โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทุนใหญ่ Fortune 500 อัดงบ Crisis PR พุ่ง วิวาลดี้พีอาร์ ชี้ “ความไว้วางใจ” ชี้ขาดการซื้อ 88%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 ตุลาคม 2569 เวลา 22.41 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิวาลดี้พีอาร์ ถอดวิจัยระดับโลกชี้ “ความไว้วางใจ” มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจซื้อ 88% เท่าความคุ้มค่า ผลสำรวจองค์กร Fortune 500 อัดงบสื่อสารภาวะวิกฤตพุ่งสูงสุด ดึงฝ่าย PR นั่งคณะบริหารระดับสูง แนะองค์กรเตรียม 3 เรื่องใหญ่รับมือโลก AI เร่งข้อมูล ชู Human Judgement กุญแจสำคัญสยบวิกฤตความเชื่อมั่น

6 ตุลาคม 2569 - นายโจเซฟ เฮนรี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง วิวาลดี้ พับลิค รีเลชั่นส์ (วิวาลดี้พีอาร์) เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยผู้บริโภคเกือบทั้งหมดจะทำการค้นหาข้อมูลผ่าน Google ตรวจสอบรีวิวบนโซเชียลมีเดีย สอบถาม AI และอ่านความคิดเห็นของผู้ใช้จริงเพื่อพิจารณาแบรนด์นั้น ๆ ช่วงเวลาดังกล่าวจึงกลายเป็นจุดชี้ขาดว่าผู้บริโภคเกิดความไว้วางใจหรือตั้งคำถามต่อองค์กร

จากรายงาน Edelman Trust Barometer Special Report ปี 2026 ซึ่งสำรวจผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 17,688 คน ใน 15 ตลาดทั่วโลก พบข้อมูลสำคัญว่า ผู้บริโภคถึง 89% ยกให้คุณภาพของสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญหรือถึงขั้นชี้ขาดในการซื้อ ขณะที่ “ความไว้วางใจ” และ “ความคุ้มค่า” ตามมาติด ๆ ที่สัดส่วนเท่ากันถึง 88% สะท้อนว่าความไว้วางใจแบรนด์มีน้ำหนักต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคไม่แพ้เรื่องความคุ้มค่าของเงินที่จ่ายไป

นายโจเซฟ มองว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้นำองค์กรและเจ้าของธุรกิจต้องยกประเด็นการสร้างความไว้วางใจและการสั่งสมชื่อเสียงองค์กร (Trust and Reputation Building) ขึ้นมาเป็นวาระทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดสำหรับปี 2570 และต้องเริ่มวางแนวทางการสื่อสารตั้งแต่ปัจจุบัน

นายโจเซฟ เฮนรี่ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของชื่อเสียงองค์กรว่า“คุณภาพและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์เป็นปัจจัยที่หลายบริษัทสามารถพัฒนาและวิเคราะห์ได้อย่างแม่นยำ แต่ ‘ชื่อเสียงองค์กร’ สามารถเป็นได้ทั้ง ‘ข้อได้เปรียบ’ สำหรับบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร และเป็น ‘ความเสี่ยงทางธุรกิจ’ สำหรับบริษัทที่ยังไม่มีแนวทางรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะในวันที่เกิดวิกฤต และความเชื่อมั่นของลูกค้า พนักงาน นักลงทุน และคู่ค้า เกิดสั่นคลอน องค์กรที่พร้อมแก้ไขสถานการณ์และมีทีมงานที่สามารถสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาและทันท่วงทีเท่านั้น ที่จะรอดจากวิกฤตความเชื่อมั่น”

เจาะเทรนด์ Fortune 500 อัดฉีดงบ PR วิกฤตหนักสุด ดึงสายตรง CEO คุมความเสี่ยงองค์กร

จากความเสี่ยงรอบด้าน ทำให้องค์กรชั้นนำทั่วโลกเริ่มหันมาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนด้านการสื่อสารอย่างมีนัยสำคัญ โดย ผลการศึกษาของ Korn Ferry ที่นำเสนอโดย Axios ระบุว่า ผู้บริหารฝ่ายการสื่อสารของบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 ที่ร่วมการสำรวจมากกว่าครึ่งหนึ่ง ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในคณะผู้บริหารระดับสูงสุดขององค์กร และมีสัดส่วนผู้บริหารฝ่ายสื่อสารที่รายงานตรงต่อประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เพิ่มขึ้นจาก 40% ในปี 2566 เป็น 47% ในปี 2568

