โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

“กาฬโรค” คืออะไร? ยังน่ากังวลแค่ไหนในไทย? เปิดอาการ-วิธีป้องกัน

PPTV HD 36

อัพเดต 06 ต.ค. เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. เวลา 02.16 น.
“กาฬโรค” เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ เช็ก 3 รูปแบบอาการ พร้อมวิธีป้องกัน ขณะที่ไทยยังไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการคัดกรอง

กาฬโรค (Plague) โรคระบาดรุนแรงที่ติดต่อจากสัตว์สู่คน มีสาเหตุมาจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า เยอร์ซีเนีย เพสติส (Yersinia Pestis) โดยแบคทีเรียชนิดนี้มักจะอาศัยอยู่ในสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดเล็ก เช่น หมัดหนู และเมื่อหมัดหนูที่มีเชื้อโรคนี้กัดและปล่อยเชื้อ ก็จะทำให้ผู้ที่ถูกกัดป่วยเป็นกาฬโรคได้ ระยะฟักตัวของโรค 1 - 7 วัน หรืออาจนานกว่านั้น

ข้อมูลจาก สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กาฬโรคพบได้ในประเทศต่างๆ ของทวีปแอฟริกาได้แก่ บอตสวานา(Botswana) สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

ฤดูฝนเสี่ยงไวรัส? เปิดงานวิจัยความชื้นกับการแพร่ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19

ไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่หวัด! เปิดเหตุผลทำไมต้องฉีดวัคซีนทุกปี

เคนย่า มาดากัสกา มาลาวี โมซัมบิก สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย ยูกันดา แซมเบีย ซิมบับเว และกาฬโรคยังเป็นโรคประจำถิ่นในสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศอินเดียสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มองโกเลีย เมียนมาร์ เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยมีการระบาดใหญ่เป็นครั้งคราว

สถานการณ์โรคในประเทศไทย

ได้รับรายงานการระบาดของกาฬโรคครั้งแรกโดยนายแพทย์เอช แคมเบลไฮเอ็ต เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล พบผู้เสียชีวิตที่น่าสงสัยจะเป็นกาฬโรคบริเวณที่อยู่ของพ่อค้าชาวอินเดียทางฝั่งธนบุรี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2447 การระบาดของโรคสันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากหนูที่มีเชื้อกาฬโรคติดมากับเรือสินค้าที่มาจากเมืองบอมเบย์ ประเทศอินเดียซึ่งเป็นแหล่งที่เกิดการระบาดของกาฬโรค หลังจากนั้นโรคก็แพร่ระบาดออกไปหลายท้องที่ของฝั่งธนบุรี และข้ามมาระบาดในฝั่งพระนครอีกหลายท้องที่ รวมถึงรอบนอกของพระนครด้วย โดยมีการเกิดโรคในฝั่ง พระนครและธนบุรีติดต่อกัน 2 ปี จากนั้นก็ระบาดไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีการค้าขายติดต่อกัน ทั้งทางบก ทางเรือ และทางรถไฟ โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นศูนย์กลางตลาดใหญ่ๆมีการค้าขายมาก และมีรายงานการเกิดกาฬโรคอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปี พ.ศ. 2495 จากนั้นไม่มีรายงานการเกิดกาฬโรคในประเทศไทยจนกระทั่งปัจจุบัน

3 ชนิดกาฬโรคตามลักษณะอาการ

กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง (Bubonic Plague)

  • มีไข้ หนาวสั่นอย่างกะทันหัน
  • ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย
  • มีต่อมน้ำเหลืองบวม เจ็บ หรือมีความรู้สึกไว อย่างน้อย 1 จุดตามร่างกาย และจะมีขนาดประมาณไข่ไก่

กาฬโรคปอด (Pneumonic Plague)

  • ไอ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ มีไข้
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปอดบวมอย่างรวดเร็ว หายใจตื้น เจ็บหน้าอก
  • บางรายอาจทำให้มีน้ำมูกไหลหรือน้ำมูกปนเลือด
  • การหายใจล้มเหลวหรือช็อกได้ภายใน 2 วัน หลังจากที่ติดเชื้อ

กาฬโรคแบบโลหิตเป็นพิษหรือติดเชื้อในกระแสเลือด (Septicemic Plague)

  • มีไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลียอย่างรุนแรง
  • ช็อก ปวดท้อง ท้องเสีย อาเจียน
  • มีเลือดออกที่ผิวหนังและอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย
  • เนื้อเยื่อบางส่วนของร่างกายอาจตายและเปลี่ยนเป็นสีดำ (Gangrene)

ขั้นตอนการรักษากาฬโรค

  • หากสงสัยว่ามีอาการคล้ายคลึงโรคนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
  • รีบทำการเพาะเชื้อจากเลือด และหนองที่ต่อมน้ำเหลือง
  • ให้ยาปฏิชีวนะก่อนที่จะทราบผลเพาะเชื้อ
  • สำหรับผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยจะต้องกักตัวไว้สังเกตอาการ และให้ยาปฏิชีวนะป้องกัน

“กาฬโรค” ป้องกันได้ หากด้วยวิธีเหล่านี้

  • ทิ้งขยะมีฝาปิดมิดชิด เพื่อไม่ให้มีการกองขยะ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของหนู
  • ไม่สัมผัสสัตว์ป่วยหรือสัตว์ตาย หากจำเป็นให้สวมถุงมือยาง
  • หากมีสัตว์เลี้ยงต้องใช้ยาฆ่าหมัดเป็นระยะ
  • ไม่ควรนอนกับสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงแบบปล่อย เพราะสามารถติดเชื้อจากสัตว์เลี้ยงที่อาจได้รับเชื้อกาฬโรคหรือหมัดที่อยู่กับสัตว์เลี้ยง
  • ระมัดระวังเป็นพิเศษ เมื่อเด็กหรือผู้ใหญ่ออกนอกบ้าน โดยเฉพาะในแหล่งที่มีการระบาดไม่ใกล้ชิดกับสัตว์ฟันแทะทั้งหลาย

ด้านกรมควบคุมโรค ยืนยันล่าสุดว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการจำกัดการเดินทาง เที่ยวบิน หรือเปิดการคัดกรองพิเศษ ณ ช่องทางเข้าออกประเทศ เนื่องจากระบบเฝ้าระวังปกติของประเทศไทยมีความเข้มแข็งและเพียงพอในการรองรับสถานการณ์ ทั้งนี้ โรคที่อยู่ใน พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 นั้นประเทศไทยจะต้องมีระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การสอบสวนโรค และความพร้อมทางห้องปฏิบัติการอย่างครบถ้วน หากพบผู้เดินทางที่มีอาการสงสัย (ไข้ ร่วมกับปอดอักเสบรุนแรง และมีประวัติสัมผัสเสี่ยง) สามารถเข้าสู่กระบวนการแยกกัก รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ และสอบสวนโรคได้อย่างทันท่วงที โดยกรมควบคุมโรคจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจะแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบเมื่อมีหลักฐานหรือข้อมูลสำคัญเพิ่มเติม หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 2,สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย,กรมควบคุมโรค

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...