โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ไฟเขียวแก้ประกันสังคมครั้งใหญ่! ขยายอายุผู้ประกันตน เปิดทางเลือกรับบำเหน็จ-บำนาญ

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 20.46 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครม.เห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคม เพิ่มสิทธิประโยชน์ลูกจ้างและผู้ประกันตน รองรับสังคมสูงวัย ขยายอายุผู้ประกันตนมาตรา 33 จาก 60 เป็น 65 ปี เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ เปิดทางเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพ พร้อมให้ใช้เงินชราภาพบางส่วนเป็นหลักประกันกู้เงินได้ในเงื่อนไขที่กำหนด ก่อนส่งร่างเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาฯ

3 พฤศจิกายน 2569 - ที่ศูนย์การประชุมมณฑาทิพย์ ฮอลล์ จังหวัดอุดรธานี ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รองรับสังคมสูงวัย และเพิ่มความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนอย่างครอบคลุมมากขึ้น

เนื่องจากพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

สำหรับสาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ กำหนดให้ขยายอายุขั้นสูงของลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเดิม 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับการทำงานของแรงงานสูงอายุ และให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรของประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีสงเคราะห์บุตร โดยให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิต่อเนื่องอีก 6 เดือนหลังออกจากงาน รวมถึงปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

นอกจากนี้ ยังเพิ่มเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน จากเดิมร้อยละ 50 เป็นไม่เกินร้อยละ 70 ของค่าจ้าง เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางการเงินของผู้ประกันตนที่สูญเสียความสามารถในการทำงาน

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งสาระสำคัญคือการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ โดยเปิดให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน สามารถเลือกรับเงินบำนาญชราภาพหรือบำเหน็จชราภาพได้ เมื่อมีอายุครบ 55 ปี หรือเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ส่วนผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือน สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนก่อนอายุ 55 ปีได้ หากประสบภัยพิบัติร้ายแรงที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้ประกันตน

อีกทั้งยังเปิดทางให้นำเงินชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินที่ทำความตกลงกับสำนักงานประกันสังคม โดยกำหนดวงเงินไม่เกินร้อยละ 30 ของเงินชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอธิบายว่า ร่างกฎหมายยังเปิดโอกาสให้ผู้รับบำนาญชราภาพที่ออกจากงานแล้ว แต่ยังต้องการได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคม เช่น สิทธิรักษาพยาบาล สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้

โดยกำหนดให้รัฐร่วมจ่ายเงินสมทบ 1 ส่วน และผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบ 2 ส่วน เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุที่พ้นจากการทำงานยังสามารถเข้าถึงหลักประกันทางสังคมได้อย่างต่อเนื่อง

พร้อมกันนี้ ร่างกฎหมายยังปรับปรุงบทกำหนดโทษสำหรับนายจ้างที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น การไม่ยื่นแบบรายการภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยเปลี่ยนจากโทษทางอาญาเป็นการปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความเหมาะสมและเป็นธรรมมากขึ้น

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ระบุด้วยว่า ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองจำนวน 18 ฉบับ ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันหลังกฎหมายมีผลใช้บังคับ เพื่อรองรับการดำเนินการตามหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ใหม่

ทั้งนี้ ขั้นตอนหลังจาก ครม.เห็นชอบ จะส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) พิจารณา ก่อนเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป โดยสิทธิประโยชน์ใหม่ยังไม่เริ่มมีผลบังคับใช้จนกว่ากฎหมายจะผ่านกระบวนการตามขั้นตอนและมีผลใช้บังคับอย่างเป็นทางการ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...