24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2569
>> รถจักรยานยนต์ชนเข้าท้ายรถนั่งส่วนบุคคล ริมถนนพระราม 2 หนุ่มเสียชีวิต, สาวเจ็บสาหัส เร่งนำส่ง รพ.
08.20 น. หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างเบญจธรรม สมุทรสงคราม รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้ได้บาดเจ็บสาหัส บนถนนพระราม 2 ฝั่งขาออก ช่วงหลัก กม.ที่ 75+900 ในพื้นที่ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีเทา ทะเบียนป้ายแดง ลักษณะชนเข้าท้ายรถนั่งส่วนบุคคล มิตซูบิชิ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร ใกล้กันพบร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส โดยเป็นผู้หญิง 1 ราย อายุ 22 ปีชาวสัญชาติเมียนมา ทางอาสามัครฯ ช่วยเหลือและนำส่งสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า
ส่วนในจุดเกิดเหตุ ผู้บาดเจ็บอีก 1 รายนั้น ทางเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 18 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยี่สาร
>> รองนายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2569
08.30 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม นำคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช พุทธศักราช 2569 ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต โดยถวายความเคารพพระบรมราชานุสรณ์ ก่อนวางพวงมาลา 2 พวง ในนาม นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นร่วมถ่ายภาพหมู่
ทั้งนี้ วันที่ 23 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันปิยมหาราช ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจสำคัญในการปกครองบ้านเมืองและพัฒนาประเทศ นำวิทยาการสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้หลายด้าน โดยเฉพาะการเลิกทาส พสกนิกรชาวไทยจึงพร้อมใจกันถวายพระราชสมัญญาว่า “สมเด็จพระปิยมหาราช” หมายถึง พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน
>> โจรลักทรัพย์โรงงาน เถ้าแก่บึ่งรถมาตรวจ พบคนร้ายถือท่อนแป๊บจะพุ่งเข้า ชักปืนสวนโป้ง 1 นัดป้องกันตัว กระสุนเข้าจุดสำคัญดับ พวกที่เหลือหนีกระจาย จ.สมุทรสาคร
10.00 น. พล.ต.ต.ธีระเดช อธิภัคกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธร จว.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเหตุลักทรัพย์ภายในพื้นที่โรงงานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร โดยในที่เกิดเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 คน
ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจพื้นที่ซึ่งมีลักษณะเป็นโกดัง ตัวอาคารเปิดโล่ง หลังคาสูง มีเครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ใช้ในกระบวนการผลิตโลหะ เก็บกองไว้เป็นจำนวนมาก แต่มีสภาพค่อนข้างเก่า และยังมีชั้นเหล็ก ชิ้นส่วนอุปกรณ์ ท่อนเหล็กที่ถูกตัดทิ้งไว้ที่พื้นและอื่นๆ อีกหลายอย่าง
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย ไม่ทราบชื่อ รูปร่างสูงใหญ่ อายุราวๆ 40 ปีเศษ ตรวจค้นภายในตัวไม่พบหลักฐานใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งจากการชันสูตรเบื้องต้น พบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ใต้ราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจ กระสุนฝังใน ส่วนทางด้านของผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อคือ เฮียปอ อายุ 72 ปี เป็นเจ้าของสถานที่ และก็ไม่ได้หลบหนีไปไหน ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้การในเบื้องต้นว่า