นอกจากนี้ผลสำรวจ CCO Spend Survey ปี 2026 ของ Gartner ยังพบว่า งบประมาณสำหรับงานประชาสัมพันธ์ (PR) คิดเป็นหมวดงบประมาณด้านการสื่อสารที่บริษัทใช้มากที่สุดในสัดส่วน 14.3% โดยกิจกรรมการสื่อสารในภาวะวิกฤต (Crisis Communication) เป็นหมวดกิจกรรมที่ได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมากที่สุดจากปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนว่าแม้องค์กรจำนวนมากจะต้องดำเนินนโยบายประหยัดค่าใช้จ่าย แต่องค์กรระดับโลกยังคงเลือกลงทุนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตที่ไม่คาดคิด

AI ช่วยย่นเวลา แต่ทดแทน “วิจารณญาณมนุษย์” ในภาวะวิกฤตไม่ได้

ในแง่การนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ รายงาน Ragan Communications Benchmark Report ปี 2026 จากการสำรวจนักสื่อสารมืออาชีพกว่า 800 คนทั่วโลก พบว่า 50% ใช้ AI ในการผลิตคอนเทนต์ปริมาณมาก โดยนักสื่อสาร 29% นำเวลาที่ประหยัดได้ไปใช้กับการวางกลยุทธ์ และอีก 24% นำไปใช้กับการวัดผลและวิเคราะห์ข้อมูล

อย่างไรก็ตาม นายโจเซฟ มองว่า แม้ AI จะเข้ามาช่วยย่นระยะเวลาการทำงานได้ทุกด้าน แต่ในภาวะที่องค์กรเกิดวิกฤต คำถามสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องสื่อสาร ช่วงเวลา และรูปแบบการนำเสนอ ยังคงต้องอาศัยวิจารณญาณและความเข้าใจของมนุษย์ที่เข้าใจบริบททางธุรกิจ วัฒนธรรม และความรู้สึกของผู้คนในสังคม

นายโจเซฟ เฮนรี่ กล่าวถึงข้อจำกัดของเทคโนโลยีว่า “AI ไม่อาจรับผิดชอบการตัดสินใจที่ท้าทายแทนองค์กรได้ และไม่สามารถเข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ และความละเอียดอ่อนของอารมณ์ผู้คน วิวาลดี้พีอาร์ เชื่อว่าเทคโนโลยีเข้ามาเสริมความเชี่ยวชาญของคน แต่การสื่อสารในห้วงเวลาที่สำคัญที่สุด ต้องกลั่นออกมาจากความรู้ ความเข้าใจ และความเป็นมนุษย์”

กาง 3 เรื่องใหญ่ ต้องเตรียมพร้อมก่อนปี 2570

เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปี 2570 วิวาลดี้พีอาร์ ได้เสนอแนวทางให้องค์กรยุคใหม่ลงทุนด้านการสื่อสารเพื่อครอบคลุม 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย :

  • สร้างความไว้วางใจไว้ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน (Trust Building): ระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญต่อธุรกิจให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า พนักงาน นักลงทุน หรือคู่ค้า พร้อมดูแลความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ความเชื่อมั่นที่สะสมไว้ในภาวะปกติเป็นเกราะป้องกันองค์กรเมื่อเกิดวิกฤต
  • เตรียมรับความเสี่ยงก่อนกลายเป็นวิกฤต (Risk Readiness): วางระบบติดตามสถานการณ์เพื่อจับสัญญาณความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มต้น ใช้ AI ช่วยคัดกรองข้อมูลปริมาณมากให้รวดเร็ว จัดทำแผนรับมือวิกฤตที่พร้อมใช้งานจริง และซ้อมจำลองสถานการณ์เพื่อให้ทีมงานรู้ขั้นตอนการปฏิบัติงานทันทีที่เกิดเหตุ
  • ดึงนักสื่อสารเข้าวงตัดสินใจตั้งแต่ต้น (Strategic PR Counsel): ให้ทีมสื่อสารหรือที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์เข้าร่วมรับรู้การตัดสินใจสำคัญขององค์กรล่วงหน้า เพื่อประเมินผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายและวางแนวทางการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง โดยผู้บริหาร ฝ่ายปฏิบัติการ และที่ปรึกษาการสื่อสารต้องประเมินสถานการณ์ร่วมกัน

นายโจเซฟ กล่าวทิ้งท้ายว่า “วิวาลดี้พีอาร์ เล็งเห็นว่า ธุรกิจในยุค AI ทำงานกันเร็วขึ้นและตัดสินใจด้วยข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น ในยุคนี้ ความไว้วางใจที่สร้างยากขึ้น ก็ย่อมมีค่ามากขึ้นไปพร้อมกัน โดยองค์กรที่ผ่านวันยาก ๆ ได้ดีที่สุด คือองค์กรที่เตรียมตัวไว้ตั้งแต่วันที่ทุกอย่างยังปกติ เพราะการลงทุนกับความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร คือการปกป้องความไว้วางใจที่สร้างขึ้นและสะสมมายาวนาน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงแม้ในวันที่ต้องเจอวิกฤต”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...