โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ส่อง 'เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่' พัฒนาอย่างมีคุณภาพหนุนการเติบโตโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเจ้า เมิ่งเทา ที่ปรึกษา (กิจการการเมือง สารนิเทศและการทูตสาธารณะ) และโฆษกสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “เศรษฐกิจจีนในมุมมองใหม่” ในพิธีเปิดโครงการ มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ รุ่นที่ 8 จัดโดยสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

  • เศรษฐกิจจีนหนุนเศรษฐกิจไทย-โลก

นายเจ้ากล่าวว่า เศรษฐกิจจีนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับไทยเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนของไทยให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก เศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพและมีแนวโน้มที่ดี เอื้อต่อการพัฒนาของไทย

ในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้ การค้าระหว่างจีนกับประเทศและภูมิภาคต่าง ๆ กว่า 180 แห่งทั่วโลกมีการเติบโตเพิ่มขึ้น ในบรรดาประเทศคู่ค้าที่จีนได้ลงนามความตกลงการค้าเสรีด้วยนั้น กว่า 70% มีมูลค่าการค้ากับจีนเพิ่มขึ้นทั้งสองทิศทาง มูลค่าการนำเข้าและส่งออกรวมของจีนอยู่ที่ 19.55 ล้านล้านหยวน และมีส่วนสนับสนุนมากกว่า 70% ของมูลค่าการค้าต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด

“ท่ามกลางสถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกเผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอ อุปสรรคทางการค้า และวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจจีนยังคงพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพและมีคุณภาพ ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง”

ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศและภูมิภาคในปัจจุบัน ภาคธุรกิจที่ต้องการลงทุนต่างกังวลเกี่ยวกับต้นทุนและการแข่งขัน แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือความไม่แน่นอน ความสัมพันธ์ทวิภาคีที่เจริญรุ่งเรืองและมีเสถียรภาพเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการตัดสินใจลงทุนในระยะยาว

  • ตลาดจีนคือโอกาสของไทย

ฝ่ายจีนจะยังคงดำเนินยุทธศาสตร์การขยายอุปสงค์ภายในประเทศอย่างแน่วแน่ พร้อมลดข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม ตลอดจนกระชับการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์การพัฒนาระหว่างจีนกับไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และสนับสนุนบริษัทจีนที่มีศักยภาพให้เข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ

“จีนมีประชากรมากกว่า 1,400 ล้านคน และมีประชากรกลุ่มรายได้ปานกลางมากกว่า 400 ล้านคน จึงมีศักยภาพทางการตลาดมหาศาล ในฐานะทั้ง 'ผู้ขายรายใหญ่' และ 'ผู้ซื้อรายใหญ่' ของโลก จีนสร้างประโยชน์แก่ประเทศต่าง ๆ มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเกื้อหนุนประเทศเพื่อนบ้านและการส่งเสริมให้ประเทศเพื่อนบ้านมีความมั่งคั่งร่วมกัน”

หัวใจสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างจีนกับไทยคือการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันและความสำเร็จร่วมกัน

“จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคมปีนี้ ไทยส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนมากกว่า 1 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพดีของไทยในตลาดจีน”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าเกษตรที่มีเอกลักษณ์ของไทย อาหาร การท่องเที่ยว และบริการดิจิทัล ล้วนมีศักยภาพสูงในการขยายตลาดสู่จีน ฝ่ายจีนยินดีต้อนรับสินค้าและบริการคุณภาพดีจากไทยเข้าสู่ตลาดจีนมากยิ่งขึ้น

  • จีนยกระดับอุตสาหกรรมสร้างโอกาสใหม่ให้ไทย

การปรับเปลี่ยนและยกระดับอุตสาหกรรมของจีนสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ไทยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การส่งออกสินค้าประเภทเทคโนโลยีขั้นสูงของจีนเพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ผลิตภัณฑ์ “สามสิ่งใหม่” ได้แก่ รถยนต์พลังงานใหม่ แบตเตอรี่ลิเธียม และเซลล์แสงอาทิตย์ ยังคงมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง

