โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

IMF เตือน ‘ไทย - อาเซียน’ รับมือความเสี่ยงพลังงานยืดเยื้อ และหนี้ครัวเรือน

SpringNews

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในการแถลงข่าวรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Economic Outlook) ภายในงานประชุม IMF-World Bank 2026 นายคริชนา ศรีนิวาสาน (Krishna Srinivasan) ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของเศรษฐกิจเอเชียที่ปรับตัวได้ดีเกินคาด โดยประเมิน GDP ปี 2025 ขยายตัว 5.0% ปี 2026 ขยายตัว 4.8% และปี 2027 ขยายตัว 4.4% แม้ทิศทางจะชะลอตัวลงบ้าง แต่ยังคงเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก และคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 68% ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกทั้งหมด

ทั้งนี้ IMF ระบุว่า ปัจจุบันเอเชียกำลังเผชิญกับ 3 ปัจจัยปะทะสำคัญ ได้แก่:

  • วิกฤตราคาพลังงาน (Energy Shocks): เอเชียพึ่งพาพลังงานสูงถึง 4% ของ GDP (สูงเป็น 2 เท่าของยุโรป) แต่ที่ผ่านมาหลายประเทศยังรับมือได้ดีจากการนำสต็อกน้ำมันสำรองออกมาใช้ กระจายแหล่งนำเข้า และหันหาพลังงานทางเลือก
  • กระแสเทคโนโลยีและ AI (Tech Boom): แรงขับเคลื่อนสำคัญจากความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และการลงทุน Data Center ช่วยหนุนการส่งออกและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาล โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นห่วงโซ่อุปทานอย่างเกาหลีใต้และบางประเทศในอาเซียน
  • แรงกระแทกจากกำแพงภาษี (Tariff Shocks): ผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีศุลกากร แต่ภาคการส่งออกของเอเชียยังยืนระยะได้ดีจากการค้าภายในภูมิภาคผ่านข้อตกลงการค้าเสรี
ภาพจาก AM2026 Thailand

แม้ภาพรวมจะดูแข็งแกร่ง แต่ IMF เตือนว่า ความยืดหยุ่นของเอเชียไม่ได้มีอยู่อย่างไร้ขีดจำกัด เพราะการดึงสต็อกพลังงานสำรองมาใช้ย่อมมีวันหมด และต้นทุนทางการคลังในการพยุงเศรษฐกิจก็พุ่งสูงขึ้น โดยความเสี่ยงในระยะข้างหน้ายังคงเอียงไปทางขาลงจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ

  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อหรือปะทุรุนแรงขึ้น
  • การทบทวนความสามารถในการทำกำไรและผลิตภาพที่แท้จริงของการลงทุนด้าน AI
  • ความเปราะบางทางการคลังและต้นทุนการกู้ยืมของภาครัฐที่สูงขึ้น
  • ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงเป็นพิเศษ ที่อาจซ้ำเติมเงินเฟ้อและงบประมาณรัฐ

โดยสำหรับประเทศไทยและเพื่อนบ้านในอาเซียน IMF ชี้จุดเปราะบางว่า อาเซียนพึ่งพาพลังงานสูงถึง 7% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเอเชีย หากวิกฤตพลังงานยืดเยื้อจนสต็อกสำรองหมดลงและมหาอำนาจกลับมาแย่งซื้อน้ำมันในตลาดโลก ราคาจะพุ่งสูงกระทบไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางออกระยะยาวจึงเป็นการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนอย่างจริงจัง

ส่วนประเด็น หนี้ครัวเรือนและการดูแลกลุ่มเปราะบางในไทย IMF เสนอแนะให้ยึดหลัก ‘มุ่งอุ้มคน ไม่ใช่อุ้มราคา’ (Protect people, not prices) โดยชี้ว่าภาครัฐควรถอยจากการอุดหนุนราคาสินค้าหรือพลังงานแบบหว่านแห แล้วเปลี่ยนมาเป็นการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า ผ่านการใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลสวัสดิการคัดกรองผู้เดือดร้อนจริง เพื่อรักษาความมั่นคงทางการคลังระยะยาวควบคู่ไปกับการฟื้นฟูกันชนทางเศรษฐกิจของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...