โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะ! ข้อดีของการมีความรักแบบ Healthy Relationship ในวัยเรียน

Dek-D.com

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 09.16 น. • DEK-D.com
“รักในวัยเรียน” ไม่ได้แย่เสมอไป

“รักในวัยเรียน” ไม่ได้แย่เสมอไป

สวัสดีค่ะน้อง ๆ ชาว Dek-D ที่น่ารักทุกคนในช่วงวัยรุ่นวัยแห่งการเรียนรู้และเติบโตอย่างพวกเราในตอนนี้ นอกจากจะมีเรื่องเรียนที่ต้องโฟกัสแล้ว พี่แคทเชื่อว่าอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันของน้องในวัยนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความรักใช่ไหมคะ? การมีความรักในวัยเรียนเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่หลายคนอาจไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะทำให้เราเสียการเรียน แต่จริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้แย่เสมอไป หากเรารู้จักเลือกและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อฝ่ายตรงข้าม การมีความรักในวัยเรียนก็อาจจะนำพาเรากันไปสู่สิ่งดี ๆ ได้เช่นกัน

วันนี้พี่แคทเลยอยากจะชวนน้อง ๆ มาทำความรู้จักความรักแบบ Healthy Relationshipว่าคืออะไร และมันมีข้อดียังไง ไปดูกันเลยค่ะ!

ทำไมวัยรุ่นส่วนใหญ่ถึงมีความรักในวันเรียน

รักในวัยเรียน หรือที่เราเรียกกันว่า“Puppy Love” เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับวัยรุ่นในทุก ๆ คน เนื่องจากในทางจิตวิทยากล่าวว่า พัฒนาการของวัยรุ่นในช่วง อายุ 12 -18 ปี เป็นช่วงเวลาที่อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย รวมถึงระบบสืบพันธุ์มีการเจริญเติบโตทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนที่จะกระตุ้นให้เด็กวัยรุ่นเริ่มสนใจเพศตรงข้ามหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นพิเศษ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนใหญ่ในวัยนี้เกิดความรัก ความชอบต่อกัน

Healthy Relationship คืออะไร ?

Healthy Relationship คือ ความสัมพันธ์รูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะคู่รัก ที่มีแล้วก่อให้เกิดความสบายใจ หรือดีต่อใจกับบุคคลที่อยู่ในความสัมพันธ์ แม้ในบางครั้งอาจเกิดความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ทุกครั้งเรื่องเหล่านั้นย่อมได้รับการพูดคุย แก้ไข และปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้นจากความพยายามของทั้งสองฝ่าย โดยที่ไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต และสุขภาพกายตามมา สำหรับใครที่อยากมีความรักที่ดีแบบ Healthy Relationship ตามพี่แคทมาดูกันเลยค่าว่ามีลักษณะยังไงบ้าง

ลักษณะของความสัมพันธ์แบบ Healthy Relationship

  • การเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความรักที่ดีจำเป็นต้องเคารพความคิด ความรู้สึก รวมถึงพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน ไม่ดูถูกความคิด ความเชื่อของฝ่ายตรงข้าม รวมถึงคอยสนับสนุน และยินดีในความฝัน หรือความพยายามของอีกฝ่ายด้วย นอกจากนี้จะต้องให้อิสรภาพในการใช้ชีวิตแก่กัน แม้จะเป็นคนรักกันแต่ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ทุกเรื่อง หรืออยู่ด้วยกันตลอดเวลา
  • มีความซื่อสัตย์ ความซื่อสัตย์เป็นฐานสำคัญของความรักที่ทุก ๆ คู่ควรมี เมื่อใดที่มีคนรัก หรือคู่ครองเป็นตัวเป็นตนแล้ว ก็ควรมีความซื่อสัตย์ทั้งกายและใจไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง หากทั้งคู่มีความซื่อสัตย์ก็จะนำไปสู่การเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในกันและกัน
  • ความเท่าเทียม ทั้งสองฝ่ายต้องมีสถานะที่เท่าเทียมกันในความสัมพันธ์ ไม่ควรมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่กุมอำนาจ หรืออยู่เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง หากมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจก็ควรตัดสินใจร่วมกัน และพยายามหาตรงกลางให้เจอ
  • มีการสื่อสารที่ดี สามารถพูดคุยปัญหาที่เกิดขึ้น หรือข้อบกพร่องของกันและกันได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ปล่อยไว้ให้เกิดเป็นความสะสมในใจเพียงคนเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายเป็นผู้พูด ฝ่ายตรงข้ามก็ต้องเป็นผู้รับฟังที่ดี ต้องยอมรับฟังข้อบกพร่องของตน และความคิดเห็นในเรื่องอื่น ๆ ด้วยความเคารพ แม้บางครั้งอาจจะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ควรใช้ความประนีประนอมในการสื่อสารและหาทางออก

มีความรักแบบ Healthy Relationship ในวัยเรียน มีข้อดียังไงบ้าง ?

