โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เกิดใหม่เป็นสาวอี้หนานในยุค70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 เม.ย. 2567 เวลา 13.40 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2567 เวลา 13.40 น. • KolaAl
อาหยูเป็นคนฮ่องกงศพแม่เหยื่อเสียชีวิตอวัยวะชีวิตใหม่ร่างเดิมทำแย่เธอต้องเริ่มใหม่การเรียนย้ายออกจาตระกูลสอบแข่งขันเพื่อชื่อเสียงหาบ้านเช่าขายเสื้อผ้าเพื่อกลับบ้านรับแม่ชาตินี้แม่อยู่ให้แก้ตัว

ข้อมูลเบื้องต้น

ซินเธียหยูเป็นพนักงานขายในบริษัทไฮเทคของฮ่องกงที่กำลังดวงตกสุดๆ ศพของแม่ที่เพิ่งเสียชีวิตยังไม่มีที่ฝัง เงินชดเชยที่บริษัทต้องช่วยเหลือกลับถูกดึงให้ล่าช้า ยามตัดสินใจย้ายศพแม่ไปโบสถ์อนาถาตามความเชื่อชาวคริสต์ที่ตนนับถือกลับเป็นเหยื่อพวกค้ามนุษย์ เธอถูกหลอกจนทั้งแม่และตัวเองต้องเสียทั้งชีวิตและอวัยวะต่างๆ แต่ว่าชีวิตใหม่อย่างสาวอี้หนานในยุค70 ที่สวรรค์มอบให้ใหม่นี้ก็นับว่าพอจะทำให้ใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะทำตัวเหลวแหลกเอาไว้แค่ไหนก็เถอะ แต่สำหรับคนอย่างซินเธียหยูที่ผ่านเรื่องเลวร้ายมากนักต่อนักต้องบอกว่าแค่นี้เบาไปด้วยซ้ำ
ชีวิตใหม่อย่างเด็กมัธยมโรงเรียนกงก่วนแห่งนี้ทำให้อาหยูมีกำลังใจอยู่ต่อมากขึ้น ไม่ว่าโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่ในการเรียน การประพฤติตัวให้เป็นเด็กดีของแม่ การกล้าท้าชะตาและธรรมเนียมเก่าๆ ของสังคมยุค70 เธอย้ายออกจากตระกูลซูหม่าที่แสนจะลำเอียงและกดขี่จนไม่แน่ใจว่าตนเป็นลูกหลานหรือเป็นลูกหมูกัน อันแรกเป็นคนอันหลังเป็นสัตว์เลี้ยงนะขอบอกไว้ก่อน อาหยูมีเพื่อนตายอย่างจี้หมิงซูผู้สูงส่งแต่นิสัยเข้ากันได้สุดๆ อาจารย์หยางหย่งหงกับรุ่นพี่จ่านหยางผู้แสนไว้ตัวกลับเห็นแววในการเรียนของอาหยู
ในที่สุดหนทางแห่งการสอบแข่งขันเพื่อเรียกชื่อเสียเดิมๆ ให้กลับมาเป็นชื่อเสียงให้ได้ อาหยูจะต้องหาบ้านเช่าซึ่งคล้ายบ้านผีสิงกับคุณย่าซูแก่ๆ ผู้พูดไม่เกินวันละยี่สิบคำ ต้องตั้งแผงขายเสื้อผ้าสตรีทั้งทำการวางแผนธุรกิจอย่างมือโปร แผนการณ์เหล่านี้ทำขึ้นเพื่อปูทางสู่การกลับไปบ้านซูหม่าเพื่อรับแม่ของเธอออกมาอยู่ด้วยกัน พอกันทีกับการกดขี่แบบเดิมๆ ชาติก่อนเธอพาแม่ไปสวรรค์ไม่ได้ ชาตินี้แม่ยังมีชีวิตฉะนั้นเธอจะหาโอกาสกตัญญูเสียที