ก่อนเกิดเหตุตนเองกำลังขับรถออกไปทำงาน แต่มีโทรศัพท์จากภรรยาโทรเข้ามาบอกว่า มีคนเห็นโจรเข้ามาลักขโมยของในโรงงานแห่งนี้อีกแล้ว ซึ่งโรงงานนี้ตนเองสร้างไว้เมื่อราวๆ 4 – 5 ปีที่แล้ว มีการขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เดิมตั้งใจจะทำเป็นโรงงานผลิตสินค้าโลหะ แต่ด้วยพิษเศรษฐกิจไม่ดี จึงยังไม่ได้ดำเนินกิจการอะไรทั้งนั้น มีเพียงแค่การขนย้ายเครื่องจักรเก่าๆ ที่ยังคงใช้งานได้ตามปกติ มาเก็บไว้ก่อน และต่อมาทางลูกๆ ก็ตั้งใจว่า เมื่อเรียนจบก็จะมาปรับเปลี่ยนพื้นที่สำหรับใช้ขายสินค้าออนไลน์ แต่พอทิ้งไว้นานๆ ก็มีคนเข้ามาลักทรัพย์ภายในโรงงานอยู่บ่อยครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นเข้ามาลักแผงวงจรปิดของเครื่องจักร เพื่อเอาชิปไปขาย หรือเอาไปหลอมทองแดง
ซึ่งก่อนหน้านี้ราวๆ 4 – 5 เดือนที่ผ่านมา ก็เคยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายไปได้แล้วประมาณ 3 คน เหตุการณ์ก็เงียบไปพักหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ก็มีคนเข้ามาลักทรัพย์อีก เพื่อนบ้านก็คอยบอกให้ทราบ
กระทั่งมาวันนี้ พอตนเองรู้ว่ามีคนร้ายเข้ามาลักของอีกแล้ว จึงได้วกรถกลับมาที่บ้าน แล้วก็มาเอาอาวุธปืนก่อนออกมาพร้อมกับภรรยาและลูกสาว เมื่อมาถึงได้ให้ภรรยากับลูกรออยู่หน้าโรงงาน ส่วนตัวเองเดินเข้ามา จนมาถึงด้านในก็ได้ยินเสียงคล้ายกับคนร้ายกำลังช่วยกันตัดอะไรอยู่ด้านหลังโรงงาน และก็มีคนร้ายคนหนึ่ง อยู่ตรงที่เสียชีวิต ถือท่อนแป๊บจะพุ่งเข้าใส่ตน ตนเองจึงใช้อาวุธปืน .38 ยิงไป 1 นัด เพื่อป้องกันตัว โดยไม่รู้ว่าลูกกระสุนปืนไปถูกส่วนไหนของคนร้ายคนนั้น ส่วนคนที่เหลือเมื่อได้ยินเสียงปืนก็วิ่งหนีออกไปทางด้านหลัง ตามที่เห็นอีก 3 คน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายปอ พร้อมครอบครัว ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.กระทุ่มแบน ก่อนที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ยังจะได้มีการติดตามตัวผู้ที่เข้ามาลักทรัพย์ในที่เกิดเหตุ ตามคำให้การของเจ้าของสถานประกอบการอีกด้วย
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยเพชรเกษม 106 จนท.คาดแก๊สรั่วไหลบริเวณห้องเครื่องและได้ทำการสตาร์ทรถทำให้เกิดการลุกติดไฟ
10.41 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยเพชรเกษม 106 ถนนเพชรเกษม แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้เสียหายส่วนหน้าห้องเครื่องและที่นั่งส่วนหน้า อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากแก๊สรั่วไหลบริเวณห้องเครื่องและได้ทำการสตาร์ทรถทำให้เกิดการลุกติดไฟ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองแขม
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
11.59 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดิไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.5 ควมลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ ประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 184 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เปิดตู้เซฟ “แม่ภัทร” ทอง - เงินสดหายเกลี้ยง เหลือติดตู้แค่ 3 ชิ้น ตร.วังทองหลาง ส่งหมายเรียกลูกชาย สอบสวน ติดตามหาทรัพย์สินสูญหาย
15.22 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจ สน.วังทองหลาง เดินหน้าคลี่คลายปริศนาหลังเชิญ "แม่ภัทร" ผู้เสียหายคดีถูกบังคับส่งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เข้าเปิดตู้เซฟเพื่อรับทรัพย์สินคืน แต่กลับต้องตะลึงเมื่อพบว่าทรัพย์สินมีค่าล้ำค่าทั้งทองคำแท่งหนัก 10 บาท สร้อยทอง และเงินสด หายไปกว่า 80% เหลือของจริงตรงตามบัญชีที่เคยแจ้งความไว้เพียง 3 รายการเท่านั้น ได้แก่ กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม สร้อยข้อมือทองคำ และแหวนล้อมเพชร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ส่งมอบคืนแก่ผู้เสียหายแล้ว ส่วนตู้เซฟถูกยึดไว้เป็นหลักฐานสำคัญในทางคดี
ด้าน ผกก.สน.วังทองหลาง เผยเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียด พร้อมส่งหมายเรียก "นายเบนซ์" ลูกชายผู้เสียหายเข้าให้ปากคำแล้ว เนื่องจากพบจุดสงสัยหลายประการ ทั้งรายการทรัพย์สินที่ไม่ตรงกับบัญชีแจ้งความ รวมถึงประเด็นที่แม่ภัทร ระบุว่าเปิดตู้เซฟครั้งสุดท้ายตั้งแต่ปี 2567 หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่ามีทรัพย์สินสูญหายไปจำนวนเท่าใดแน่ พร้อมเดินหน้าสืบหาเบาะแสเพื่อติดตามทรัพย์สินอีก 9 รายการที่เหลือกลับคืนมาให้ได้โดยเร็ว
