โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หาดใหญ่ได้ข้อยุติ! เจ้าของยอมย้ายช้าง 4 เชือกกลับสุรินทร์ ส่วนสิงโตขาว–ไลเกอร์เตรียมย้ายไปปัตตานี

สยามรัฐ

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หลังชาวบ้านร้องเรียนกลิ่นมูลช้างและเสียงร้องรบกวนการพักผ่อน พร้อมกังวลเรื่องความปลอดภัย เจ้าของตกลงย้ายช้างภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนสัตว์ตระกูลแมวย้ายภายใน 6 เดือน
วันที่ 2 พ.ย.2569 ที่ศาลาประชาคมหมู่บ้านหมู่ที่ 2 บ้านคลองจิก ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวบ้านรวมตัวกันหารือกับ นายวีระเกียรติ สุวรรณฤกษ์ ปลัดอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลท่าข้าม ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ เพื่อหาข้อสรุปหลังร้องเรียนว่า มีคนจากนอกพื้นที่มาก่อสร้าง สถานที่ใช้เลี้ยงช้าง 4 เชือก สิงโตขาว 1 ตัว และไลเกอร์ 1 ตัว จนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากมี มีมูล ของเสีย จากไหลลงคูระบายน้ำ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วหมู่บ้าน และชาวบ้านยังกังวล เรื่องความปลอดภัยว่าช้างอาจจะตกมัน

9409

จากนั้นนายวีระเกียรติ นำเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมผู้นำหมู่บ้าน ไปตรวจสอบสถานที่ที่ถูกชาวบ้านร้องเรียน โดยพบว่า มีการก่อสร้างกำแพงรอบพื้นที่สูงกว่า 2 เมตร มีประตูอัตโนมัติป้องกันอย่างดี เมื่อเข้าไปในพื้นที่ มีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ด้านหน้ามีคอกเลี้ยงลูกช้างพัง อายุ 3-4 ปี 2 เชือก ถัดไปมีเต็นท์โดมขนาดใหญ่ เลี้ยงช้างพลาย เชือกแรกมีงายาว อายุ 40 ปี เป็นช้างนักแสดง และอีกเชือก อายุ 10 ปี ถัดไปด้านในกรงเลี้ยงสิงโตขาว และไลเกอร์ ที่เป็นลูกผสมระหว่างเสือกับสิงโต โดยมีการสร้างกรงขนาดใหญ่ 2 ชั้น และด้านบนมีการเชื่อมเหล็กโค้งงอ ป้องกันการกระโดด ซึ่งไลเกอร์ ผู้เลี้ยงมีใบอนุญาตเลี้ยงถูกต้องตามกฎหมาย แต่สิงโตขาว อยู่ระหว่างรอให้ผู้เลี้ยงพิจารณาจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ตัดสินแล้วว่า เลี้ยงโดยไม่มีใบอนุญาต ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการยื่นอุทธรณ์ 1 ปี หลังการตัดสินคดี

9407

ทั้งนี้ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ผู้ดูแลก็นำตั๋วรูปพรรณช้าง หรือ เอกสารสำคัญการครอบครองช้างบ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. 2482 ทั้ง 4 เชือก มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ โดยพบว่าเป็นช้างที่เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดสุรินทร์

9405

หลังตรวจสอบนายวีระเกียรติ สุวรรณฤกษ์ ปลัดอำเภอหาดใหญ่ ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้ชาวบ้านเกิดความสบายใจว่า จากการพูดคุย ภายใน 1 สัปดาห์นี้ผู้เลี้ยงยินดีที่เคลื่อนย้ายช้างทั้ง 4 เชือกกลับไปยังจังหวัดสุรินทร์ ส่วนไลเกอร์ ก็จะเคลื่อนย้ายไปเลี้ยงไว้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี
ด้านนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ ช้างซึ่งเป็นสัตว์พาหนะ ที่การเคลื่อนย้ายอยู่ในความรับผิดชอบของปศุสัตว์นั้น มีทั้งหมด 4 ช้าง แบ่งเป็น ลูกช้าง 2 เชือก อายุ 3-4 ปี และ ช้างใหญ่ 2 เชือก มีใบซื้อขาย ใบอนุญาตเคลื่อนย้ายถูกต้อง ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนเดือดร้อนเรื่องกลิ่นมูลช้าง และ เสียงร้องของช้างที่ดังจนไม่ได้พักผ่อน ซึ่งผู้เลี้ยงยินยอมย้ายช้างทั้ง 4 เชือก ออกจากพื้นที่ภายใน 1 สัปดาห์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (3 ต.ค.69) เจ้าของช้าง ก็จะไปขอใบอนุญาตเคลื่อนย้ายช้าง จากนั้นจะประสานรถมารับไปยังจังหวัดสุรินทร์ ส่วนไลเกอร์ และสิงโตขาว ก็จะเคลื่อนย้ายภายใน 6 เดือน เนื่องจากต้องรอให้สถานที่แห่งใหม่ ก่อสร้างกรงที่ได้มาตรฐานตามระเบียบของทรัพยากรจังหวัดก่อน
ทั้งนี้การล่ามโซ่ช้างในระยะกระชั้นชิดกับหลักนั้น เป็นวิธีการเลี้ยงช้างของจังหวัดสุรินทร์ ไม่ได้เป็นการทารุณกรรมช้าง และมีการปล่อยให้ผ่อนคลาย และช้างทั้ง 4 เชือก ผ่านการฝึก เชื่อฟังคำสั่งควานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ช้างที่มีงายาว เป็นช้างนักแสดง ส่วนอีกเชือก เป็นช้างใช้แรงงาน แต่เจ้าของซื้อมาเลี้ยง เพราะความสงสาร เอ็นดูช้าง
ด้าน นาย ปรีชา อายุ 70 ปี ชาวบ้านที่บ้านอยู่ตรงข้ามสถานที่เลี้ยงช้างและได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นมูลช้างและเสียงช้าง ก็บอกว่า ดีใจที่เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่มารับฟังและแก้ไขปัญหา และยินดีที่เจ้าของตัดสินใจย้ายช้าง พร้อมสิงโตขาว และไลเกอร์ ออกจากพื้นที่ โดยเฉพาะช้าง ที่เป็นสัตว์ใหญ่ และหากถึงช่วงเทศกาลที่มีการเฉลิมฉลองจุดประทัด จุดพลุเสียงดัง เชื่อว่าหากยังเลี้ยงอยู่จุดนี้ จะเอาช้างไม่อยู่ และช้างอาจจะพังประตูออกไปทำร้าชาวบ้านก็ได้ ซึ่งหากเคลื่อนย้ายออกจากจุดนี้แล้ว ก็จะแก้ปัญหากลิ่นเมห็นของมูลช้าง และตนกับครอบครัว รวมชาวบ้าน ก็จะนั่งพักผ่อนหน้าบ้าน นอนหลับได้อย่างสบายใจ
ทั้งนี้จากการข้อมูลพบว่า เจ้าของช้างทั้ง 4 เชือก รวมทั้ง ไลเกอร์ และสิงโตขาว เป็นชาวอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ซึ่งขณะนี้มีการเตรียมพื้นที่ไว้ในพื้นที่ตำบลควนโนรี อำเภอโคกโพธิ์ ใกล้ๆ กับวัดช้างให้ราษฎร์บูรณาราม ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ไปกราบไหว้สักการะหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดกันอย่างไม่ขาดสาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...