หาดใหญ่ได้ข้อยุติ! เจ้าของยอมย้ายช้าง 4 เชือกกลับสุรินทร์ ส่วนสิงโตขาว–ไลเกอร์เตรียมย้ายไปปัตตานี
หลังชาวบ้านร้องเรียนกลิ่นมูลช้างและเสียงร้องรบกวนการพักผ่อน พร้อมกังวลเรื่องความปลอดภัย เจ้าของตกลงย้ายช้างภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนสัตว์ตระกูลแมวย้ายภายใน 6 เดือน
วันที่ 2 พ.ย.2569 ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านคลองจิก ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวบ้านรวมตัวกันหารือกับ นายวีระเกียรติ สุวรรณฤกษ์ ปลัดอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ เพื่อหาข้อสรุปหลังร้องเรียนว่า มีคนจากนอกพื้นที่มาก่อสร้าง สถานที่ใช้เลี้ยงช้าง 4 เชือก สิงโตขาว 1 ตัว และไลเกอร์ 1 ตัว จนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมี มีมูล ของเสีย จากไหลลงคูระบายน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน และชาวบ้านยังกังวล เรื่องความปลอดภัยว่าช้างอาจจะตกมัน
จากนั้นนายวีระเกียรติ นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้นำหมู่บ้าน ไปตรวจสอบสถานที่ที่ถูกชาวบ้านร้องเรียน โดยพบว่า มีการก่อสร้างกำแพงรอบพื้นที่สูงกว่า 2 เมตร มีประตูอัตโนมัติป้องกันอย่างดี เมื่อเข้าไปในพื้นที่ มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ด้านหน้ามีคอกเลี้ยงลูกช้างพัง อายุ 3-4 ปี 2 เชือก ถัดไปมีเต็นท์โดมขนาดใหญ่ เลี้ยงช้างพลาย เชือกแรกมีงายาว อายุ 40 ปี เป็นช้างนักแสดง และอีกเชือก อายุ 10 ปี ถัดไปด้านในกรงเลี้ยงสิงโตขาว และไลเกอร์ ที่เป็นลูกผสมระหว่างเสือกับสิงโต โดยมีการสร้างกรงขนาดใหญ่ 2 ชั้น และด้านบนมีการเชื่อมเหล็กโค้งงอ ป้องกันการกระโดด ซึ่งไลเกอร์ ผู้เลี้ยงมีใบอนุญาตเลี้ยงถูกต้องตามกฎหมาย แต่สิงโตขาว อยู่ระหว่างรอให้ผู้เลี้ยงพิจารณาจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ตัดสินแล้วว่า เลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการยื่นอุทธรณ์ 1 ปี หลังการตัดสินคดี
ทั้งนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ผู้ดูแลก็นำตั๋วรูปพรรณช้าง หรือ เอกสารสำคัญการครอบครองช้างบ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. 2482 ทั้ง 4 เชือก มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยพบว่าเป็นช้างที่เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดสุรินทร์
หลังตรวจสอบนายวีระเกียรติ สุวรรณฤกษ์ ปลัดอำเภอหาดใหญ่ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจว่า จากการพูดคุย ภายใน 1 สัปดาห์นี้ผู้เลี้ยงยินดีที่เคลื่อนย้ายช้างทั้ง 4 เชือกกลับไปยังจังหวัดสุรินทร์ ส่วนไลเกอร์ ก็จะเคลื่อนย้ายไปเลี้ยงไว้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี
ด้านนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ ช้างซึ่งเป็นสัตว์พาหนะ ที่การเคลื่อนย้ายอยู่ในความรับผิดชอบของปศุสัตว์นั้น มีทั้งหมด 4 ช้าง แบ่งเป็น ลูกช้าง 2 เชือก อายุ 3-4 ปี และ ช้างใหญ่ 2 เชือก มีใบซื้อขาย ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายถูกต้อง ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนเดือดร้อนเรื่องกลิ่นมูลช้าง และ เสียงร้องของช้างที่ดังจนไม่ได้พักผ่อน ซึ่งผู้เลี้ยงยินยอมย้ายช้างทั้ง 4 เชือก ออกจากพื้นที่ภายใน 1 สัปดาห์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (3 ต.ค.69) เจ้าของช้าง ก็จะไปขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายช้าง จากนั้นจะประสานรถมารับไปยังจังหวัดสุรินทร์ ส่วนไลเกอร์ และสิงโตขาว ก็จะเคลื่อนย้ายภายใน 6 เดือน เนื่องจากต้องรอให้สถานที่แห่งใหม่ ก่อสร้างกรงที่ได้มาตรฐานตามระเบียบของทรัพยากรจังหวัดก่อน
ทั้งนี้การล่ามโซ่ช้างในระยะกระชั้นชิดกับหลักนั้น เป็นวิธีการเลี้ยงช้างของจังหวัดสุรินทร์ ไม่ได้เป็นการทารุณกรรมช้าง และมีการปล่อยให้ผ่อนคลาย และช้างทั้ง 4 เชือก ผ่านการฝึก เชื่อฟังคำสั่งควานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ช้างที่มีงายาว เป็นช้างนักแสดง ส่วนอีกเชือก เป็นช้างใช้แรงงาน แต่เจ้าของซื้อมาเลี้ยง เพราะความสงสาร เอ็นดูช้าง
ด้าน นาย ปรีชา อายุ 70 ปี ชาวบ้านที่บ้านอยู่ตรงข้ามสถานที่เลี้ยงช้างและได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นมูลช้างและเสียงช้าง ก็บอกว่า ดีใจที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มารับฟังและแก้ไขปัญหา และยินดีที่เจ้าของตัดสินใจย้ายช้าง พร้อมสิงโตขาว และไลเกอร์ ออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะช้าง ที่เป็นสัตว์ใหญ่ และหากถึงช่วงเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองจุดประทัด จุดพลุเสียงดัง เชื่อว่าหากยังเลี้ยงอยู่จุดนี้ จะเอาช้างไม่อยู่ และช้างอาจจะพังประตูออกไปทำร้าชาวบ้านก็ได้ ซึ่งหากเคลื่อนย้ายออกจากจุดนี้แล้ว ก็จะแก้ปัญหากลิ่นเมห็นของมูลช้าง และตนกับครอบครัว รวมชาวบ้าน ก็จะนั่งพักผ่อนหน้าบ้าน นอนหลับได้อย่างสบายใจ
ทั้งนี้จากการข้อมูลพบว่า เจ้าของช้างทั้ง 4 เชือก รวมทั้ง ไลเกอร์ และสิงโตขาว เป็นชาวอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งขณะนี้มีการเตรียมพื้นที่ไว้ในพื้นที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ ใกล้ๆ กับวัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไปกราบไหว้สักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดกันอย่างไม่ขาดสาย