โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากสหรัฐฯ “ลูเมนตั้ม” ปักหมุดไทยฐานผลิตโฟโตนิกส์โลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายไมเคิล เออริสตัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลูเมนตั้ม เปิดเผยภายหลังเดินทางมาเยือนประเทศไทย และได้พบกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) พร้อมด้วยคณะผู้ช่วยและที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อหารือแนวทางยกระดับการลงทุน

นายไมเคิลได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลที่กำหนดให้โฟโตนิกส์เป็นผลิตภัณฑ์เป้าหมายของชาติ ในยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ และยืนยันความพร้อมทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยลูเมนตั้มวางแผนจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ห้องวิจัย และศูนย์สร้างต้นแบบ มีการจ้างวิศวกรและนักวิจัยเพิ่ม และศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานผลิตเวเฟอร์ในไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “Build in Thailand” และ “Engineer in Thailand” ซึ่งไทยมีตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเป็นฐานของบริษัทอเมริกันด้าน AI และศูนย์ข้อมูล รวมถึงผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้ นายไมเคิลระบุว่า ยอดขายในปีงบประมาณที่ผ่านมาเติบโตเกือบเท่าตัว โดยการประกอบขั้นสุดท้ายและการทดสอบผลิตภัณฑ์จำนวนมากดำเนินการที่โรงงานในไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของบริษัททั่วโลก การขยายตัวของศูนย์ข้อมูล AI ผลักดันให้ความต้องการเทคโนโลยีของบริษัท ซึ่งส่งผ่านข้อมูลด้วยความเร็วแสง เติบโตแข็งแกร่งเป็นพิเศษ จนกำลังการผลิตปัจจุบันตามหลังความต้องการ 25-35% และสูงถึง 75% ในบางผลิตภัณฑ์ โดยกำลังการผลิตเวเฟอร์ชิปเลเซอร์เป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญ ปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตเวเฟอร์หลัก 4 แห่ง และกำลังก่อสร้างแห่งที่ 5 ที่เมืองกรีนส์โบโร รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา

นายไมเคิลคาดว่าอุตสาหกรรมโฟโตนิกส์จะเติบโตต่อเนื่อง เพราะการเชื่อมต่อภายในศูนย์ข้อมูลจะเปลี่ยนจากสายทองแดงเป็นการเชื่อมต่อด้วยแสงมากขึ้น และเข้าใกล้โปรเซสเซอร์ผ่านเทคโนโลยี Co-Packaged Optics (CPO) และ Near-Packaged Optics (NPO) ขณะเดียวกันจะมีศูนย์ข้อมูล AI ขนาดเล็กแบบโมดูลมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความต้องการผลิตภัณฑ์สื่อสารด้วยแสงระยะไกลที่ ลูเมนตั้ม เชี่ยวชาญในประเทศไทย บริษัทเพิ่มกำลังการผลิตกว่า 4 เท่า ขยายกำลังคนอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะจ้างงานเพิ่มในอนาคตอันใกล้ โดยโรงงานแห่งใหม่ขนาด 3 ชั้นเดินเครื่องเต็มกำลังแล้ว บริษัทยังสร้างระบบนิเวศพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เช่น Fabrinet ผู้รับจ้างผลิตรายสำคัญ ที่ตัดสินใจตั้งโรงงานใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ห่างจากโรงงานของ ลูเมนตัม ไม่ถึง 3 กิโลเมตร พร้อมเพิ่มบริษัทในไทยกว่า 50 รายเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน คาดว่าการเติบโตของ ลูเมนตั้ม เพียงรายเดียวจะกระตุ้นการจ้างงานราว 30,000 ตำแหน่งในพื้นที่

นอกจากนั้น ในระหว่างเยือนประเทศไทยของนายไมเคิลยังได้จัดงาน Builders Summit ร่วมกับบริษัท Fabrinet เปิดโอกาสให้ผู้บริหารระดับสูงของทั้งสองฝั่งแลกเปลี่ยนมุมมองและหารือแนวทางสนับสนุนลูกค้าในอุตสาหกรรมออปติกที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยนายไมเคิล เออริสตัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็งแกร่งเกิดจากคนที่ทำงานร่วมกันทุกวัน งานนี้ช่วยกระชับความสัมพันธ์ แลกเปลี่ยนแนวคิด และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการส่งมอบคุณภาพและนวัตกรรมให้ลูกค้า” ในขณะที่ นายซีมัส เกรดี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Fabrinet กล่าวว่า “เรายินดีที่ได้ขยายความร่วมมือกับ Lumentum และได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในโครงการสำคัญนี้ ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 20 ปีแข็งแกร่งขึ้นด้วยความมุ่งมั่นร่วมกันในด้านความเป็นเลิศ นวัตกรรม คุณภาพ และความสำเร็จของลูกค้า”

ด้านการพัฒนาบุคลากร ลูเมนตั้ม ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดโครงการ Upskill/Reskill ด้านโฟโตนิกส์ และเปิดหลักสูตรออนไลน์ฟรีผ่าน Chula MOOC ระดับเบื้องต้นและระดับกลาง โดยระดับสูงอยู่ระหว่างพัฒนา ผู้เรียนจบได้รับวุฒิบัตรจากจุฬาฯ นอกจากนี้ยังกำลังพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาด้านโฟโตนิกส์และเลเซอร์ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และร่วมกับศูนย์พัฒนากำลังคนด้านเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดตั้ง Lumentum Photonics Lab ในประเทศไทย

ระหว่างการเยือนโรงงาน นายไมเคิลยังบรรยายให้นิสิตวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาฯ และนักเรียนมัธยมปลายกว่า 300 คนจาก 5 โรงเรียน ได้แก่ สวนกุหลาบวิทยาลัย เตรียมอุดมศึกษา สามเสนวิทยาลัย เทพศิรินทร์ และมหิดลวิทยานุสรณ์ เพื่อกระตุ้นความสนใจด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์

นายไมเคิลกล่าวทิ้งท้ายว่า การเข้ามาของ ลูเมนตั้ม จะช่วยวางรากฐานให้ไทยยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งระบบ สร้างงานและทักษะใหม่ให้คนไทย และก้าวสู่เศรษฐกิจมูลค่าเพิ่มสูงที่พึ่งพาอุตสาหกรรมเดิมน้อยลง โดยไทยมีโอกาสเป็นผู้ส่งออกอุปกรณ์โฟโตนิกส์และการสื่อสารขั้นสูงรายสำคัญของโลก

ลูเมนตั้ม (Lumentum) บริษัทเทคโนโลยีโฟโตนิกส์ชั้นนำระดับโลก ประกาศขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นด้านการประกอบและทดสอบผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันมีพนักงานในไทยหลายพันคนและยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทกำลังผลักดันให้โรงงานในไทยเป็นโรงงานเรือธงระดับโลก (Global Flagship Factory) รองรับความต้องการชิ้นส่วนโฟโตนิกส์สำหรับศูนย์ข้อมูลและการสื่อสารความเร็วสูงทั่วโลก พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานของไทยขยายกำลังการผลิต มีแผนจัดตั้งศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในไทย และกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงงานผลิตเวเฟอร์ (wafer fab) ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ ที่กำหนดให้โฟโตนิกส์เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักของประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...