อีบุ้คจ้า

ซินเธียหยู

ซินเธียหยูกรอกเอกสารขอรับเงินช่วยเหลือจากบริษัทเพื่อเป็นค่าทำศพให้แม่ งานจัดขึ้นเจ็ดวันต้องใช้เงินสามหมื่นดอลล่าฮ่องกง บริษัทช่วยเหลือให้พนักงานที่จ่ายเงินสมทบครบห้าปีเป็นจำนวนเงินทั้งหมดห้าพันดอลล่าห์เท่านั้นเอง

“คุณกรอกรหัสประชาชนให้ครบแล้วก็เซ็นต์ชื่อตรงด้านล่างก็เสร็จแล้ว”

พี่แพทริเซียฉู่อันเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทเก็บคางย่นๆ ไว้ใต้คอด้วยการก้มหน้าคุยจนเป็นนิสัย เนื้อที่บนใบหน้ากว้างขวางแต่บรรจุลูกตาและจมูกรวมถึงปากอันมีขนาดเล็กไว้ที่ตรงกลางได้อย่างไร้สมดุลย์อย่างสิ้นเชิง

แต่ว่าเธอใจดี อาหยูยิ้มเศร้าๆ การจากไปของแม่ยังทำให้เธอมีไข้มาหลายวัน

พอกวาดตามองลายมืองดงามของอาหยูที่เป็นพนักงานฝ่ายขายของบริษัทไอทีขนาดกลางแห่งนี้แล้วผู้จัดการน้ำหนักเก้าสิบสามกิโลก็ลุกออกจากโต๊ะด้านหน้าแล้วไปนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่ง

“เสร็จแล้วหล่ะ เงินจะเข้าเมื่อไหร่ขึ้นอยู่กับพี่หม่าแล้ว เธอก็ไปถามเอาเถอะอ้อว่าแต่ถ้าจะลาหยุดเกินสองวันต้องเอาลายเซ็นต์คุณวิลเลียมมาให้พี่ด้วยนะ”

คุณวิลเลียมที่พูดถึงคือมิสเตอร์วิลเลียมลีซีอีโอผู้บริหารสูงสุดแห่งบริษัทเซฟต์เน็ตฮ่องกงจำกัดอันบริษัทตั้งอยู่บนอาคารสามสิบห้าชั้นย่านคอสเวย์เบย์ฝั่งตะวันตกของเกาะฮ่องกง

“ฉันไปก่อน” ซินเธียหยูหอบร่างเบาหวิวพร้อมประกบแฟ้งเอกสารบางเบาเข้ากับอก

เธอไม่ไว้ใจเรี่ยวแรงของตัวเองเท่าไหร่ตอนนี้ พอเดินออกจากห้องฝ่ายบุคคลก็มีเสียงเรียกมาจากฝ่ายการขายด้วยน้ำเสียงของหัวหน้าหลิวของเธอเอง

“อาหยูเธออย่าเพิ่งกลับล่ะ แวะมาหาฉันที่โต๊ะก่อน มีเรื่องคุย”

“ได้ค่ะพี่หลิวเดี๋ยวฉันไป”

หัวหน้าหลิวนับเป็นพนักงานไม่กี่คนที่เธอสนิทด้วย เขาถึงจะมีอายุสี่สิบกว่าแต่ยังดูแลตัวเองดีมาก คล้ายเป็นคำขวัญที่ต้องปฏิบัติสำหรับพนักงานฝ่ายขายทุกคน ภาพลักษณ์เป็นสิ่งดี แต่ว่าใจคนข้างในเล่า

อาหยูใจเหม่อยลอยเดินไปตามซอกซอยแคบๆ ระหว่างช่องว่างที่มีพาร์ทิชั่นกั้นแยกโซนพนักงานฝั่งซ้ายขวาออกจากกัน

