โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สิทธิโชติ’ กกต. เสียงข้างน้อย แฉคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 ไม่นัดประชุม 45 วัน อ้างหมดวาระ-ติดภารกิจ ตปท.

The Reporters

อัพเดต 30 ก.ย เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 30 ก.ย เวลา 08.23 น.

‘สิทธิโชติ’ กกต. เสียงข้างน้อย แฉคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 ไม่นัดประชุม 45 วัน อ้างหมดวาระ-ติดภารกิจ ตปท. ทำคดีล่าช้า ชี้ เคยคัดค้านมติ 4:3 ไม่รับหลักฐานเส้นเงินจาก DSI เกี่ยวพันผู้ถูกกล่าวหา 8 คน

วันนี้ (30 ก.ย. 69) นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อย ร่วมเสวนา “คดีฮั้ว สว.: เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้” โดยราชบัณฑิตยสภา ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ อาคาร C

นายสิทธิโชติกล่าวถึงคดีฮั้ว สว.ว่า ตั้งแต่การรับสมัคร 20 กลุ่มอาชีพให้ถูกต้อง ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวตั้งแต่เริ่มแรก การบริหารจัดการทุลักทุเลพอสมควร ส่วนตัวเชื่อว่าผู้ที่ร่างกฎหมายนี้เห็นแล้วว่า กกต. ไม่สามารถทำได้เอง จึงไปอยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายปกครอง ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของ กกต. ที่จะต้องวินิจฉัยว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติถูกต้องตามกลุ่มอาชีพหรือไม่ โดย กกต. มักอ้างแนวคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในกรณีหนึ่งว่า หากระดับอำเภอรับสมัครมาแล้วก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตนเองเป็นฝ่ายที่คัดค้านว่าควรมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อไต่สวนว่าคุณสมบัติถูกต้องจริงหรือไม่

สำหรับกรณีโพยฮั้ว เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบโพยจำนวนมากในรอบการเลือกระดับประเทศ ในการเลือกรอบบ่ายจึงให้ดำเนินการจัดพิมพ์ใบแนะนำตัวหรือใบ สว. 3 ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า ในเวลานั้นตนเองก็เพิ่งมาเป็น กกต. ได้ 2 เดือน การบริหารจัดการในเวลานั้นไม่ค่อยดี เมื่อผู้สมัครรู้ตัวล่วงหน้า จึงเกิดความวุ่นวายดังที่ปรากฏในคลิปต่าง ๆ ซึ่งได้พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว แต่เรื่องนั้นก็ผ่านมาตามข้อเท็จจริงที่ได้รับทราบ

ส่วนเหตุผลในการตั้งคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 เนื่องจากเดิม กกต. มีคณะกรรมการฯ ลักษณะดังกล่าวอยู่แล้วจำนวน 25 คณะ แต่เนื่องจากคดีฮั้ว สว. มีเรื่องร้องเรียนจากทั่วประเทศ โดยเบื้องต้น กกต. ได้ยกคำร้องในระดับอำเภอทั้งหมด เนื่องจากพยานหลักฐานไปไม่ถึง ตนเองจึงได้หารือกับคณะกรรมการ กกต. ว่า หากเรายกคำร้องทั้งหมด ทั้งที่ประชาชนรู้อยู่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้น กกต. จะให้ความเป็นธรรมกับแผ่นดินนี้ได้อย่างไร

ทั้งนี้ หลังจากการเลือก สว. แล้วเสร็จ 6 เดือน กกต. จึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงาน เพราะมีความเห็นว่า หาก กกต. ลงพื้นที่สืบพยานหลักฐานหรือสอบปากคำเอง อาจไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จึงนำมาสู่การตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อเป็นฝ่ายให้บริการด้านข้อมูลจากการสืบสวนในสำนวน

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่เดือนหลังจากตั้งคณะกรรมการฯ มา ได้มีผู้ใหญ่จากฝั่งตำรวจโทรมาถามตนเองว่าคณะกรรมการฯ นี้จะทำงานจริงหรือไม่ เพราะตั้งแต่นัดประชุมครั้งแรกแล้วก็ไม่มีการนัดประชุมอีกเลย และไม่มีการใช้บริการด้านข้อมูลแต่อย่างใด จนเวลาล่วงเลยมาเป็นปี