>> รวบแก๊งขนยานรก แต่ไม่รอด จนมุมกลางแยกไฟแดงนิคมคำสร้อย ผงะเจอยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด
16.16 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนิคมคำสร้อย กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร สกัดรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีบรอนซ์เงิน ต้องสงสัยลำเลียงยาเสพติด บนถนนชยางกูร เส้นทางมุกดาหาร–อำนาจเจริญ บริเวณสามแยกไฟแดงหน้าจุดบริการประชาชน ตู้ยามจราจร สภ.นิคมคำสร้อย หลังพบรถจอดติดสัญญาณไฟแดง ก่อนคนขับพยายามขับรถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์เพื่อหยุดรถ ก่อนเข้าควบคุมสถานการณ์และตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว
จากการตรวจค้นภายในรถ เจ้าหน้าที่พบถุงดำขนาดใหญ่บรรจุกระสอบจำนวน 6 กระสอบ เบื้องต้นคาดว่าเป็นยาบ้าจำนวนประมาณ 2–2.4 ล้านเม็ด โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงจำนวน 4 ราย เพื่อนำตัวไปสอบสวนขยายผล
ภายหลังการสกัดจับ เจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นิคมคำสร้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลถึงแหล่งที่มาของยาเสพติด เส้นทางการลำเลียง ผู้ว่าจ้าง และเครือข่ายที่อาจอยู่เบื้องหลังการขนส่งยาเสพติดล็อตดังกล่าวต่อไป
>> ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ ทรงวางพวงมาลา เนื่องในวันปิยมหาราช ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๙
17.02 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จในการนี้ด้วย
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระลานพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะทองทิศ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงวางพวงมาลา และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ เสร็จแล้ว ประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวันปิยมหาราช พุทธศักราช ๒๕๖๙ ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
>> ปภ. ส่ง CBS แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.ครน ต.วิสัยใต้ ต.ปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
20.20 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งเตือนมีฝนตกหนักในพื้นที่ อ.สวี และยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.ครน ต.วิสัยใต้ ต.ปากแพรก และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
ปภ. จึงได้ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS True และ NT ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast แจ้งเตือนฝนตกหนัก ต.ครน ต.วิสัยใต้ ต.ปากแพรก อ.สวี จ.ชุมพร
>> สกัดกลางทาง ตำรวจ บช.ปส. รวบ 2 ผู้ต้องสงสัยลำเลียงยาเสพติดลงใต้ พบยาบ้ากว่า 9 แสนเม็ด ซ่อนช่องลับใต้กระบะ ปลายทางหาดใหญ่
21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ปฏิบัติการสกัดจับรถกระบะโตโยต้า สีขาว บริเวณทางเบี่ยงถนนสายเอเชีย ฝั่งขาล่อง หมู่ที่ 1 ตำบลแพรกหา อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง หลังได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่ารถคันดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้
จากการตรวจสอบพบผู้เดินทางเป็นชายและหญิง รวม 2 ราย ซึ่งมีความสัมพันธ์เป็นสามีภรรยา เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตรวจค้นรถอย่างละเอียด ก่อนพบช่องเก็บของที่ถูกดัดแปลงไว้บริเวณใต้กระบะ ภายในซุกซ่อนยาบ้ารวม 924,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
แนวทางการสืบสวนเบื้องต้นระบุว่า รถคันดังกล่าวเดินทางมาจากพื้นที่ภาคเหนือ โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้ระหว่างผ่านจังหวัดพัทลุง