บริษัทเซฟต์เน็ตฮ่องกงจำกัดแห่งนี้รับให้คำปรึกษาและขายผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้าในฮ่องกงร่วมสองร้อยแห่งได้แล้ว มียี่สิบห้าแห่งที่เป็นลูกค้าของเธอเอง ในธุรกิจที่เน้นความช่วยเหลือและเชื่อถือสูงไม่ต่างจากบริษัทธนาคารเช่นนี้ ทำให้เธอต้องอุทิศตัวให้กับการรับโทรศัพท์จากลูกค้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

“คุณหม่าคะ ขออนุญาตค่ะ” ผู้ชายร่างผอมสูงเส้นผมมันเรียบสวมแว่นตากรอบทองแววตาเข้มงวดอย่างยิ่งหันกลับมามองเธอ เขากำลังยืนอ่านเอกสารจากแฟ้มด้านหลังโต๊ะทำงานทำให้อาหยูต้องมองก้นชะลูดของเขาอย่างช่วยไม่ได้ พอสวมเข็มขัดหนังเส้นบางและยกกางเกงแสล็คเนื้อผ้าราคาเกินสองพันเข้าไปเขาก็ดูดีไม่เลว

น่าแปลกที่เธอควรจะสมองว่างเปล่าแต่กลับไปคิดเรื่องกางเกงผู้ชายอายุห้าสิบใกล้เกษียณเสียได้

“เสียใจด้วยนะซินเธีย” เขามักเป็นทางการมากแบบนี้ตลอด

“ขอบคุณค่ะหัวหน้าหม่า พี่แพทริเซียบอกให้ฉันมาถามเรื่องเงินช่วยเหลือที่จะโอนเข้าบัญชีจากหัวหน้า”

คนเรียกเขาว่าหัวหน้าหม่ากันจนชิน เธอแค่เรียกตามคนอื่นหวังว่าเขาจะไม่เคือง

“อ้อ เรื่องเงินเหรอ คือว่าช่วงนี้สถานะความคล่องตัวของกระแสเงินสดมีปัญหาติดขัดน่ะ สักสามเดือนคงโอนให้เธอได้”

สามเดือนเชียวหรือ อาหยูตกใจในห้องสว่างขึ้นทันที

เธอจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายค่าจัดงานศพล่ะ ทางโบสถ์คริสต์ที่เป็นคนจัดการทุกอย่างต้องการเก็บเงินงวดแรกก่อนสามสิบเปอร์เซ็นต์ด้วย อาหยูน้อยใจทันที เธออยู่กับบริษัทนี้มานานมากพอ อีกอย่างลูกค้าที่ยังอยู่ในมือของเธอก็ล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งอย่างเช่นประกันภัย บริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่ หรือว่าบริษัทไม่เห็นค่าของเธอบ้างเลย

ดูเหมือนสีหน้าของเธอคงจะเด่นชัดและแสดงออกว่ากังวลอย่างหนัก หัวหน้าหม่ารีบแก้ตัว

“คืออย่างนี้นะ บริษัทก็รู้ว่าเธอกำลังลำบาก เงินที่เธอจ่ายสมทบมาตลอดก็ตรงเวลาถูกต้องเสมอมา เอาอย่างนี้สิฉันจะพยายามโน้มน้าวฝ่ายบริหารให้ บางทีอาจเร่งเวลาขึ้นมาเป็นสักสองเดือนได้”

ฝ่ายบริหารงั้นเหรอ ที่มิสเตอร์วิลเลียมนั่งคุมหัวเรืออยู่ใช่หรือไม่เล่า ซินเธียหยูขมวดคิ้ว ทำแบบนี้ไม่ใช่โกงกันหรอกเหรอ

ฝากร่างแม่

อาหยูเดินหมดแรงไปขึ้นรถรางเพื่อมุ่งไปยังโบสถ์ที่ฝากร่างแม่เอาไว้ เธอเพิ่งจะจ่ายค่ารถส่งศพจากโรงพยาบาลเมโมเรียลจากฟากเซ็นทรัลตัดตรงมาถึงคอสเวย์เบย์นี่ ตอนนี้ฝากร่างไว้กับหลวงพ่อประจำโบสถ์ แต่ว่าพอไปถึงกลับเห็นโลงของแม่ปิดผนึกอย่างดีวางอยู่บนรถเข็นด้านหลังโบสถ์

ไม่ใช่ว่าเธอรูดบัตรจ่ายเงินมัดจำไปแล้วนี่นา

“ระบบตัดเงินไม่สำเร็จ ทางสำนักคริสเตียนกลางบอกฉันมาแบบนี้” บาทหลวงหน้าตาแบบจีนซินเกียงค่อนไปทางพวกโนแมดตอบมาแบบไม่มีรอยยิ้ม ไม่ใช่ว่าธุรกิจนี้ต้องมีเมตตาต่อคนยากไร้หรอกหรือ

อาหยูพยายามอธิบายว่าเงินช่วยเหลือของเธอจะมาช้า ตอนนี้ขอแค่รับร่างไว้ในโบสถ์ก่อนเท่านั้นแต่ไม่ว่าอย่างไรหลวงพ่อก็ไม่ยอมท่าเดียว อ้างว่าการเงินของโบสถ์เองก็ย่ำแย่ เงินบริจาคได้มาแต่ละเดือนแค่ไม่กี่พัน จะบริหารโบสถ์หลังเดี่ยวในย่านนี้ให้รอดพ้นเดือนหน้าหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

“เธอลองไปที่โบสถ์สงเคราะห์ที่ฝั่งเกาลูนดูหรือยัง”

“ฝั่งเกาลูนหรือคะหลวงพ่อ เขาจะรับจัดงานให้เปล่าหรือเปล่าคะ” แน่หล่ะว่าไม่มีของฟรีแน่ๆ อาหยูถามเพื่ออยากให้อีกฝ่ายรับผิดชอบบ้าง ไม่ใช่โยนศพคนออกมาจากโบสถ์ตัวเองหน้าตาเฉยแล้วยังไม่รู้สึกผิดอีกด้วย

หลวงพ่อไม่ตอบแต่ยัดใบปลิวแผ่นหนึ่งใส่มือเธอ ซินเธียหยูก้มลงมองตัวหนังสือตัวใหญ่สีทอง เขียนบนพื้นกระดาษมันๆ สีดำ มันเขียนว่า

“สวรรค์มีตา ขอเพียงมีศรัทธา พระเจ้ามองเห็นท่านเสมอ” ข้อความโฆษณาแบบนี้เห็นอยู่เกลื่อนกลาด แต่ว่าถ้อยคำด้านล่างตัวเล็กๆ ต่างหากที่เตะตาเธอ

“โบสถ์สงเคราะห์เกาลูนงั้นเหรอ” อาหยูหมดทางไป เงินเดือนงวดล่าสุดเหลืออีกแค่สามร้อยดอลเท่านั้นเอง ในฮ่องกงนี้เธออาศัยอยู่กับแม่แค่สองคน พ่อย้ายไปอยู่แคนาดากับน้องชายตั้งแต่ประถมสอง ดังนั้นภาพอันลางเรือนของครอบครัวสุขสันต์จึงคล้ายกับฝันกลางวันที่ไม่ปะติดปะต่อมากกว่า

แม่ทำงานหนักแค่ไหนมีแต่คนใกล้ชิดเท่านั้นที่รู้ อาหยูอาศัยอยู่กับแม่ที่แฟลตบนเกาะถมใหม่ที่รัฐบาลสร้างให้คนจนตามแหล่งสลัมได้ย้ายไปอยู่ พูดอีกอย่างคือจับหนูให้ไปอยู่รวมๆ กันตรงมุมห้องแทนที่จะวิ่งเพ่นพ่านในเมืองให้ดูสกปรกและเสียภาพลักษณ์มหานครศิวิไลฟ์ทางตะวันออก

