อุทาหรณ์ เตือน เลี้ยงลูกด้วยจอ น้องฉลาม อยู่กับยาย ดูทีวีทั้งวัน ทำพัฒนาการช้า
อุทาหรณ์ เตือนพ่อแม่ เลี้ยงลูกด้วยจอ น้องฉลาม อยู่กับยาย ดูทีวีทั้งวัน ทำให้พัฒนาการช้า ก้าวร้าว ไม่ยอมพูด บางครั้งมีพฤติกรรมรุนแรง
กรณี แม่รายหนึ่งเจ้าของติ๊กต็อกชื่อว่า “nam_pornpat“ แชร์เรื่องราวของ น้องฉลาม ลูกชาย ที่มีภาวะพัฒนาการช้าก้าวร้าวและไม่พูด เหตุเพราะให้ลูกดูทีวีตลอดเวลาที่ต้องออกไปทำงาน เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆระวังไม่ให้ลูกดูจอเร็วเกินไป
วันที่ 13 มี.ค.2567 น.ส.ภรภัทร จงรักแสง หรือ น้ำ แม่น้องฉลาม เปิดเผยกับ“ข่าวสดออนไลน์” ว่า ตอนเด็กๆลูกของตนดูจอมาตลอดต่อเนื่องกันมานาน ตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน จะดูตั้งแต่เช้ายันเย็นทุกวัน ช่วงที่ตนไปทำงานเวลากลางวันยายจะเป็นคนเลี้ยง และเปิดทีวีทิ้งไว้ให้น้องดู ซึ่งคุณยายค่อนข้างงานเยอะ เลี้ยงเด็กก็เหนื่อยก็เลยเปิดทีวีไว้ให้หลานดูเพื่อให้หลานอยู่นิ่งๆ ไม่ไปกวน
กระทั่งน้องฉลามอายุ 2 ขวบ ตนเริ่มสังเกตว่าลูกไม่พูด แต่ก็ไม่ได้อะไรแล้วสังเกตต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งอายุ 2 ขวบ 10 เดือน พาเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ครูเรียกตนไปคุยว่าน้องน่าจะพัฒนาการล่าช้า 2 ขวบ 11 เดือน เลยพาไปพบคุณหมอ
หมอบอกว่าน้องน่าจะพัฒนาการช้า แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นออทิสติกเทียม ซึ่งน้องจะมีปัญหาแค่เรื่องของการสื่อสาร และภาวะอารมณ์รุนแรง ก้าวร้าว
โดยตั้งแต่รู้ตัวว่าน้องเริ่มสมาธิสั้น หรือมีความผิดปกติ ตนก็ให้น้องงดจอเลย และพายายไปหาหมอด้วย เพื่อให้ได้รู้และช่วยกันดูแลน้อง หมอให้วิธีการรักษามาโดยการทดลองฝึกกิจกรรมบำบัด งดจอ ฝึกทำตามเงื่อนไข ฝึกทำตามคำสั่งให้ได้ ทำตามเงื่อนไขคือหยิบลูกบอลไปลงตะกร้าทีละ 1 ลูก โดยการคลาน
เหมือนหมอต้องการให้เด็กทำตามเงื่อนไขตามคำสั่งได้ โดยไม่ใช่เงื่อนไขที่ง่ายเกินไป มีกระโดดแทรมโพลีน ฝึกลากเส้นต่างๆ อ่านนิทาน ซึ่งเมื่อก่อนน้องพูดเหมือนเป็นภาษาการ์ตูน แต่พอ 2 ขวบปลายๆเริ่มเรียกแม่ เรียกยายได้ แต่ไม่พูดเป็นประโยค ซึ่งในวัยเด็กปกติควรจะพูดแล้ว ช่างพูดช่างถามแต่น้องฉลาม ยังพูดไม่ได้
ซึ่งพฤติกรรมที่มีการแสดงความก้าวร้าวออกมาของน้อง ค่อนข้างบ่อย บางครั้งแค่มีคนเดินชนของเล่น เขาจะเอาของเล่นไปทุบกับเตียง หรือถ้าไม่ได้ดั่งใจจะกระทืบเท้า หรือบางครั้งเขาจะทำร้ายตัวเอง ตีตัวเอง แต่พอเห็นลูกตัวเองทำร้ายตัวเอง ตนจะตีมือน้องแล้วบอกว่าห้ามทำร้ายตัวเอง พอเขาโดนแม่ตีเขาก็เริ่มจำว่าตีตัวเองไม่ได้ก็จะไม่ตี
หลังจากฝึกได้ประมาณ 2 เดือนน้องก็กลับมาพูดได้เป็นปกติ ปัจจุบันนี้น้องอายุ 3 ขวบ 7 เดือน เริ่มพูดและพัฒนาการสมวัย แต่ภาวะอารมณ์รุนแรงยังไม่หายยังต้องปรับอยู่ แต่ตอนแรกน้องก็ต่อต้านที่ไม่ได้ดูทีวี แล้วก็ร้องไห้ ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เปิดให้ดู แต่พอผ่านไป 3-4 วันก็ดีขึ้น และตอนนี้ก็ให้น้องไปเรียนตามปกติได้แล้ว
น.ส.ภรภัทร กล่าวต่อว่า พอตนเจอเรื่องราวแบบนี้จึงนำมาแชร์ในติ๊กต็อกว่าอยากรณรงค์ให้พ่อแม่ งดให้ลูกดูจอก่อน 2 ขวบ เพราะไม่อยากให้เด็กคนอื่นเป็นเหมือนลูกตน ซึ่งเด็กบางคนโชคร้ายถึงขั้นเป็นออทิสติกเทียมเลย เพราะลูกตนไปรักษาก็คิวยาวมาก คิวข้ามปีเลย กว่าจะได้ไปตรวจหรือทำกิจกรรมบำบัด
และหมอบอกว่า เด็กเป็นเยอะ ตนเลยอยากออกมาแชร์ประสบการณ์ว่าเด็กเขาเป็นจริงๆ จากการที่เขาดูจอก่อน 2 ขวบ เลยอยากมาแชร์ว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้งดจอ หลัง 2 ขวบ ค่อยดูเป็นเวลา แต่ว่าถ้างดได้จนถึง 5-6 ขวบ จะดีมาก เพราะมันมีเรื่องของสมองสมาธิสั้น ภาวะด้านอารมณ์รุนแรงด้วย ไม่ได้เป็นแค่อารมณ์ออทิสติกอย่างเดียว
แต่ทีนี้มีแม่บางคนที่ออกมาพูดหลังตนลงคลิปไปว่าให้ลูกดูจอแล้วลูกเขาฉลาด ซึ่งตนอยากบอกว่าลูกเป็นวัยที่เป็นวัยเล่น ไม่ใช่วัยที่ต้องมาท่องจำ เลยอยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองฟังหมอเยอะๆ
เพราะหมอออกมาพูดค่อนข้างเยอะ มีผลเสียมากกว่าผลดี การที่ลูกท่อง ก.ไก่- ฮ.นกฮูกได้ หรือ เอบีซี ได้ ไม่ได้แปลว่าลูกเก่งบางทีเขาแค่จำแล้วพูดตาม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุทาหรณ์ เตือน เลี้ยงลูกด้วยจอ น้องฉลาม อยู่กับยาย ดูทีวีทั้งวัน ทำพัฒนาการช้า
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th