โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้เสียหายร้องถูกร้านเพชรชื่อดัง ฉ้อโกง เสียหายกว่า 60 ล้านบาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 พ.ค. 2566 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2566 เวลา 08.02 น. • The Bangkok Insight

ผู้เสียหายร้องถูกร้านเพชร ชื่อดังย่านสมุทรสาคร ฉ้อโกง ซื้อแล้วไม่ได้ของ ผู้เสียหายกว่า500 คน มูลค่าความเสียหายกว่า60 ล้านบาท

วันที่8 พฤษภาคม2566 เวลา11.00 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม.ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ พาผู้เสียหายกว่า50 คน เข้าพบ พนักงานสอบสวน บก.ปอศ.แจ้งความกรณีถูกร้านเพชร ชื่อดังย่านสมุทรสาคร ฉ้อโกง ซื้อแล้วไม่ได้ของ ผู้เสียหายกว่า500 คน มูลค่าความเสียหายกว่า60 ล้านบาท

ร้านเพชร

โดย ทนายไพศาลเปิดเผยว่า มีกลุ่มผู้เสียหายเข้ามาปรึกษา เรื่องถูกร้านเพชรมีพฤติกรรมฉ้อโกง หลอกให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนในหลายรูปแบบ ตามโปรโมชั่นของร้านแต่พบว่ากลับไม่ได้เครื่องเพชรหรือบางรายได้เพชรคุณภาพไม่ตรงตามที่โฆษณาซึ่งร้านดังกล่าว จะมีการไลฟ์สดขายเพชรผ่านทางออนไลน์ โดยมีหน้าร้านที่ดูหน้าเชื่อถือเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อก็ตกลงซื้อเพชรมีการจ่ายเงินแต่เมื่อถึงเวลากำหนดส่งเครื่องเพชร กลับมีการผลัดวันประกันพรุ่งขอเลื่อนหลายครั้ง จนเป็นที่น่าสงสัยนอกจากนี้ยังมีการชวนลงทุนเพชรซึ่งใครๆต่างก็รู้กันว่า หลังจากที่ซื้อเพชรมา หากนำไปขายราคาจะตกลงในระดับหนึ่งร้านนี้ก็มีโปรโมชั่นออกมา ว่าถ้าซื้อเพชรกับทางร้าน ผ่านไป1ปีเมื่อนำเพชรมาขายนอกจากราคาจะไม่ลดแล้ว ยังมีเงินคล้ายๆ กับการให้เปอร์เซ็นต์แถมด้วย ทำให้ผู้เสียหายหลายคนหลงเชื่อเพราะเป็นเหมือนการลงทุนแถมยังได้เพชรมาใส่เล่นด้วยหรือ ล่าสุดที่มีโปรโมชั่นเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์เพื่อแลกซื้อเพชรเช่นหากเติมเงินเข้าไปในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์50,000บาทสามารถแลกซื้อเพชรในราคามูลค่า700,000บาทได้

นอกจากผู้เสียหายที่เกิดจากการซื้อเพชรหรือหลงเชื่อกับการเติมเงิน เพื่อแลกซื้อเพชรนั้นยังมีซัพพลายเออร์ผู้จัดหาเพชร ที่กลายเป็นผู้เสียหายโดยเจ้าของร้านได้ไปซื้อเพชรกับซัพพลายเออร์โดยอาศัยเคดิตยังไม่มีการจ่ายเงิน อ้างว่าถ้าได้เงินจากลูกค้าจะนำมาจ่ายให้กับซัพพลายเออร์แต่กลับพบว่าไม่มีการจ่ายเงินให้กับซัพพลายเออร์แต่อย่างใดจนกระทั้งปิดร้าน และเพจหนีไปส่วนประเด็นที่พนักงานของร้านถูกลอยแพเช่นเดียวกันนั้นเนื่องจากเดินทางไปทำงานตามปกติ แต่พบว่าร้านปิดและติดต่อเจ้าของไม่ได้แถมถูกลูกค้าโทรมาทวงถามหาเครื่องเพชรที่ถึงกำหนดส่งจนเจ้าตัวต้องไปลงบันทึกประจำวันนั้น จากที่ตนสอบถามเชื่อว่าพนักงานไม่มีส่วนรู้เห็นกับทางเจ้าของร้านแต่อย่างใด

ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลพบว่าเจ้าของร้านเพชร หลังจากที่ปิดร้านหนีได้ไปลงทุนทำร้านกาแฟในพื้นที่จังหวัดอุดรฯ แต่เมื่อส่งผู้ช่วยในทีมตนไปกลับไม่พบเจ้าขร้านแต่อย่างใดทั้งนี้เชื่อว่า เจ้าเจ้าของร้านเพชร ยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศเพราะลูกเขายังเรียนอยู่ที่นี้อย่างไรก็ตามการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน จึงได้พาผู้เสียหายเดินทางมาแจ้งความเอาผิดนอกจากนี้ยังมีการไลฟ์สดเข้าข่ายการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งถ้าพบว่าเข้าข่ายก็จะดำเนินคดีในข้อหานี้ด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...