เป็นเพราะความอยู่รอดแม่เลยพาเธอไปเข้าโบสถ์คริสต์ตั้งแต่เล็ก ที่นั่นมีข้าวให้กิน บางทีถูกไล่ออกจากแฟลตเพราะไม่จ่ายค่าเช่าก็จะได้มีที่นอนสักคืนก็ยังดี พวกเธอแลกวิญญาณให้ซาตานเพื่อข้าวในท้อง ความเชื่อของคนจีนที่นี่เป็นแบบนั้นกันหมด ถ้าไม่นับถือขงจื้อกับพุทธมหายานแล้วอย่างอื่นต้องเป็นซาตานแล้ว

แม่เธอทำความสะอาดเช็ดกระจกให้กับตึกสูงในย่านคอนเวย์เบย์ ทีแรกเช็ดแค่ชั้นล่างและตามบริเวณในตัวอาคาร ตอนเด็กอาหยูยังได้ไปวิ่งเล่นที่ทำงานของแม่และจำกลิ่นน้ำยาเช็ดกระจกได้แม่น วันเสาร์อาทิตย์ออฟฟิศปิดกันหมด เธอได้ครอบครองแผนกต้อนรับของอาคารไว้เป็นที่วิ่งเล่นคนเดียว

ตอนเด็กไม่ทันได้คิดอะไรเอาแต่เล่นกับเรียนหนังสือ ที่โรงเรียนนกกระจอกที่โบสถ์คริสต์ที่ซิสเตอร์อาสามาสอนหนังสือจากอังกฤษ โชคเข้าข้างเพราะภาษาของเธอดีเข้าขั้น ยิ่งโตมาเลยได้ทำงานในบริษัทไอทีที่ใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างมาก สินค้าทุกอย่างเป็นของตะวันตก ดังนั้นต้องอ่านคู่มือหลายร้อยหน้าทั้งคืนอยู่บ่อยๆ

ทางรัฐบาลฮ่องกงรับรองผลการเรียนจากโรงเรียนวิชาชีพคริสตังเทียบเท่าให้กับการจบเกรดสิบสอง จากนั้นอาหยูเลยใช้วุฒิการศึกษานี้เข้าทำงานเป็นพนักงานขายเครื่องใช้ไฟฟ้าในห้างสรรพสินค้าย่านม่กก๊กอยู่สามปีจนวิทยาลัยครูภาคค่ำที่เธอเรียนด้านบริหารธุรกิจมอบใบปริญญาให้นั่นแหล่ะ ชีวิตเธอถึงได้พอมองเห็นโอกาสบ้าง

แม่ของเธอยังทำงานเดิมเหมือนที่ทำมาตลอดหลายสิบปี แต่ว่าตอนนี้อายุมากขึ้นทำให้สุขภาพแย่ลง อาหยูโน้มน้าวให้กลับไปทำงานเบาๆ ที่บ้านแม่ก็ไม่ยอม ล่าสุดเมื่อวานซืนนี้นี่เองที่แม่พลัดตกจากบันไดสูงสองเมตรที่ใช้ต่อขึ้นไปเช็ดมุมบนของฝ้าเพดานสำนักงาน ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้

“สวรรค์มีตาเหรอ พระองค์มองเห็นอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงประชดประชันปนเคียดแค้นไหลผ่านลำคออาหยูที่ปกติเป็นคนเงียบๆ และเก็บอารมณ์เก่งอย่างยิ่ง อาหยูเป็นลูกในฝันของคนเป็นพ่อแม่เลยทีเดียว เธอเลี้ยงง่ายมากและควบคุมตัวเองได้ดีเยี่ยม ยามต้องเจรจาเจื้อยแจ้วคบหาลูกค้าก็ทำได้ยอด

