดกจากประวัติศาสตร์และภาษา ขณะที่คำว่า “เดดซี” สะท้อนสภาพแวดล้อมที่รุนแรงจนสิ่งมีชีวิตในน้ำทั่วไปไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ทั้งหมดนี้ทำให้เดดซีกลายเป็นแหล่งน้ำที่มีเอกลักษณ์อย่างมาก และเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ชื่อที่เราเรียกกันมานาน อาจไม่ได้ตรงกับการจัดประเภททางวิทยาศาสตร์เสมอไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...