โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รู้ไว้ดีกว่า! 7 วิธีแก้เผ็ดง่ายๆ ใช้ได้ทั้งตอนกินและเข้าครัว

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เผ็ดจนปากชา ทำอย่างไร? นักวิจัยเผยเครื่องดื่มที่ช่วยลดอาการแสบร้อนจากพริก

เผ็ดจนแสบปากทำไงดี? เปิด 7 วิธีแก้เผ็ด ทั้งตอนกินและตอนทำอาหาร รู้ไว้ใช้ได้จริง

วิธีแก้เผ็ดทำอย่างไรให้ได้ผล? เชื่อว่าหลายคนเคยเจอสถานการณ์กินอาหารเผ็ดจนแสบปาก น้ำตาไหล หรือเผลอใส่พริกมากเกินไปขณะทำอาหาร จนเมนูที่ตั้งใจปรุงออกมาเผ็ดจัดเกินกว่าจะรับประทานได้ตามปกติ โดยวิธีแรกที่หลายคนนึกถึงมักเป็นการดื่มน้ำเปล่าปริมาณมาก หรือเติมน้ำลงในหม้อเพื่อเจือจางรสเผ็ด

แต่รู้หรือไม่ว่า การลดความเผ็ดให้ได้ผลควรเลือกวิธีให้เหมาะกับสถานการณ์ เพราะความเผ็ดจากพริกเกิดจากสารที่เรียกว่า แคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งละลายในน้ำได้ไม่ดีนัก การดื่มน้ำเปล่าจึงอาจไม่ได้ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนได้ดีเท่ากับเครื่องดื่มบางชนิด ขณะที่การแก้รสอาหารเผ็ดเกินไปก็มีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป

ทำไมกินเผ็ดแล้วดื่มน้ำเปล่าถึงช่วยได้ไม่มาก?

สารแคปไซซินเป็นสารประกอบที่ทำให้พริกมีรสเผ็ด โดยสารชนิดนี้จะกระตุ้นตัวรับ TRPV1 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับรู้ความร้อนและความเจ็บปวด ส่งผลให้สมองรับรู้ความรู้สึกแสบร้อน แม้อุณหภูมิของอาหารจะไม่ได้สูงก็ตาม

เนื่องจากแคปไซซินละลายในน้ำได้ไม่ดี การดื่มน้ำเปล่าจึงอาจช่วยลดความรู้สึกเผ็ดได้เพียงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าน้ำเปล่าจะทำให้ความเผ็ดรุนแรงขึ้นเสมอไป เพราะงานวิจัยพบว่าน้ำสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกแสบร้อนได้เช่นกัน เพียงแต่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าเครื่องดื่มบางประเภท

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Physiology & Behavior ปี 2019 ได้ทดลองเปรียบเทียบเครื่องดื่ม 7 ชนิดในการลดความรู้สึกเผ็ดจากแคปไซซิน โดยมีผู้เข้าร่วม 72 คน ผลการศึกษาพบว่า นมสด นมพร่องมันเนย และเครื่องดื่มรสผลไม้ที่มีน้ำตาล ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนได้ดีกว่าน้ำเปล่าในการทดลองดังกล่าว

วิธีแก้เผ็ดในปาก หลังรับประทานอาหารเผ็ดจัด

1. ดื่มนมหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม

นมเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าช่วยลดความรู้สึกเผ็ดได้ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับการดื่มน้ำเปล่าในการทดลอง เนื่องจากนมมีโปรตีนที่อาจช่วยลดการสัมผัสแคปไซซินกับตัวรับความรู้สึกในช่องปาก

โปรตีนเคซีน (Casein) ในนมเป็นหนึ่งในสารที่นักวิจัยให้ความสนใจ โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Food Science ปี 2023 พบว่าเคซีนสามารถจับกับแคปไซซินและลดความเข้มข้นของแคปไซซินอิสระในสารละลายที่ใช้ทดลองได้

หากรับประทานอาหารเผ็ดจนรู้สึกแสบปาก อาจลองจิบนมเย็นทีละน้อย หรือเลือกรับประทานโยเกิร์ตตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องเลือกนมที่มีไขมันสูงเสมอไป เพราะงานวิจัยปี 2019 พบว่านมสดและนมพร่องมันเนยมีประสิทธิภาพในการลดความรู้สึกเผ็ดใกล้เคียงกัน

สำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนนมวัวไม่ควรใช้วิธีนี้ ส่วนผู้ที่มีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสผิดปกติอาจเลือกนมปราศจากแลคโตสที่สามารถดื่มได้ตามปกติ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงข้อจำกัดด้านสุขภาพของตนเองด้วย