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ถูกจับกุมทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.นาขยาด ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมเดินหน้าสืบสวนขยายผลตรวจสอบบุคคลและเครือข่ายที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลำเลียงยาเสพติดครั้งนี้ ทั้งนี้ การดำเนินคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ถูกกล่าวหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
>> ตร.พหลโยธิน รวบแล้วหนุ่ม 19 แพ้เสียงแตร ชกหญิงสาว ถนนลาดพร้าว อ้างถูกเฉี่ยวชน ไม่รู้คนขับเป็นผู้หญิง
21.01 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ร่วมกับ ฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวชายอายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายหญิงสาว อายุ 27 ปี ขณะติดสัญญาณไฟจราจรบริเวณห้าแยกลาดพร้าว มาทำการสอบปากคำ
ระหว่างถูกควบคุมตัวเข้าห้องสืบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงมูลเหตุ รวมถึงกรณีที่สังคมออนไลน์ระบุว่าเจ้าตัวมักมีพฤติกรรมกร่างและชอบก่อเหตุในลักษณะนี้บ่อยครั้ง โดยผู้ก่อเหตุปฏิเสธกระแสข่าวดังกล่าว ยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนั้น หากไม่เจอคู่กรณีที่มีพฤติกรรมก่อกวนใส่ก่อน ส่วนประเด็นที่ลงมือทำร้ายผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิงนั้น เจ้าตัวอ้างว่าไม่ทราบจริง ๆ ว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิง หากรู้ก็คงไม่ลงมือทำอย่างแน่นอน
สำหรับสาเหตุ เจ้าตัวอ้างว่า คู่กรณีขับรถมาเฉี่ยวชนตนเองก่อน แต่กลับไม่ยอมจอดลงมาพูดคุย จึงขี่รถจักรยานยนต์ไล่ตามไปพร้อมตะโกนเรียก แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ยอมลงมาจากรถ ทำให้เกิดอารมณ์โมโห ยอมรับผิดและรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมารู้ภายหลังว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิง
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างเร่งสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนัดหมายให้ผู้เสียหายและทนายความเดินทางมาชี้ตัวยืนยันผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เหตุเรือกระบะชนกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ลอยคอกลางคลองสำโรง จนท.กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ จ.สมุทรปราการ
21.30 น. รับแจ้งว่า เกิดเหตุเรือกระบะ เครื่องยนต์ดีเซลชนกัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ภายในคลองสำโรง บริเวณหลังเทศบาลตำบลบางพลีใหญ่ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบว่า มีผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นผู้โดยสารลอยคอรอความช่วยเหลือกลางคลอง ทีมหน่วยบรรเทาสาธารณภัยบางพลี พร้อมเจ้าหน้าที่เทศบาลบางพลี นำเรือท้องแบนเข้าช่วยเหลือ ก่อนลำเลียงผู้ประสบเหตุเข้าฝั่ง ส่งต่อให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทั้งหมด 8 ราย มีทั้งชาย, หญิง และเด็กชายวัย 6 ขวบ ซึ่งเบื้องต้นเด็กได้รับบาดเจ็บไม่มาก
ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เรือที่ประสบเหตุแล่นอยู่ฝั่งขวาของคนขับ ก่อนมีเรือคู่กรณีแล่นสวนเข้ามาในแนวเดียวกัน แล้วพุ่งเกยหัวเรือจนเฉี่ยวชนและจมน้ำ สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
>> แผ่นดินไหว ภายในพื้นที่ของจังหวัดสุโขทัย
22.20 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ปากน้ำ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน
>> เหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ภายในพื้นที่ของประเทศ สปป.ลาว
02.31 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศลาว ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 96 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย