โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ส่อคดีพลิก? 13 ชีวิตนอนข้างถนน เจ้าของที่ แฉวีรกรรม ทั้งข่มขู่ ไล่ตีหมา ด่ากราดไปทั่ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 12.37 น. • เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 10.44 น.

ส่อคดีพลิก! 13 ชีวิตนอนข้างถนน เจ้าของที่ แฉวีรกรรม ทั้งข่มขู่ ไล่ตีหมา ด่ากราดไปทั่ว

จากกรณีดราม่า ปิดทางเข้าออก 13 ชีวิต ต้อมากางเต้นนอนริมถนน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ริมถนนเข้าหมู่บ้านวังน้ำ – วังไทร หมู่4 ตำบลบ้านพร้าว อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ที่มีครอบครัวหนึ่ง 13 ชีวิต ออกมากางเต้นริมถนนปากทางเข้าบ้าน เนื่องจากถูกเจ้าของที่ดินติดป้าย พื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามเข้า ห้ามทิ้งขยะ ฝ่าฝืนมีโทรปรับตามกฎหมาย บริเวณทางเดินเข้าบ้านนั้น

เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวได้ลงไปในที่เกิดเหตุพบเต้นสีเขียว ขนาด 2 คูณ 2 เมตร ภายในเต้นมีข้างของเครื่องใช้ น้ำดื่ม ถังน้ำสีน้ำเงินบรรจุน้ำใช้ โต๊ะสีแดง วางอุปกรณ์หม้อหุงข้าวเครื่องครัว และมีแคร่ 1 ตัวมีเครื่องนอนวางอยู่ แต่ไม่พบใครอยู่ในเต้น ตั้งอยู่ปากทางเข้าที่เป็นทางกว้างประมาณ 1-1.5 เมตร ที่คนสามารถเดินและรถจักรยานยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้

ห่างจากเต็นท์ ริมถนน ประมาณ 220 เมตร พบเพิงร้านค้า ขนาดใหญ่ ความยาวร้านที่ระนาบกับแนวถนนประมาณ 30 เมตร มีความลึกตั้งแต่ริมถนน ผ่านเสาไฟฟ้า ไปด้านหลังเสาไฟฟ้าประมาณ 8-10 เมตร ทราบว่าเป็นร้านค้าของ 13 ชีวิต ที่มีบ้านอยู่ด้านใน โดยร้านค้าดังกล่าว ถูกปลูกมานานประมาณ 30 ปี จากร้านเล็กๆ และขยับขยายจนใหญ่โตอย่างที่ปรากฏ จากคำบอกเล่าของเจ้าของที่ดิน ที่ครอบครับ 13 ชีวิต มาขออาศัยสร้างร้านค้าหน้าบ้านก่อนถือวิสาวะขยับขยายจนเจ้าของที่ได้รับความเดือดร้อน

ได้พบกับ นายสำราญ วงษ์สระแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครองหมู่ที่4 เจ้าของบ้าน และเจ้าของที่ดิน ที่ติดป้ายประกาศห้ามเข้า ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าว ว่า ร้านค้าของครอบครัว13 ชีวิตนั้น ได้รุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ของตนหน้ากว้างระยะทางยาวกกว่า 30 เมตร และลึกเข้ามาประมาณ 5-8 เมตร ทำให้ตนมีเนื้อที่วางที่ติดกับทางเดินติดริมรั้วประมาณ 20 เมตร

โดยก่อนที่พ่อตนเสียชีวิตได้ ได้ให้รถไถมาทำทางไว้ตรงกลางที่ดิน ที่มีพี่น้องอยู่ 5 คน เพื่อใช้เป็นทางเข้าของออกของพี่น้องให้กับพี่น้องลูกหลานในอนาคต และจะได้ไม่มีใครมาปิดทางเข้าออกได้ ซึ่งที่ตรงนี้ตรงกับร้านค้าของครอบครัว13 ชีวิตที่มาสร้างร้านปิดทาง ที่ผ่านมาในฐานะที่ตนเป็นเจ้าของที่ได้ขอร้องให้ครอบครัว13ชีวิต เปิดทางให้ก็ถูกปฏิเสธ ซึ่งใช้เวลานานกว่า 20 ปีมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนพ่อตนตาย และตอนมีชีวิตพ่อตนก็ทะเลาะกับครอบครัวนี้มาโดยตลอด

แต่เดิมพื้นที่ตรงนี้ รวมถึงถนนเป็นที่ดินของครอบครัวตน แต่ย่าตนได้ยกที่ส่วนหนี่งที่เป็นถนนในปัจจุบันให้เป็นถนนสาธารณะ โดยตอนแรกที่ครอบครัวนี้ย้ายมา ได้มาขอทางครอบครัวตนว่าจะมาสร้างเพิงร้านค้าเล็กๆ(จุดที่มีศาลพระภูมิ) ก่อนจะขยับขยายใหญ่โตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าครอบครัว13 ชีวิตนี้ ใช้อำนาจอะไรมาสร้างร้านค้านี้ นายสำราญได้บอกว่า เขาใช้อำนาจนักเลง ในสมัยก่อนครอบครัวนี้ได้มาอาศัยอาบน้ำห้องน้ำบ้านของตน ปัจจุบันได้ขอบ้านเลขที่เก่าของพ่อแล้วเอามาสวมใช้กับเพลิงร้านค้าริมถนนเพื่อใช้ไฟ ส่วนน้ำใช้น้ำประปาหมู่บ้าน

จนกระทั่งเพิงร้านค้าของครอบครัวนี้ขยายใหญ่ขึ้น ก็ปิดขวางทางไหลของน้ำทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านตนเวลาหน้าฝน ก่อนหน้านี้ก็มีขยะทิ้งเข้ามาที่ดินของตนเอง ซึ่งเป็นด้านหลังร้านค้า(ที่รุกล้ำมาที่ดิน) ตนก็ได้ร้องเรียนอบต.ให้ทางอบตมาเก็บ โดยเก็บได้เต็มเที่ยวรถ 6 ล้อ โดยตอนนี้เรื่องได้ถึงอบจ. โดยทางครอบครัว13ชีวิตได้มีการร้องไปถึงศาลปกครองให้คุ้มครองเค้าอยู่ แต่ตนไม่แน่ใจคุ้มครองนานกี่ปี

สำหรับความเป็นมาของครอบครัว 13 ชีวิต เดิมที่ครอบครัวนี้อยู่ห่างจากที่นี่ไป 300-400 เมตร ก่อนที่จะโดนไล่ที่จากเรื่องครอบครองที่ดินปรปักษ์ในรุ่นพ่อแม่เขานานกว่า 30-40 ปีที่ผ่านมา และแพ้คดีเจ้าของที่ดิน

จากนั้นได้ขอแม่ตนเองเปิดเพลิงเล็กๆ หน้าบ้านเมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน จนกระทั่งตอนนี้ขยับขยายยาวเปิดที่ดินของตนกว่า 30 เมตร จนเหลือที่ดินอยู่ไม่ถึง 20 เมตร โดยที่ดินผืนที่ที่มีถนนตัดถ่านเดิมเป็นที่ดินของครอบครัวตน จนกระทั่งจะมีการตัดถนนผ่านจึงยกที่ดินส่วนหนึ่งที่เป็นถนนให้เป็นทางสาธารณะ

ครอบครัวนี้ย้ายมาก็มาจับจองพื้นที่ปลูกเพลิงจนใหญ่โตในปัจจุบันซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ (ส่วนที่เลยเสาไฟไปบนถนน ส่วนหลังเสาไฟลงมาเป็นที่ดินของนายสำราญ) โดยการปลูกสร้าต่อเติมของครอบครัวนี้ไม่เคยมีการขออนุญาติใดใด โดยกระทำโดยพละการ ใช้อำนาจข่มขู่

จนกระทั่งเดินประเด็นขึ้นจากป้ายห้ามเข้าโดยครอบครัว 13 ชีวิต ได้มีเรื่องกับน้องสาวตนโดยสมาชิกในครอบครัว13ชีวิต ได้ตีหมาของน้องสาว ด่าน้องสาว ท้าทายให้ปิดทาง จากนั้นน้องสาวตนก็ได้จ้างช่าง ให้มาติดป้ายและปิดทางตามคำท้าทาย และได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบๆบ้าน โดยแจ้งว่าหากมีใครเข้ามาโดยไม่รับอนุญาติ ตนจะแจ้งความหมดทุกคนไม่ว่าใคร

จนกระทั้งเมื่อไม่กี่วันก่อนที่อนุญาตให้เขาเข้ามาเก็บเสื้อผ้าได้ เป็นเวลา 2 ชั่วโมง และทางครอบครัว 13 ชีวิตไปร้องศูนย์ดำรงธรรม ทางปลัดอำเภอ ได้โทรมาประสานกับตนให้ทางคู่กรณีเข้าไปเก็บเสื้อผ้าชุดนักเรียน ซึ่งทางตนก็อนุญาติให้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงเข้าไปได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางครอบครัว13ชีวิตได้เข้ามาเก็บไปแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ได้ว่าอะไร

ทั้งนี้ตนก็อยากให้มีการปิดทางเข้าตั้งแต่วันแรกที่มี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อส. รวมทั้งตนเองจนกระทั้งรุ่งเช้าก็ยังให้ผ่านได้เพราะต้องการให้ทางครอบครัว 13ชีวิตออกไปดำเนินการตามขั้นตอนขอหมายศาลแต่ไม่เป็นเช่นนั้นทางครอบครัว 13 ชีวิตกลับไปแจ้งความ เพื่อต้องการให้น้องสาวตนเปิดทางเข้าออก ที่ผ่านมาทางครอบครัวตนก็ขอให้ทางครอบครับ 13 ชีวิตไปร้องศาลแต่ก็ไม่ไป แต่กลับไปร้องกับทางเพจสื่อเพจหนึ่งตามที่ปรากฏ จนทำให้ตนได้รับความเสียหาย

โดยถนนทั้งผืนนี้รวมทั้งทางเดินที่ปิดป้ายตนนี้เป็นที่ดินมีโฉนดเป็นที่ชื่อของตน เนื้อที่ 2 ไร่กว่า เนื่องจากเดิมเป็นของพ่อและได้เสียชีวิต ตนก็กลายเป็นผู้จัดการมรดก

ครั้งสมัยที่พ่อยังมีชีวิตอยู่ได้อนุญาตให้ทางเดินริมกำแพงนี้มานานแล้วนานหลายสิบปี จนกระทั่งมีเหลือเพียงแค่2 ครั้งคือ 1 ครอบครัว 13 ชีวิตด้านใน ตรงกลาง ที่ชื่อของคนชื่อหลวย ก็คือพี่สาวตน ไม่ได้มาอาศัยอยู่ที่นี่แต่เป็นพื้นที่ส่วนมรดกเนื้อที่ 1 ไร่ 1 งาน

ส่วนประเด็นที่มีคนบอกว่า หากเขาตายไป ลูกหลานจะทำอะไรกับที่ดินก็แล้วแต่ ก็คือพ่อของตนที่เสียชีวิต โดยพ่อได้บอกว่าหากตนตายไปทางเดินนี้ลูกหลานจะให้เค้าเดินต่อหรือไม่ก็แล้วแต่ลูกหลานที่ยังอยู่ ที่ผ่านมาหลังพ่อตายไปด้วยความสงสารตนเด็กๆ ตนก็ให้เด็กๆ และครอบครัวนี้เดินผ่านมาตลอด

อีกทั้งในโฉนดที่ดินก็ไม่เคยมีระบุหรือสลักหลังกว่าจะใช้ทางเดินตรงนี้เป็นทางสาธารณะหรือยกให้กับใคร แต่เอาตามจริงตนจะปิดทางเข้าออกแต่แรกเลยก็ได้แต่ตนสงสารครอบครัวนี้เป็นว่าไม่มีทางเข้า เพราะตนรู้มาว่าครอบครัวนี้ 13 ชีวิต ก็ทะเลาะกับบ้านด้านหลัง เรื่องซื้อที่ดินเปิดทางเข้าออก แต่ไปบอกเค้าว่าไม่มีเงินซื้อแต่ต้องการจะเข้าออกฟรี ซึ่งเป็นที่ของคุณแอ๋วกับคุณทองสุข โดยทั้งสองแบ่งที่ให้ คนละ 1.5 เมตร แล้วทำทางเข้าหาบ้านของครอบครับ 13 ชีวิต แต่ครอบครัวนี้จะเอาที่แต่ไม่ออกเงิน

ในส่วนที่ครอบครัว13 ชีวิตอ้าง ว่า ในตอนนั้นที่จะซื้อที่ดินนั้นไม่มีเงินนั้น จริงแล้วแม่ของครอบครัวนี้มาตั้งเพิงร้านค้าหน้าบ้านตนมานานก่อนจะให้ซื้อที่ดินทางเจ้าบ้านเสียอีก ตอนนั้นครอบครัวนี้เปิดโต๊ะสนุ๊ก มีรถยนต์ ดังนั้นจะบอกว่าไม่มีเงินได้ยังไง กับเงินเพียง3,000 บาท(ใช้ซื้อที่ดินเข้าบ้าน)

ซี่งตนมองว่าเขามีแต่เขาไม่ให้ ซึ่งเป็นความเห็นแก่ตัวของเขา ซึ้งถ้าเค้าตกลงซื้อในตอนนั้นก็จะมีทางเข้าออกขนาดใหญ่รถยนต์ผ่านได้ ( 1.5 เมตร 2 ฝั่ง = 3 เมตร ) ซึ่งทางตรงนั้นสะดวกกว่าทางตรงนี้ที่มีประเด็นอยู่มาก ซึ่งเหตุการณ์รวมเงินซื้อทางผ่านมาประมาณ 10 ปีได้

พฤติกรรมนิสัยของครอบครัว 13 ชีวิต ไม่เอาใคร ใครพูดไรจะโวยวายด่า โดยเฉพาะคนในซอยบ้านนี้ ไม่เอามนุษย์ จะเอาแต่ตัวเองถูก คนอื่นเลวในสายตาเขาหมด แม้กระทั้งหมายังเลวในสายตาเขา

สำหรับหมาชื่อเฉาก๊วย เป็นหมาสีน้ำตาลอายุ มากกว่า 10 ปี มักชอบนอนหน้าห้องน้ำ ฟันหักกร่อนตามอายุ ชอบเดินทางเดินริมกำแพง วนรอบบ้าน ส่วนกะทิเป็นหมาเด็ก ตัวนิดเดียว ผู้สื่อข่าวเจอได้ลองเรียกก็ไม่ถูกเห่า หรือมีท่าทีไม่เป็นมิตร สามารถจับได้ แต่แรกๆก็มีอาการกลัวบ้างแต่พอได้ลูบหัวก็ไม่มีท่าทีดุหรือก้าวราวอะไรแสดงออกมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส่อคดีพลิก? 13 ชีวิตนอนข้างถนน เจ้าของที่ แฉวีรกรรม ทั้งข่มขู่ ไล่ตีหมา ด่ากราดไปทั่ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...