2. รับประทานข้าว ขนมปัง หรืออาหารประเภทแป้ง

หากไม่มีนมอยู่ใกล้ตัว การรับประทานข้าวสวย ขนมปัง หรืออาหารที่มีแป้งเป็นส่วนประกอบ อาจช่วยให้รู้สึกสบายปากขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อรับประทานควบคู่กับอาหารที่มีรสเผ็ดจัด

อาหารประเภทแป้งอาจช่วยลดความเข้มข้นของอาหารรสเผ็ดที่สัมผัสภายในช่องปาก และช่วยให้รับประทานอาหารได้ง่ายขึ้น แต่ยังมีหลักฐานทางคลินิกจำกัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการบรรเทาความเผ็ดเมื่อเปรียบเทียบกับนม

ดังนั้น หากเผลอกัดพริกที่เผ็ดมาก อาจหยุดรับประทานอาหารเผ็ดชั่วคราว แล้วค่อย ๆ รับประทานข้าวหรือขนมปังในปริมาณพอเหมาะ โดยไม่จำเป็นต้องรีบกลืนหรือดื่มน้ำจำนวนมากในครั้งเดียว

3. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มร้อนขณะรู้สึกแสบร้อน

เมื่อมีอาการแสบร้อนในช่องปากจากการรับประทานพริก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำร้อนจัดหรือชาร้อนจัด เพราะอุณหภูมิที่สูงอาจยิ่งเพิ่มความไม่สบายในช่องปาก ซึ่งกำลังไวต่อความรู้สึกร้อนจากการกระตุ้นของแคปไซซินอยู่แล้ว

ควรเลือกเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิเย็นหรืออุณหภูมิห้องตามความสบายของตนเอง และหยุดรับประทานอาหารเผ็ดชั่วคราว หากมีอาการผิดปกติ เช่น ริมฝีปากหรือลิ้นบวม หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์อย่างเร่งด่วน แทนการพยายามแก้อาการด้วยอาหารหรือเครื่องดื่ม

วิธีแก้อาหารเผ็ดเกินไป ปรุงอย่างไรให้รสชาติกลับมากลมกล่อม?

นอกจากความเผ็ดในช่องปากแล้ว อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือการใส่พริกมากเกินไประหว่างทำอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแกง ต้ม ผัด หรือเมนูที่มีน้ำซอส ซึ่งสามารถปรับรสชาติได้ด้วยการเปลี่ยนสัดส่วนวัตถุดิบและเครื่องปรุงอย่างเหมาะสม

4. เพิ่มน้ำซุปหรือวัตถุดิบหลัก เพื่อเจือจางความเผ็ด

หากทำแกงหรือต้มที่เผ็ดเกินไป วิธีที่ตรงไปตรงมาคือการเพิ่มปริมาณอาหารส่วนที่ไม่เผ็ด เช่น น้ำซุป เนื้อสัตว์ หรือผัก เพื่อให้ปริมาณพริกกระจายอยู่ในอาหารที่มากขึ้น ส่งผลให้ความเข้มข้นของรสเผ็ดต่อคำลดลง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเติมน้ำเปล่าจำนวนมากเพียงอย่างเดียว เพราะอาจทำให้รสชาติอื่นเจือจางตามไปด้วย ทั้งความเค็ม ความหวาน และกลิ่นของเครื่องปรุง ควรเติมน้ำซุปหรือวัตถุดิบให้เหมาะกับสูตรอาหาร แล้วค่อยปรับรสชาติอีกครั้ง

สำหรับเมนูแกงกะทิ อาจเพิ่มกะทิและส่วนผสมอื่นตามสัดส่วนของสูตร ส่วนเมนูต้มจืดหรือต้มยำอาจเพิ่มน้ำซุปและวัตถุดิบหลัก เพื่อรักษาสมดุลของรสชาติให้ใกล้เคียงกับที่ต้องการ

5. เติมความหวานเล็กน้อย ช่วยปรับสมดุลรสเผ็ด

น้ำตาลสามารถใช้เป็นตัวช่วยปรับสมดุลรสชาติของอาหารบางเมนูได้ โดยเฉพาะซอสพริก น้ำจิ้ม หรืออาหารที่มีรสเผ็ดผสมกับรสหวานอยู่แล้ว การเติมน้ำตาลเล็กน้อยอาจทำให้ความรู้สึกเผ็ดโดยรวมลดลงและรับประทานได้ง่ายขึ้น

แต่ความหวานไม่ได้ทำให้สารแคปไซซินหายไปจากอาหารโดยตรง จึงควรเติมทีละน้อยและชิมทุกครั้ง เพราะหากเติมมากเกินไปอาจทำให้อาหารหวานจัด จนเสียสมดุลของรสชาติเดิม

