โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘ดาวโจนส์’ ร่วงกว่า 100 จุด น้ำมัน-บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันตลาด

The Bangkok Insight

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (24 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ร่วงกว่า 100 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งเหนือ 93 ดอลลาร์ ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดรอบ 22 ปี นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ หลังเจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณเดินหน้าคุมเงินเฟ้อ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 51,331.92 จุด ลดลง 179.67 จุด หรือ 0.35% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่
7,696.80 จุด ลดลง 9.23 จุด หรือ 0.12% และดัชนีแนสแด็กที่ 26,863.47 จุด ลดลง 72.57 จุด หรือ 0.27%

ดาวโจนส์

นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ทะลุระดับ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งเหนือ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 30 ปีพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 22 ปี

ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 66.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนต.ค. เพิ่มขึ้นจาก 55.4% เมื่อสัปดาห์ก่อน

ส่วนการประชุมเดือนธ.ค. นักลงทุนให้น้ำหนัก 50.3% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 4.25-4.50% เพิ่มขึ้นจาก 41.7% เมื่อสัปดาห์ก่อน

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ 12-0 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมวันที่ 16 ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2566 โดยก่อนหน้านี้เฟดปรับลดดอกเบี้ยมาแล้ว 6 ครั้ง รวม 1.75%

ขณะที่รายงาน Dot Plot ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟด 16 จาก 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้

ด้านนายไมเคิล บาร์ สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการเฟด กล่าวว่า เฟดมีแนวโน้มจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยตลาดแรงงาน และเศรษฐกิจ ยังคงแข็งแกร่ง แต่เงินเฟ้อยังอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% และยังไม่มีแนวโน้มชัดเจนว่าจะกลับเข้าสู่เป้าหมายภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

นายบาร์ระบุว่า ความเสี่ยงต่อการบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงต่อตลาดแรงงานลดลง พร้อมมองว่าการปรับนโยบายการเงินเพิ่มเติมอาจมีความจำเป็น เพื่อให้เงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน เอสแอนด์พี โกลบอล รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและบริการเบื้องต้นของสหรัฐ ปรับขึ้นสู่ระดับ 58.4 ในเดือนก.ย. จาก 56.0 ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 62 เดือน ขณะที่แรงกดดันด้านราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2565

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาทิศทางเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และสัญญาณจากเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย และตลาดหุ้นสหรัฐ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...