เวลาส่วนตัวก็สุขุมครุ่นคิดมีสมองไม่เลอะเทอะ เธอวางแผนอยากซื้อบ้านให้แม่อยู่ที่หลังเกาะฮ่องกงราคาปานกลางแค่เดินทางนานหน่อยกว่าจะถึงใจกลางเมืองได้

“โกหกทั้งนั้น” คำตำหนิต่อว่าเบื้องบนผุดออกมาเป็นระยะ อาหยูเรียกรถแทกซี่คันยาวมีแคบสามารถใส่โลงได้แต่ว่าต้องจ่ายเพิ่มอีกห้าสิบเหรียญ ไม่มีใครอยากขนศพข้ามไปฝั่งเกาลูนหรอก

“ไปที่นี่ค่ะ” เธอส่งใบปลิวให้คนขับที่มีผ้าเช็ดเหงื่อสีขาวพาดคออยู่ คนอ่านเช็ดหน้าผากหลังจากช่วยยกโลงขึ้นหลังรถแล้วพยักหน้าบิดกุญแจรถแล้วออกตัวอย่างฉวัดเฉวียนมุ่งหน้าไปโบสถ์สงเคราะห์ฝั่งเกาลูนทันที

อุโมงค์

อุโมงค์ลอดใต้ผืนทะเลแคบๆ สำหรับข้ามจากฝั่งฮ่องกงไปยังฝั่งเกาลูนนั้นกว้างขวางและสว่างไสว ทำให้คนที่กำลังมุดอยู่ใต้เมืองบาดาลที่พร้อมจะตายในทันทีหากผนังอุโมงค์ร้าวแค่นิดเดียวพอจะลืมเรื่องหวาดเสียวพวกนี้ไปได้สักพัก คนเราพอตาไม่เห็นก็ไม่คิดต่อแล้ว ต่อให้ใกล้ตายแค่ไหนก็ยังสบายใจอยู่ได้

ยิ่งห่างไกลออกจากเซ็นทรัลที่อยู่ฝั่งฮ่องกงแล้ว ความเจริญก็ค่อยๆ ลดหาย จะว่าไปเหมือนค่อยๆ ได้กลับเข้าสู่ชีวิตจริงและหลอกตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ อาหยูหันกลับไปมองโลงสีดำของแม่ที่เป็นโลงบริจาค

“เอ้าถึงแล้วจ่ายมา” คนขับเบรคแรงจนอาหยูหัวเกือบสัมผัสกระจกมองหลัง

ดีที่เธอรัดเข็มขัดนิรภัย ใจไม่อยากตำหนิคนขับเพราะหาคนมาส่งให้ยากเต็มที

“ขอบใจจ้ะ” สงสัยเป็นเพราะเสียงเศร้าๆ หรือไม่ก็อีกฝ่ายปะติดปะต่อเดาเรื่องได้เก่ง คนที่เหมือนจะไร้หัวใจกลับเอ่ยแนะนำเธอ

“ชีวิตก็แบบนี้ แต่ไม่มีใครดวงอับไปตลอดหรอก”

พอช่วยแบกโลงลงมาวางไว้หน้าประตูโบสถ์เก่าๆ ที่ดูคล้ายป่าช้าเสียมากกว่า รถแทกซี่ยาวก็หมุนตัวทะยานกลับไป

อาหยูมองดูใบปลิวแล้วมองเทียบกลับไปกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า สภาพต่างกันจนคิดว่าหลงมาผิดโบสถ์เสียแล้ว

โบสถ์สีดำมีรอยร้าวแตกยาวแบบที่จะก้าวเท้าเดินเข้าไปยังหวาดๆ สองข้างตัวโบสถ์เป็นดินแห้งปล่องร้างว่าง ด้านหลังพอชะเง้อมองจะเห็นต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้ซ้ำยังมีกองเนินดินคล้ายหลุมศพผุดขึ้นห้าถึงหกเนิน สภาพเหมือนป่าช้าจริงๆ แต่ยังไม่ทันที่อาหยูจะเปลี่ยนใจประตูก็เปิด

