“ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐ” ร่วงทั้ง 3 ดัชนี น้ำมันพุ่งปลุกกังวลเงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ยังสูง
ฟิวเจอร์ส Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq ปรับตัวลดลง หลังราคาน้ำมันพุ่งปลุกกังวลเงินเฟ้อ บอนด์ยีลด์ยังสูง จับตาผลประกอบการ Q3
วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 14.59 น. เว็บไซต์ Yahoo Finance รายงานว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันพฤหัสบดี (8 ต.ค.) ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่กลับมาอีกครั้ง แม้นักลงทุนยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
*สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 0.6% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.3% และดัชนี Nasdaq-100 ลดลง 0.4% หลังตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในการซื้อขายเมื่อวันพุธ (7 ต.ค.)*
บรรยากาศการลงทุนยังถูกกดดันจากแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่ดำเนินต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี อยู่ที่ 5.28% และอายุ 30 ปี อยู่ที่ 5.66% สะท้อนภาวะการเงินที่ตึงตัวมากขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมและสร้างแรงกดดันต่อมูลค่าหุ้น
ด้านผลประกอบการ นักลงทุนเตรียมเข้าสู่ฤดูกาลรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 โดยมี PepsiCo เป็นหนึ่งในบริษัทแรก ๆ ที่เตรียมเปิดเผยผลดำเนินงาน ขณะที่ FactSet ประเมินว่ากำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเติบโต 29.5% ในไตรมาสดังกล่าว หากเป็นไปตามคาด จะถือเป็นไตรมาสที่สามติดต่อกันที่กำไรเติบโตมากกว่า 25%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ กระทรวงแรงงานสหรัฐมีกำหนดเปิดเผยจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ เวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดใช้ประเมินภาวะตลาดแรงงานและทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานจากตะวันออกกลาง หลังการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้น แม้ราคาน้ำมันจะปิดลดลงเมื่อวันพุธ หลังสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตกลงเร่งระบายน้ำมันจากคลังสำรองและให้ความสำคัญกับการจัดหาน้ำมันดีเซล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์และปัญหาอุปทานจากสงครามอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่านอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซยังเพิ่มขึ้นในเดือนตุลาคม ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านเข้าสู่เดือนที่แปด โดยก่อนเกิดสงคราม เส้นทางดังกล่าวรองรับการขนส่งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันคิดเป็นประมาณ 20% ของปริมาณทั่วโลก
รายงานระบุว่าการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดรายสัปดาห์นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น แม้ผู้ผลิตน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจะเพิ่มการส่งออก แต่การขนส่งกลับเผชิญต้นทุนและความเสี่ยงที่สูงขึ้น ทั้งต่อสินค้าและลูกเรือ ส่งผลให้ความกังวลด้านอุปทานพลังงานยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดการเงินทั่วโลก
อ้างอิง : finance.yahoo.com