โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

"อายุน้อยร้อยโรคบน TikTok" ยิ่งดูก็ยิ่งหลอน รู้ทันกลไกอัลกอริทึมป้อน"ข่าวมะเร็งเต็มฟีด!"

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยิ่งกลัว ยิ่งปัดเจอ! ทำไมฟีด TikTok ถึงชอบส่งคลิปโรคร้ายแรงมาให้คนอายุน้อยดูจนกลายเป็น Health Anxiety? สิ่งที่คุณเห็นบนหน้าจออาจไม่ใช่

เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ "อายุน้อยร้อยโรคบน TikTok" ยิ่งดูก็ยิ่งหลอน โดยระบุว่า

TikTok ชอบขึ้นฟีดคนอายุน้อยเป็นมะเร็งระยะท้าย ทำไมยิ่งดูก็ยิ่งเจอจนกังวล?

อาการนี้เจอกันเยอะมากในยุคนี้ จนบางคนกลายเป็น โรคคิดว่าตนเองป่วย (Health Anxiety) หรือนอนไม่หลับเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคร้ายแรงทั้งๆ ที่อายุยังน้อย

ในทางจิตวิทยาและเทคโนโลยี พฤติกรรมนี้มีกลไกอธิบายได้อย่างชัดเจนครับว่าทำไมโซเชียลมีเดียถึงชอบส่งคลิปประเภทนี้มาให้เราดูเรื่อยๆ

1. การทำงานของ Algorithm และ Emotional Engaging Content

ระบบ AI และ Algorithm ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (โดยเฉพาะ TikTok) ถูกออกแบบมาด้วยเป้าหมายเดียวคือ "การดึงรั้งสายตาและเวลาของคุณให้อยู่บนหน้าจอนานที่สุด"

• กระตุ้นอารมณ์ความกลัว (Fear-driven Engagement): สมองของมนุษย์ถูกวิวัฒนาการมาให้ไวต่อสัญลักษณ์ของภัยคุกคามและความกลัว (Threat Detection) คลิปเกี่ยวกับคนอายุน้อยเป็นโรคร้ายแรงจึงเป็น Emotional Engaging Content ที่ดึงดราม่าและกระตุ้นอารมณ์ความกลัวได้อย่างรุนแรงที่สุด

• พฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว (Dwell Time): เมื่อคลิปแนวนี้ขึ้นมา แม้คุณจะรู้สึกกลัว แต่มองในมุมกลับ สมองคุณจะสั่งให้ "หยุดดูจนจบ" เพราะอยากรู้รายละเอียดเพื่อประเมินความเสี่ยงให้ตัวเอง ระบบจะนับทันทีว่าคุณมี Dwell Time กับคลิปนี้สูง

• วงจรอัลกอริทึมป้อนซ้ำ (Feed-Forward Loop): เมื่อคุณหยุดดู อ่านคอมเมนต์ หรือเผลอกดรีโพสต์/กดไลก์ ระบบจะตีความทันทีว่า "ผู้ใช้คนนี้ชอบ/สนใจเนื้อหาประเภทนี้" แล้วก็จะยิ่งระดมส่งคลิปคนอายุน้อยป่วยเป็นโรคร้ายแรงมาเติมบนหน้าฟีดของคุณเรื่อยๆ จนเกิดเป็นวงจรไม่รู้จบ

2. ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา

เมื่อฟีดของคุณเต็มไปด้วยคลิปคนอายุน้อยเป็นมะเร็ง สมองจะเกิดการประมวลผลผิดพลาดทางจิตวิทยา 2 ประการ:

• Availability Heuristic: สมองจะประเมินว่า "โรคมะเร็งในคนอายุน้อยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมากๆ" เพียงเพราะว่าเราเห็นคลิปเหล่านี้บนหน้าจอทุกวัน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงเชิงสถิติทางการแพทย์ มะเร็งระยะที่ 4 ในคนอายุ 20 ต้นๆ ยังคงเป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก

• Confirmation Bias: พอเริ่มกังวล ร่างกายมีอาการเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ปวดหัว แน่นท้อง อ่อนเพลีย สมองก็จะเริ่มเชื่อมโยงเข้าหาคลิปที่เคยดูทันทีว่า "หรือเราจะเป็นเหมือนในคลิป?" ส่งผลให้ความกังวลพุ่งสูงขึ้นไปอีก

3. วิธีดัดหลัง Algorithm และพาตัวเองออกจากภาวะกังวล

หากรู้สึกว่าหน้าฟีดเริ่มทำให้สุขภาพจิตแย่และกังวลเกินเหตุ แนะนำให้ลองปรับพฤติกรรมการใช้ดังนี้ครับ:

1. กด "ไม่สนใจ" (Not Interested) ทันที: เมื่อเห็นคลิปแนวนี้ขึ้นมา อย่าหยุดดูแม้แต่วินาทีเดียว ให้รีบปัดผ่านทันที หรือกดค้างที่คลิปแล้วเลือก "Not Interested / ไม่สนใจ"

2. ล้างประวัติการค้นหาและรีเซ็ตฟีด (Reset For You Feed): ในแอป TikTok สามารถเข้าไปที่ Settings > Content Preferences > Refresh your For You feed เพื่อล้างประวัติความสนใจทั้งหมดและเริ่มสอน AI ใหม่ตั้งแต่ต้น

3. ฝึกจำกัดการดูข้อมูลสุขภาพบนโซเชียล: หากมีอาการผิดปกติทางร่างกายจริงๆ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหรือเจาะเลือดตรวจหาความเสี่ยง แทนการเสิร์ชหาอาการบนโซเชียลมีเดีย

นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์

ข้อสรุปทางการแพทย์: สิ่งที่คุณกำลังเห็นบนหน้าฟีด ไม่ใช่ "สถิติที่แท้จริงของโลกใบนี้" แต่เป็นเพียง "สิ่งที่อัลกอริทึมเลือกมาดักจับความสนใจของคุณ" เท่านั้นครับ การรู้เท่าทันเทคโนโลยีจะช่วยลดความวิตกกังวลที่ไม่จำเป็นลงได้มาก

ใครเคยเจอฟีด TikTok หรือโซเชียลมีเดียป้อนคลิปโรคร้ายแรงจนหลอนและกังวลตามบ้าง แล้วมีวิธีปรับฟีดของตัวเองกันอย่างไร ลองคอมเมนต์มาพูดคุยและแชร์กันได้

เพจเฟซบุ๊ก "หมอเปรมใส่ไข่ ความรู้สุขภาพจิตแบบง่ายๆ" ของ นพ.อภิชาญ แดงรุ่งโรจน์ (ว.63155)จิตแพทย์ รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0x4j1oMBSmEaKHeRtcxstVcLephZfzhJ5acYXqhAawEYkjVFJsyyUEHQXa6oGz6xCl&id=61557447432049

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...