6. ใช้น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชู ปรับรสให้กลมกล่อม

รสเปรี้ยวเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่อาจทำให้อาหารเผ็ดบางประเภทมีรสชาติสมดุลขึ้น เช่น น้ำจิ้ม ซอส หรืออาหารที่มีความเปรี้ยวเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว โดยสามารถเติมน้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูในปริมาณเล็กน้อย แล้วชิมก่อนปรุงเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม น้ำมะนาวหรือน้ำส้มสายชูไม่ได้ทำลายสารแคปไซซินจนทำให้อาหารหมดความเผ็ด วิธีนี้จึงเป็นการปรับความรู้สึกของรสชาติโดยรวมมากกว่าการกำจัดสารที่ทำให้เผ็ด และไม่เหมาะกับอาหารทุกประเภท

สำหรับอาหารที่ไม่ควรมีรสเปรี้ยว เช่น เมนูผัดหรืออาหารที่มีรสชาติเฉพาะตัว ควรเลือกเพิ่มวัตถุดิบหลักแทนการเติมน้ำมะนาวหรือกรดในปริมาณมาก

7. เพิ่มผัก เนื้อสัตว์ หรือเส้นในเมนูผัด พร้อมตักพริกส่วนเกินออก

สำหรับเมนูผัด เช่น ผัดกะเพรา ผัดผัก เนื้อผัดพริก หรือผัดเส้น หากเผลอใส่พริกมากเกินไป ควรเริ่มจากการตักพริกส่วนเกินที่ยังมองเห็นออกก่อน โดยเฉพาะพริกสดที่ยังเป็นชิ้นอยู่ในกระทะ

จากนั้นสามารถเพิ่มผัก เนื้อสัตว์ หรือเส้นที่ยังไม่ได้ปรุงรสเผ็ด เพื่อช่วยกระจายปริมาณพริกที่เหลือในอาหารให้เจือจางลง วิธีนี้มักเหมาะสมกว่าการเติมน้ำปริมาณมาก เพราะช่วยคงเนื้อสัมผัสและลักษณะของอาหารประเภทผัดเอาไว้

อย่างไรก็ตาม หากสารแคปไซซินกระจายอยู่ในน้ำมันหรือซอสแล้ว การตักพริกออกอาจช่วยลดความเผ็ดได้เพียงบางส่วน จึงอาจต้องเพิ่มวัตถุดิบและปรับเครื่องปรุงควบคู่กันไป

สรุป วิธีแก้เผ็ดแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ใด?

สถานการณ์ วิธีที่แนะนำ กินเผ็ดจนแสบปาก ลองจิบนมหรือรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมที่ร่างกายรับได้ ไม่มีนมอยู่ใกล้ตัว ลองรับประทานข้าวหรือขนมปัง เพื่อช่วยให้รู้สึกสบายปากขึ้น แกงหรือต้มเผ็ดเกินไป เพิ่มน้ำซุปและวัตถุดิบหลัก แล้วปรับรสใหม่ ซอสหรือน้ำจิ้มเผ็ดเกินไป ปรับรสหวานหรือเปรี้ยวเล็กน้อยตามชนิดอาหาร ผัดเผ็ดเกินไป ตักพริกส่วนเกินออก และเพิ่มวัตถุดิบที่ยังไม่ปรุงรส

สรุป กินเผ็ดแล้วแก้อย่างไรให้ได้ผล?

วิธีแก้เผ็ดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการลดความเผ็ดในปากหรือในอาหาร หากรับประทานอาหารเผ็ดจนแสบร้อน การดื่มนมเป็นทางเลือกที่มีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยลดความรู้สึกเผ็ดได้ดีกว่าน้ำเปล่าในการทดลองบางรูปแบบ ส่วนข้าวและขนมปังอาจช่วยให้รู้สึกสบายปากขึ้นได้เช่นกัน

แต่หากเป็นปัญหาทำอาหารเผ็ดเกินไป ควรเริ่มจากลดปริมาณพริกที่ยังนำออกได้ และเพิ่มวัตถุดิบส่วนที่ไม่เผ็ดเพื่อเจือจางรสชาติ ก่อนปรับความหวานหรือความเปรี้ยวตามความเหมาะสมของเมนู เพราะไม่มีวัตถุดิบชนิดใดที่สามารถดูดสารแคปไซซินออกจากอาหารได้ทั้งหมดอย่างง่ายดาย

ทั้งนี้ หากมีอาการแสบร้อนรุนแรงผิดปกติ อาเจียนมาก เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบากหลังรับประทานอาหารเผ็ด ควรหยุดรับประทานและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

แหล่งอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...