โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ในพระราชสำนัก

พสกนิกรแซ่ซ้อง ‘ทรงพระเจริญ’ รับเสด็จทางชลมารค ยกย่อง ‘พระราชินี’ ทรงเป็นต้นแบบผู้หญิงยุคใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พสกนิกรแซ่ซ้อง ‘ทรงพระเจริญ’ รับเสด็จทางชลมารค อาจารย์พิเศษยกย่อง ‘พระราชินี’ ทรงเป็นต้นแบบผู้หญิงยุคใหม่

บรรยากาศตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา คับคั่งไปด้วยพสกนิกรชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก ที่ต่างหลั่งไหลเดินทางมาปักหลักจับจองพื้นที่กันอย่างเนืองแน่นตั้งแต่เช้ามืด ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความตื่นเต้นและเปี่ยมสุข เพื่อรอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ในการชมความวิจิตรอลังการของขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

พร้อมร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช 2569 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความจงรักภักดี

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลอดสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินในขบวนพยุหยาตราทางชลมารคว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ พสกนิกรชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างทยอยเดินทางมาจับจองพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรอชมความงดงามของขบวนเรือพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่และทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หลายคนเดินทางมาพร้อมครอบครัว บางคนเตรียมกล้องถ่ายภาพและโทรศัพท์มือถือไว้บันทึกช่วงเวลาสำคัญ

ขณะที่อีกหลายคนเลือกนั่งเฝ้ารออย่างสงบ เพื่อให้ได้เห็นขบวนเรือพระราชพิธีด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต แม้สภาพอากาศจะร้อนและต้องใช้เวลารอคอยเป็นเวลานาน แต่ประชาชนที่มาร่วมเฝ้าชมต่างยังคงอยู่ในพื้นที่ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่น

ทันทีที่เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ยาตราผ่าน ประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียงถวายพระพร “ทรงพระเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่วคุ้งน้ำเจ้าพระยา หลายคนยกโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายภาพขึ้นบันทึกภาพประวัติศาสตร์ ขณะที่บางคนยืนมองด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติและตื้นตันใจ เสียงถวายพระพรที่ดังขึ้นพร้อมกันจากประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับบริเวณที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเก้าอี้ไว้รองรับประชาชน พบว่ามีผู้เดินทางมาร่วมชมเป็นจำนวนมากจนพื้นที่ดังกล่าวแน่นขนัด ส่งผลให้มีประชาชนบางส่วนล้นออกมายังบริเวณด้านนอก ที่ต่างพยายามหามุมที่สามารถมองเห็นขบวนเรือพระราชพิธีได้อย่างชัดเจน บางคนถึงกับยืนบนโต๊ะหรือพื้นที่ยกสูง เพื่อให้สามารถชมขบวนเรือได้อย่างชัดเจน

นอกจากประชาชนที่เฝ้าชมอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งร่วมชื่นชมความงดงามตระการตาของขบวนพยุหยาตราทางชลมารคผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ที่กรุงเทพมหานครจัดเตรียมไว้ให้ โดยต่างจับจ้องภาพขบวนเรือพระราชพิธีที่เคลื่อนผ่านอย่างสง่างาม แม้จะไม่ได้อยู่ริมแม่น้ำโดยตรง แต่ก็ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศแห่งความปลื้มปีติและความประทับใจในครั้งนี้

นางสาวพิชิต เทือกทา อาจารย์พิเศษและวิทยากรสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า การเดินทางมาชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต หลังจากที่ผ่านมาไม่เคยมีโอกาสได้มาชมด้วยตนเอง แม้จะเคยรับรู้ถึงความงดงามและความสำคัญของขบวนเรือพระราชพิธีผ่านภาพข่าวหรือสื่อต่างๆ แต่เมื่อได้มาเห็นภาพจริงตรงหน้า กลับรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่และความงดงามมากกว่าที่เคยจินตนาการไว้

“ตอนแรกก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาชมขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคด้วยตัวเอง แต่พอเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ยาตราผ่าน และได้ชื่นชมพระบารมี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงประทับบนเรือพระที่นั่ง ความรู้สึกในตอนนั้นตื้นตันใจมาก ขนลุกไปทั้งตัว เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูกจริงๆ”

นางสาวพิชิตกล่าวต่อว่า แม้จะได้ชื่นชมพระบารมีอยู่ในระยะไกล แต่เพียงเท่านั้นก็มีความหมายอย่างมากสำหรับตน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เฝ้ารอและตั้งใจเดินทางมาเพื่อให้ได้เห็นด้วยตาตนเอง เมื่อภาพที่เคยเห็นผ่านสื่อปรากฏขึ้นตรงหน้า ความรู้สึกประทับใจและความปลื้มปีติก็เกิดขึ้นอย่างท่วมท้น

“เราอาจจะไม่ได้อยู่ใกล้มาก แต่การได้เห็นพระองค์ทั้งสองพระองค์ประทับบนเรือพระที่นั่ง ได้เห็นขบวนเรือที่งดงามและสง่างามมาก ก็รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการเดินทางและการรอคอยแล้ว เป็นความตื้นตันใจที่ไม่สามารถอธิบายออกมาได้ทั้งหมด”

นอกจากนี้ นางสาวพิชิตกล่าวอีกว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นแบบอย่างและแรงบันดาลใจสำคัญให้กับสตรียุคใหม่ ในฐานะสตรีที่ทรงมีความกล้าหาญ พระปรีชาสามารถในหลากหลายด้าน

พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และการพัฒนาพระองค์เองอยู่เสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในหลายช่วงวัย

“สำหรับผู้หญิงอย่างเรา ไม่ว่าจะอยู่ในวัยเจนเอ็กซ์หรือเจนวาย การได้เห็นพระองค์ที่พระปรีชาสามารถในหลทุกด้าน ทำให้รู้สึกว่าอายุไม่ใช่อุปสรรคในการเรียนรู้และการพัฒนาตัวเองเลย ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปยังสามารถทำอะไรได้อีกมากมาย อายุไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะต้องหยุดอยู่แค่นั้น แต่เรายังสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และทำสิ่งที่ท้าทายตัวเองได้อีก”

นางสาวพิชิตกล่าวต่อว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ตนเชื่อมั่นว่าผู้หญิงสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ และพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างไม่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนรู้ ทักษะ ความสามารถ หรือการทำหน้าที่ในบทบาทต่างๆ ของชีวิต

“ไม่ว่าพระองค์ทรงอยู่ในบทบาทใด ก็ทรงสง่างามเสมอ ทรงมีพระราชจริยวัตร และพระสิริโฉมงดงาม ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในพระราชกรณียกิจ หรือบทบาทที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในด้านต่างๆ ก็ตาม และจำน้อมนำพระราชจริยวัตรนี้มาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต” นางสาวพิชิตกล่าว

นางสาวพิชิตกล่าวด้วยว่า การได้มาร่วมชมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตแล้ว ยังทำให้ได้สัมผัสถึงความงดงามของประเพณีไทย ความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีร่วมกันในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ซึ่งจะเป็นภาพความทรงจำที่ประทับอยู่ในใจไปอีกยาวนาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พสกนิกรแซ่ซ้อง ‘ทรงพระเจริญ’ รับเสด็จทางชลมารค ยกย่อง ‘พระราชินี’ ทรงเป็นต้นแบบผู้หญิงยุคใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...