โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สูตรผสม PVD + RMF”...ลงทุนแบบไหนให้เหมาะกับคุณ

Wealthy Thai

อัพเดต 06 พ.ค. 2566 เวลา 22.20 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2564 เวลา 03.03 น. • อรพรรณ บัวประชุม

ทุกทีเคยได้ยินกันว่า จะลงทุนใน RMF + SSF” ยังไง ไม่ให้เกินสิทธิบ้าง หรือจะต้องลงทุนยังไงสัดส่วนเท่าไหร่ให้เหมาะสมบ้าง คราวนี้สำหรับใครที่มีเงินสะสมใน“กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)” กับบริษัทที่ตัวเองทำงานอยู่ และต้องการลงทุนใน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF)” ด้วย จะลงทุนเท่าไหร่ยังไงให้เหมาะสม มีเทคนิคแนะนำค่ะ
1.อยากสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณมากๆ

แนะนำให้สะสมเงินเข้า “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)” เต็มสิทธิ 15%แม้ว่าบริษัทจะสมทบให้น้อยกว่าก็ตาม และลงทุนใน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ให้เต็มสิทธิ 30%โดยการลงทุนทั้ง 2 ประเภท รวมกันแล้วสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ‘ไม่เกิน 500,000บาท’
“ที่แนะนำให้ลงทุนเต็มสิทธิก็เพื่อให้มีเงินเก็บไว้ใช้หลังเกษียณมากๆ หน่อย แต่อย่าลืมว่าถ้ามีเวลาลงทุนนานเป็น 10-20 ปี แนะนำให้เลือกนโยบายลงทุนใน ‘สินทรัพย์เสี่ยง’ มากหน่อย อย่างเช่น นโยบายลงทุนในหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ อาจมีลงทุนบ้างเป็นส่วนน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้เงินเติบโตได้ในระยะยาว”
2.ใจอยากสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณมากๆ แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย

หลายเสียงเลยที่เป็นแบบนี้ นั่นเป็นเพราะสถานการณ์ในปัจจุบันส่งผลให้เรามีค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลคนในครอบครัวมากขึ้น รายได้น้อยลง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ แนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนสัดส่วนการสะสมเงินใน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ก่อนค่ะ เพราะปัจจุบันไม่มีกำหนดการลงทุนขั้นต่ำ สามารถลงทุนขั้นต่ำได้ตามที่กองทุนกำหนด เช่น 500 บาท ก็สามารถลงทุนได้แล้ว เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขหยุดการลงทุนติดต่อกัน 2 ปี
“แนะนำให้ลงทุนสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้งเพื่อกันลืมลงทุน และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นก็สามารถเติมเพิ่มการลงทุนได้ ส่วนการลงทุนใน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ’ นั้น โดยทั่วไปแล้วจะให้สิทธิเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินสะสมได้ปีละ 2 ครั้ง (ทุกกลางปีและปลายปีโดยขึ้นอยู่กับข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัท) แนะนำให้แจ้งเปลี่ยนแปลงเงินสะสมลดลงได้ชั่วคราวในช่วงที่เราไม่ไหว แต่ไม่ควรน้อยกว่าเงินสมทบที่บริษัทสมทบให้ เช่น บริษัทสมทบให้ 5%ก็ควรสะสม 5%ขึ้นไป เพื่อให้มีการสะสมเงินไว้ใช้หลังเกษียณไว้บ้าง”

3.นโยบายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีอยู่ไม่หลากหลาย

ในกรณีนี้ ขึ้นอยู่กับ “คณะกรรมการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ของบริษัทเราที่เลือกนโยบายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับพนักงานอาจจะไม่หลากหลายมากนัก ทำให้ไม่ตอบโจทย์การลงทุนของบางคน เช่น อายุตัวยังน้อยอยู่ มีเวลาลงทุนได้นาน ต้องการลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่ไม่มีให้เลือก หากเป็นแบบนี้ เพื่อให้ตอบโจทย์การลงทุนของเรามากขึ้น การสะสมเงินใน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ก็ยังคงต้องสะสมอยู่แต่อาจจะสะสมในสัดส่วนที่น้อยหน่อย (แต่ไม่ใช่ไม่สมัครเข้าร่วมสะสมเลย)
อย่างเช่น บริษัทให้สะสมได้ 15%ในขณะที่บริษัทสมทบให้ 5%และจะสมทบให้เพิ่มขึ้นตามอายุงาน หากเป็นแบบนี้เราก็อาจจะสะสมให้เท่ากับที่บริษัทสมทบให้ก็ได้ และเพิ่มการลงทุนใน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)” ที่สามารถลงทุนได้สูงสุดถึง 30%ของรายได้ทั้งปี ซึ่งเมื่อรวมการลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันแบบบำนาญแล้วเมื่อนำไปลดหย่อนภาษีต้อง ‘ไม่เกิน 500,000บาท’ เพื่อให้นโยบายการลงทุนเหมาะสม และสอดคล้องกับตัวเราให้มากที่สุด ซึ่งการเลือกวิธีนี้ แนะนำให้ลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เป็นแบบ DCA เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการลงทุน
“ไม่ว่าจะเลือกลงทุนใน ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)’หรือ ‘กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF)’ในสัดส่วนเท่าไหร่ นโยบายการลงทุนเป็นอย่างไร อย่าลืมว่าการลงทุนในกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้ เพื่อช่วยให้เรามีเงินเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ ดังนั้น หากดูแล้วเรามีความจำเป็นทางการเงินจริงๆ ก็สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนลงได้ และเมื่อสถานการณ์ทางการเงินดีขึ้นก็ปรับการลงทุนเพิ่มขึ้นให้เต็มสิทธิได้ทั้ง 2 กองทุน”
ส่วนใครที่ไม่มี “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ(PVD)” ก็ลงทุนด้วยตัวเอง วางแผนจัดการลงทุนเองผ่าน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)”ได้ เลือกนโยบายกองทุนให้เหมาะสมกับตัวเอง เหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุน และความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เทคนิคการลงทุนที่ดีคือลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างวินัยให้กับตัวเอง และเพื่อเงินเหลือใช้หลังเกษียณค่ะ
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand,สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...