“DSI ในเวลานั้นก็อยู่ภายใต้พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นอีกพรรคหนึ่ง จึงเป็นปัญหาทางการเมืองที่ยุ่งไปหมด ในเวลานั้นหาก กกต. กระโดดเข้าไปรับลูกจะเหมือนกับเลือกฝั่ง ไม่มีความเป็นกลาง เราควรนั่งฟังก่อนว่าต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร เราไม่อยากให้คนสงสัยว่าเราเข้าไปอยู่ฝ่ายไหน กระบวนการจึงล่าช้าไประยะหนึ่ง”

นายสิทธิโชติกล่าวต่อว่าเมื่อยังไม่มีความคืบหน้าทางสำนวนที่จะทำงานได้ กกต. จึงตั้งคณะกรรมการไต่สวนฯ ชุดที่ 26 ขึ้นมา เพื่อดำเนินการในฝ่าย กกต. โดยมีการเรียกข้อมูล หลักฐาน และพยานจาก DSI มาสอบใหม่ทั้งหมดเพื่อยืนยัน แม้กระทั่งพยานที่ 16/26 ที่กลับให้การ ก็เคยมาให้การยืนยันกับคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 อีกเป็นครั้งที่ 3 จึงเป็นเหตุให้ตนเองมีข้อสงสัยดังกล่าว และมีความเห็นเป็นเสียงข้างน้อย

จากนั้นเมื่อมีการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ตนเองทราบว่าประธานอนุกรรมการดังกล่าว กกต. ท่านหนึ่งตั้งมา ไม่มีการเรียกประชุมเลยถึง 45 วัน นับตั้งแต่ตั้งคณะอนุกรรมการฯ โดยอ้างว่าติดภารกิจต่างประเทศ เมื่อการพิจารณาล่าช้าจึงมีผลกระทบว่า กกต. บางคนหมดวาระแล้ว จึงมีการแต่งตั้ง กกต. ใหม่มาแทน ซึ่งตนเองจะไม่ก้าวล่วงความเห็น เพราะแต่ละคนก็มีดุลยพินิจ

นายสิทธิโชติยังชี้แจงถึงกรณีที่ กกต. ออกเอกสารข่าวชี้แจงพาดพิงตนเองกรณีที่อ้างว่า กกต. มีมติ 4:3 เสียง ไม่รับสำนวนและเอกสารหลักฐานเส้นทางการเงินจาก DSI โดยระบุว่าระหว่างที่พิจารณาอยู่ DSI มีหนังสือแจ้งมาว่าในสำนวนคดีฟอกเงินมีทั้งภาพถ่าย เส้นทางการเงินและเส้นทางการโทรศัพท์ซึ่งเกี่ยวพันกับผู้ถูกกล่าวหาประมาณ 8 คน หาก กกต. ต้องการพยานหลักฐานในสำนวนนี้ก็ขอให้มีมติให้ส่งมา จึงเป็นที่มาของมติ 4:3 เสียงว่าไม่รับ โดยเสียงข้างมากให้เหตุผลว่าสำนวนยังอยู่ที่คณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 ยังมาไม่ถึง กกต.

นายสิทธิโชติกล่าวต่อว่าตนเองได้คัดค้านด้วยเหตุผลคือ กกต. มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อหน่วยงานของรัฐแจ้งมาเช่นนี้ ก็เห็นว่าเป็นประโยชน์ อีกทั้ง ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการฯ ชุดที่ 26 ก็เคยทำเอกสารแจ้งว่าต้องการนำสำนวนนี้มาศึกษาวิเคราะห์ไว้ก่อน ซึ่งตนเองก็มองว่าเป็นผลดีต่อ กกต. ทั้งสิ้น แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ในการลงมติ

“ผมจะไม่พูดโกหก ผมจะพูดแต่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นเท่านั้น ก็จะนำไปสู่สิ่งที่ผมเคยให้สัมภาษณ์ไป และจะไม่กล่าวซ้ำอีก” นายสิทธิโชติกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...