โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จันทบุรี ดันมหานครผลไม้ ส.อ.ท.ปรับทัพคลุมภาคตะวันออก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 มี.ค. 2565 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 02.30 น.

สัมภาษณ์

การประชุมสัญจรสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกครั้งที่ 2/2565 ที่ จ.จันทบุรี เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ประชุมสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออก 8 จังหวัด ประกอบด้วย กลุ่ม 1 ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี และกลุ่ม 2 สระแก้ว จันทบุรี ตราด มติที่ประชุมเห็นชอบ โครงการระเบียงอาหารและผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Food and Fruit Corridor : EFFC) ของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 2 (จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก) ภายใต้การขับเคลื่อนของ จ.จันทบุรี (Chanthaburi Food and Fruit Valley : CFV)

เป็นโครงการ Eastern Thailand Food Valley ครอบคลุมภาคตะวันออกทั้ง 8 จังหวัด (ภาคตะวันออก กลุ่ม 1 ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา) โดยจังหวัดจันทบุรีพร้อมเป็นโมเดลศูนย์กลาง ชู ทุเรียน มังคุด ลำไย นำร่อง มั่นใจสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคีเครือข่าย สอดคล้องกับโครงการ BCG ของกลุ่มภาคตะวันออก 1 พร้อมขับเคลื่อนแผนระยะสั้น 5 ปี (2566-2570)

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ นายธิติ เอกบุญยืน ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดจันทบุรี และเจ้าของบริษัท แกรนด์ฟูดโปรเซสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด ซึ่งสภาอุตสาหกรรม จ.จันทบุรี เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อนโครงการ (Eastern Food and Fruit Corridor : EFFC) โดยจันทบุรีเป็น Big brother ภายใต้โครงการ Chanthaburi Food and Fruit Valley : CFV โดยกล่าวถึงที่มา แผนแนวทาง และเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารภาคตะวันออก เพื่อสร้างมาตรฐาน มูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรและเชื่อมโยงตลาดในและต่างประเทศ ตามนโยบาย “การตลาดนำการผลิต” โดยมีแผนเบื้องต้นระยะ 5 ปี (2566-2570)

เหนือจุดประกายสู่ตะวันออก

จุดเริ่มต้นโครงการมีที่มาจากการไปเห็นโครงการ Northern Thailand Food Valley ของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาวิจัยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 ครอบคลุมภาคเหนือทั้งหมด และต่อมามี Southern Thailand Food Valley ทางภาคใต้ Northern Thailand Food Valley จึงเป็นการจุดประกายความคิดที่มาของโครงการ Eastern Food and Fruit Corridor : EFFC ของภาคตะวันออก กลุ่ม 2

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม แก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมการเกษตร ยกระดับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารระดับภาคภาคตะวันออกและพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารและผลไม้ให้มีคุณภาพและมาตรฐานด้วยเทคโนโลยี เป็นการพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำที่เป็นการผลิต และกลางน้ำที่มีการบรรจุภัณฑ์ แปรรูป ไปถึงปลายน้ำที่เป็นตลาด หรืออุตสาหกรรมต่อเนื่อง

“พัฒนา จ.จันทบุรี เป็นต้นแบบ โดยเลือกพืชที่มีปัญหาด้านการตลาด การผลิต 3 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด ลำไย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด เกษตรกรไม่ต้องเริ่มต้นปลูกชนิดใหม่เมื่อมีปัญหาด้านการตลาด หรือราคา โดยจะพัฒนานวัตกรรมโรงงานแปรรูปรองรับ ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทำการวิจัยและพัฒนาพัฒนาบุคลากร ซึ่งจังหวัดอื่น ๆ ในภาคตะวันออกทั้ง 8 จังหวัด มีผลไม้อย่างเดียวกันหรือผลไม้อื่น ๆ รวมทั้งพืชสมุนไพร ประมง ปศุสัตว์ ที่จะพัฒนาไปด้วยกันทั้งหมด เป็นผลดีที่โครงการ Eastern Thailand Food Valley ครอบคลุมภาคตะวันออกทั้ง 8 จังหวัด”

7G Food อาหารอนาคต

แนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารตามโครงการ EasternThailand Food Valley ใช้ 7G เป็นกรอบแนวคิดในการพัฒนาสู่อาหารในอนาคต คือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม (good taste) สร้างสรรค์รสนิยม (gastro-creation) ใช้นวัตกรรมการผลิต (go innovative) การเพิ่มมูลค่าของผลผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (go circular eco) คุณค่าโภชนาการดีต่อสุขภาพ (good ingredients) ปลอดภัยระดับสากล (global safety) ผลิตด้วยเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย (grow organic/hygienic)