มีกำลังใจในการเรียน

การมีความรักเป็นเสมือนพลังงานบางอย่างที่มาขับเคลื่อน หรือผลักดันให้เรามีแรงบันดาลใจในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น ยิ่งความรัก “Puppy Love” แบบน้อง ๆ พี่แคทเชื่อว่าเป็นแรงขับเคลื่อนที่ดีในการไปโรงเรียนเลยใช่มั้ยล่ะคะ เพราะเราก็คงอยากจะไปเจอหวานใจที่โรงเรียน ทำให้อยากตั้งใจเรียนมากขึ้นเพราะมีกำลังใจที่ดีและแน่นอนว่าถ้าการมีความรักทำให้เราอยากไปโรงเรียน มีกำลังใจในการเรียนมากขึ้นนั่นก็คงไม่ใช่เรื่องแย่อะไรในการที่จะมีความรักในวัยเรียน

ดูแลพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น

คนส่วนใหญ่เวลามีความรัก หรือมีคนที่ชอบ เป็นเรื่องปกติที่อยากจะพัฒนาและดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้น สวย หล่อ หรือเก่งขึ้น เพื่อให้เขาคนนั้นประทับใจ และหันมาสนใจในตัวเรา ดังนั้นประโยคที่เขาว่ากันว่า “คนมีความรัก มักจะดูเด็กลงไปนิดนึง”พี่แคทว่าก็คงไม่เกินจริง ก็ถ้าความรักมีส่วนช่วยทำให้ชีวิตของเราพัฒนาขึ้นได้บ้าง ต่อให้ไม่ว่าจะทำไปเพื่อใครสุดท้ายแล้วมันก็ย่อมเป็นสิ่งที่ดีแก่ตัวเราเองนะคะน้อง ๆ

สนับสนุนกันไปในทิศทางที่ดี

การมีความรักแบบ Healthy Relationship ในวัยเรียน เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนชีวิตให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ ถ้าหากทั้งสองฝ่ายคอยช่วยเหลือ และซัพพอร์ตกัน ตัวอย่างเช่นในเรื่องเรียน ถ้าหากทั้งคู่พากันพากันติวหนังสือ แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันในวิชาที่ตนเองถนัด ช่วยกันศึกษาหาข้อมูลเรื่องเรียนต่อ หรือกำหนดเป้าหมายในอนาคตร่วมกันและพร้อมที่จะสู้ไปด้วยกัน ก็จะทำให้นำไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายขึ้น

มีเพื่อนคู่คิด

วัยรุ่นเป็นวัยที่ความคิด อารมณ์ค่อนข้างอ่อนไหวง่าย เวลาที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ สิ่งที่คนในวัยนี้จะทำแน่นอนว่าคือการพูดคุยปรึกษากับเพื่อน หรือคนที่อยู่ในช่วงวัยเดียวกัน มากกว่าการเลือกที่จะพูดคุยปรึกษากับพ่อแม่ ข้อดีก็คือ หากคนในวัยนี้มีความสัมพันธ์ที่ดีอย่าง Healthy Relationship ก็จะทำให้มีเพื่อนรู้ใจอีกคนที่สามารถพูดคุยเปิดใจได้มากกว่าเพื่อนทั่ว ๆ ไปอย่างน้อยเวลามีปัญหาก็จะได้ไม่ต้องเก็บไว้ หรือหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเพียงลำพังเพราะมีเพื่อนคู่คิดที่คอยอยู่เคียงข้าง และคอยช่วยเหลือในยามที่เป็นทุกข์

งานวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเผยว่าความสัมพันธ์แบบโรแมนติกของคู่รักวัยรุ่นส่งผลดีต่อแรงจูงใจในการเรียนโดยคู่รักที่รักกันดี หรือมีคุณภาพความสัมพันธ์สูง จะสนับสนุนพากันพัฒนาไปในทางที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตนเอง หรือการเรียน เพราะการสนับสนุนกันแบบห่วงใยคือการแสดงความรักอย่างหนึ่ง ที่ส่งผลให้คู่รักมีพลังและความตั้งใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ให้บรรลุเป้าหมายมากขึ้น

น้อง ๆ เห็นมั้ยคะ การมีความรักในวัยเรียนไม่ใช่เรื่องที่ผิด แล้วก็ไม่ได้แย่เสมอไปอย่างที่หลายคนคิด ถ้าเรารู้จักการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีแบบ Healthy Relationshipและบริหารเวลาให้เหมาะสม แยกแยะระหว่างการเรียนกับความรักออกจากกันได้ การมีความรักในวัยเรียนก็สามารถทำให้ชีวิตของเราพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้เช่นกันค่ะ สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่กำลังมีความรักอยู่ในตอนนี้แล้วมองเห็นข้อดีด้านอื่นของการมีความรักในวัยเรียน ลองมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในคอมเมนต์ได้นะคะ^^

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...