ส่วน “สามสิ่งใหม่ plus” ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และยานวัตกรรมทางการแพทย์ ก็กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นกัน ปัจจุบัน ยอดดาวน์โหลดโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของจีนทั่วโลกทะลุ 10,000 ล้านครั้งแล้ว มูลค่าธุรกรรมการให้สิทธิอนุญาตใช้สิทธิในยานวัตกรรมของจีนแก่ต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 110,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ่นยนต์อุตสาหกรรมของจีนส่งออกไปยัง 141 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และส่งเสริมการยกระดับภาคการผลิตแบบดั้งเดิมสู่ระบบอัจฉริยะ

การพัฒนากำลังการผลิตใหม่ที่มีคุณภาพของจีนกำลังสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ความร่วมมือทางอุตสาหกรรมระหว่างจีนกับไทย ในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนของไทยได้อนุมัติโครงการลงทุนของบริษัทจีน 5 แห่งที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยมีมูลค่าการลงทุนในระยะแรกมากกว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะสร้างงานทักษะสูงมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง และก่อให้เกิดการจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศมูลค่ากว่า 45,000 ล้านบาทต่อปี เมื่ออุตสาหกรรมเหล่านี้เติบโตขึ้น ห่วงโซ่อุปทานในประเทศและการจัดซื้อภายในประเทศก็จะขยายตัวตามไปด้วย

  • ร่วมมือพลังงานใหม่ จีน-ไทยไปด้วยกัน

ความร่วมมือด้านพลังงานใหม่ของจีนสอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาไทยในอนาคตจีนได้สร้างระบบพลังงานหมุนเวียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีมูลค่าผลผลิตของอุตสาหกรรมสีเขียวและคาร์บอนต่ำรวมประมาณ 11 ล้านล้านหยวน

จีนยังสั่งสมประสบการณ์อย่างกว้างขวางในด้านการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และแนวทางแก้ไขปัญหาที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาสีเขียวของโลก

ปัจจุบัน ไทยกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสีเขียว เทคโนโลยี อุตสาหกรรม และประสบการณ์การประยุกต์ใช้ของจีนสามารถนำมาผสานกับทรัพยากรพื้นฐาน ศักยภาพด้านการผลิต และความต้องการในการพัฒนาของไทยได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของไทย และส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานใหม่ภายในประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมโครงการจะเดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงานที่มณฑลไห่หนานของจีน การดำเนินงานศุลกากรแบบพิเศษทั่วทั้งเกาะของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานจะครบรอบเกือบหนึ่งปีแล้วนั้น นับเป็นแนวปฏิบัติล่าสุดของจีนในการเปิดประเทศและการพัฒนาที่มีคุณภาพสูง

“ผมหวังว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะช่วยให้ทุกท่านได้สัมผัสกับโฉมหน้าใหม่ของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไห่หนานด้วยตนเอง ตลอดจนทำความเข้าใจกับพัฒนาการใหม่ของการสร้างความทันสมัยแบบจีน และนำเรื่องราวของจีนไปถ่ายทอดให้เพื่อนชาวไทยได้รับรู้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ชาวไทยเข้าใจจีนและใกล้ชิดกับจีนมากขึ้น” นายเจ้ากล่าว

  • โฆษกคือผู้เล่าเรื่อง

ก่อนเข้าสู่การปาฐกถานายเจ้าเล่าว่า ทำงานในประเทศไทยเป็นเวลาสองปีแล้ว รู้สึกว่าสองประเทศเป็นพี่น้องกัน ตนได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศไทย เมื่อไปในแต่ละจังหวัดก็จะไปพูดคุยพบปะกับชาวบ้าน

“ในฐานะโฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ผมมีหน้าที่รับฟังความคิดเห็นและความรู้สึกของชาวไทยที่มีต่อประเทศจีน อีกหน้าที่หนึ่งที่ผมมีคือการเล่าเรื่อง เล่าให้คนไทยรู้ว่าประเทศจีนเป็นอย่างไร และเล่าให้คนจีนรู้ว่าประเทศไทยเป็นอย่างไร ทุกคนในห้องนี้เป็นสื่อมวลชนก็น่าจะใช้บทบาทของตนเล่าเรื่องจีนที่จะได้ไปเยี่ยมชมมาเล่าให้คนไทยฟัง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...