“จริง ๆ เราทำกันอยู่แล้วเพียงแต่ตั้งกรอบให้ชัดเจนขึ้น ที่สำคัญต้องเปลี่ยนไมนด์เซตของตัวผู้ผลิต การแปรรูปและการตลาด ต้องหาวิธีการเพิ่มมูลค่า คัดเกรดผลไม้ขายแทนการเหมาเข่ง การตลาดที่ไม่มุ่งขายผลสดอย่างเดียว การหาตลาดใหม่ด้วยการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค เช่น ทุเรียนภาคตะวันออกปริมาณถึง 744,000 ตันในขณะนี้ และที่จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอีก 4 ปีข้างหน้า

รวมทั้งผลผลิตเพื่อนบ้านจำนวนมหาศาล ควรพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ใช้นวัตกรรมแปรรูปเป็นอาหาร หรือการสกัดสารแซนโทนจากเปลือกมังคุดที่มีปริมาณมากกว่าเนื้อมังคุดถึง 80% ราคาขายจากกิโลกรัมละ 100 กว่าบาท เพิ่มมูลค่าได้เป็น 1,000 บาท เป็นโจทย์ที่ต้องร่วมกับสถาบันการศึกษา เป็นแผนระยะยาวที่หน่วยงาน เครือข่ายต้องช่วยกันสนับสนุนงบประมาณและเดินไปด้วยกันทั้งภาคตะวันออก”

ปรับผังเมืองผุด รง.ต้นแบบ

แผนพัฒนายุทธศาสตร์ด้านเกษตรกรรมของ จ.จันทบุรี เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวเป้าหมายการพัฒนา ZERO WAST ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการท้องถิ่นที่ต้องการให้จันทบุรีเป็นเมืองน่าอยู่ (living city) หรือเมืองแห่งความสุข (happy city) สภาอุตสาหกรรมฯได้จัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี 2564-2568 ขับเคลื่อนธุรกิจอุตสาหกรรมด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามโครงการระเบียงอาหารและผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Food and Fruit Corridor : EFFC) เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตและการจำหน่ายอาหารและผลไม้สู่ตลาดต่างประเทศและเสนอให้ปรับผังเมืองรวมเมืองจันทบุรี

เพราะผังเมืองเดิมไม่ได้รองรับการขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรม กำหนดโซนนิ่งพื้นที่สีม่วงและสนับสนุนพื้นที่ชายแดน อ.สอยดาว อ.โป่งน้ำร้อน ตั้งโรงงานแปรรูปเกษตร เพราะเหมาะสมทั้งทรัพยากรและแรงงาน ซึ่งจังหวัดกำลังดำเนินการอยู่ สิ่งสำคัญประเภทอุตสาหกรรมต้องไม่กระทบกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

สภาอุตสาหกรรม จ.จันทบุรี เริ่มวางแผนยุทธศาสตร์ โครงการระเบียงอาหารและผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Food and Fruit Corridor : EFFC) มาตั้งแต่ปี 2563 โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตจันทบุรี และจังหวัดจันทบุรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาจังหวัดโดยมีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ

โดยเสนอโครงการ “Chanthaburi Foods and Fruits Valley” ให้ จ.จันทบุรี เป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารและส่งเสริมให้มีงานวิจัย การใช้เทคโนโลยีพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหาร ปี 2564-2568 ตั้งเป้าขยายโรงงานต้นแบบ ปีละ 1 แห่ง การสนับสนุนให้ลงทุนโรงงานแปรรูปเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 10 กว่าแห่ง

ขณะนี้ตามแผนระยะสั้น 5 ปี เริ่มเป็นรูปร่างมีหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้ามาร่วมสนับสนุน เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรีจัดตั้งเป็นศูนย์ข้อมูล ดาต้าเบส ข่าวสารบริการครบวงจร ส่วนแผนระยะกลาง ระยะยาวมีการพูดคุยกันในหลายหน่วยงาน เช่น การส่งเสริมให้เกษตรกรทำผลผลิตมาตรฐาน สร้างแบรนด์ รวมทั้งตลาดกลางผลไม้ภาคตะวันออกที่กำหนดราคาซื้อ-ขายล่วงหน้าให้จังหวัดจันทบุรีเป็นโมเดลต้นแบบขับเคลื่อน

โดยเฉพาะทุเรียนมีการขยายพื้นที่ปลูกมากทั้งในประเทศไทยและเพื่อนบ้าน ระยะ 4 ปี จะเริ่มให้ผลผลิตต้องเตรียมการรองรับมังคุด ลำไย ถ้าส่งออกไม่ได้ต้องเตรียมการอย่างไร

จากนั้นจะขยายสู่ผลไม้ หรือสินค้าอื่น ๆ ซึ่งใน 8 จังหวัดภาคตะวันออกเริ่มไปพร้อม ๆ กันได้ สอดคล้องกับโครงการ BCG โรงงานแปรรูปจะเป็นโรงงานสีเขียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...