โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 พฤศจิกายน 2569 เวลา 2.07 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด กระแสข่าวคำร้องขอได้รับการนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ของ “ทักษิณ ชินวัตร” กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด แม้ตัวบทกฎหมายจะมีเจตนารมณ์เพื่อผู้ชุมนุมทางการเมือง และไม่ครอบคลุมคดีทุจริตหรือการยึดทรัพย์ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ทั้ง 4 คดีที่ศาลมีคำพิพากษาไปแล้ว จนกระทั่งกรรมการฯ บางท่านได้แจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการต่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าไม่อยู่ในเงื่อนไขก็ตาม แต่แรงสะเทือนทางการเมืองกลับไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ข้อกฎหมาย

มีรายงานถึงเค้าลางการใช้พลังทางการเมืองกดดันผ่านเสียง สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนในการลงมติไว้วางใจ “อนุทิน” และรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงการส่งสัญญาณไปยัง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แห่งพรรคกล้าธรรม แม้ฉากหน้าฝั่งเพื่อไทยจะออกมารูปแบบปฏิเสธ และ ร.อ.ธรรมนัสจะยังสงวนท่าที แต่วิถีการเมืองที่พึ่งพาการดีลและต่อรองมาโดยตลอด ทำให้สุภาษิต "ที่ไหนมีควัน ที่นั่นมีไฟ" ยังคงขลังอยู่เสมอ

สำหรับ “นายกฯ อนุทิน” แม้ในทางเปิดเผยคงทำได้เพียงตอบกลางๆ ว่าทุกอย่าง "เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย" เพื่อระมัดระวังไม่ให้กระทบการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 แต่ในความเป็นจริงย่อมรู้ดีว่าสถานการณ์รอบตัวประมาทไม่ได้เลย บทเรียนทางการเมืองชี้ให้เห็นเสมอว่าความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในวงการอำนาจสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ และความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

ศึกซักฟอกที่กำลังจะมาถึงในช่วงต้นเดือนธันวาคม จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องจับตาอย่างยิ่ง แม้ในวันนี้ฉากทัศน์การเมืองจะดูเหมือนสงบและนิ่งสนิท แต่หากมีจุดพลิกผันเพียงเล็กน้อย ย่อมพร้อมจะเปลี่ยนทิศทางได้เสมอ “อนุทิน” จึงยังไม่อาจวางใจกับเสถียรภาพที่เป็นอยู่ เพราะในกระดานอำนาจนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น

จากการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ กรอ. กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู ซึ่งมี “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้เห็นชอบข้อเสนอเชิงนโยบายรวม 170 โครงการ วงเงินงบประมาณรวมกว่า 78,461 ล้านบาท เพื่อเตรียมนำเสนอต่อที่ประชุม ครม.สัญจร ณ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ นัยสำคัญของงบประมาณก้อนโตนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างกระแสข่าวหรือดรามาทางการเมืองเพื่อสร้างภาพจำไปวันๆ แต่เป็นการวางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจระดับพื้นที่ที่จับต้องได้จริง เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนอีสานตอนบนได้รับผลประโยชน์แบบกินได้และตกถึงท้องอย่างแท้จริง

โครงสร้างของแผนงานถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ปากท้องของคนในพื้นที่อย่างครอบคลุม 4 มิติหลัก โดยมิติที่มีวงเงินสูงที่สุดถึงกว่า 57,578 ล้านบาท จาก 35 โครงการ คือ การพัฒนาการค้าชายแดน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเปิดประตูการค้า สร้างจุดเชื่อมโยงโลจิสติกส์ และขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้ลุยตลาดเพื่อนบ้าน ดึงเงินเข้าสู่ชุมชน ขณะเดียวกัน มิติการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีจำนวนมากที่สุดถึง 66 โครงการ วงเงินกว่า 9,887 ล้านบาท จะช่วยกระจายรายได้สู่พ่อค้าแม่ค้า ชุมชนท้องถิ่น ร้านอาหาร และธุรกิจโรงแรมอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีมิติการผลิตและการค้าสินค้าเกษตรและอาหารอีก 38 โครงการ วงเงินกว่า 7,956 ล้านบาท ที่เน้นยกระดับผลผลิต พัฒนาวัตถุดิบและเครื่องเทศไทยสู่ตลาดโลกเพื่อเพิ่มมูลค่าในกระเป๋าของเกษตรกร พร้อมขนานไปกับการปราบปรามยาเสพติดอีก 31 โครงการ วงเงินกว่า 3,039 ล้านบาท เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ความพิเศษที่ทำให้ชาวบ้านสัมผัสผลประโยชน์ได้เร็วที่สุด คือการจัดสรรเป็นมาตรการเร่งด่วน หรือ Quick Win ที่มีความพร้อมอัดฉีดงบประมาณกว่า 2,879 ล้านบาท ลงสู่ 101 โครงการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทันทีในระยะสั้น ควบคู่ไปกับแผนระยะยาวอีก 69 โครงการ วงเงินกว่า 75,582 ล้านบาท

“รองนายกฯ” ย้ำชัดว่า นโยบายการขับเคลื่อนภาคเกษตรและการพัฒนาเศรษฐกิจครั้งนี้ ทำบนพื้นฐานศักยภาพที่แท้จริงของพื้นที่ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้อีสานตอนบนเป็นครัวโลกที่สร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคง มติที่เป็นเอกภาพของ กรอ.ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะถูกส่งต่อให้ สศช. เสนอ ครม.สัญจร อุดรธานี เพื่อเปลี่ยนแผนงานบนกระดาษให้กลายเป็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม.

เสือดำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...