“ศพสงเคราะห์ใช่ไหม เข้ามาทางด้านหลังสิ” ซิสเตอร์หน้าย่นอายุเกินห้าสิบชะโงกหน้าออกมาอย่างน่ากลัว แต่ว่าคงเป็นเพราะความคล่องแคล่วรู้งานของอีกฝ่ายทำให้อาหยูรีบทำตาม อย่างน้อยก็มีที่พักแล้ว ข้อนี้เธอบอกแม่ตัวเอง แม่เธอมีที่อยู่แล้ว ไม่ใช่คนเร่ร่อนอีก

แต่สิ่งที่ทำให้ต้องแปลกใจคือในโบสถ์มีคนอยู่สิบกว่าคน

“มีงานหรือคะซิสเตอร์”

“เป็นงานพบปะธรรมดา เธอเป็นสาวกใช่ไหม” ซิสเตอร์คาเธียกวางมองกางเขนบนสร้อยคอของอาหยูก่อนจะถาม

“ใช่ค่ะตั้งแต่เจ็ดขวบ”

“พระเจ้าคุ้มครองเธอกับแม่นะ ไม่ต้องห่วงแม่ของเธออยู่ในอาณาจักรของพระองค์แล้ว” ประโยคนี้คุ้นหูอาหยูจริงๆ คนงานผู้ชายหน้าตาน่ากลัวสองคนยกโลงแม่เธอไปด้านหลังแล้วเริ่มขุดหลุม

“เอ๊ะทำอะไรกันคะ”

อาหยูตกใจและไม่แน่ใจ พวกนี้ไม่ได้จะฝังแม่เธอนะ

“ที่นี่โบสถ์สงเคราะห์นะ เธอคงไม่รู้เราฝังก่อนแล้วทำพิธีทีหลังน่ะ” เป็นเพราะว่าส่วนมากศพที่มาที่นี่ล้วนตายมาระยะหนึ่ง หากไม่รีบฝังจะช้าเกินไปแล้ว ที่โบสถ์แห่งนี้ไม่มีน้ำยาดองศพและยิ่งไม่มีคนแต่งหน้าศพให้ดูดีอีก แค่มีที่ฝังและทำพิธีก็ดีมากแล้ว

อาหยูตั้งสติ เธอไม่มีทางเลือกมากนักใช่ไหมล่ะ ฝังก่อนค่อยทำพิธีก็ช่างเถอะ ยังไงแม่เธอก็ต้องถูกฝังอยู่แล้ว แต่พอคิดว่าแม่กำลังจะจากไปจริงๆ เธอก็น้ำตาคลอ คล้ายน้ำกำลังเอ่อท่วมขึ้นอกสูงขึ้นมาเรื่อยๆ อีกเดี๋ยวจะขึ้นถึงจมูกจนเธอหายใจไม่ออกและขาดใจตายแน่ๆ

“เอ้าดื่มนี่สิ เธอจะรู้สึกสบายขึ้น” อาหยูคิดว่าคงเป็นน้ำธรรมดาเอาไว้รับแขก พอดื่มเข้าไปกลับรู้สึกตัวเบาหวิวและเวียนหัวจนตาลาย ที่แท้เธอถูกหลอกเข้ามาที่โบสถ์ค้ามนุษย์หรือเปล่านะ

พอคิดแบบนี้สิ่งแรกที่เธอคิดได้ก็คือแม่ เธอพาแม่มาตายอย่างวิญญาณจรจัดไร้ที่ฝังเหรอ วิญญาณแม่จะถูกส่งวิญญาณไปหาพระเจ้าอย่างถูกต้องหรือเปล่า เมื่อวันตัดสินมาถึงเธอกับแม่จะถูกส่งไปนรกใช่ไหม

ความคิดมากมายยิ่งทำให้อาหยูน้ำตาไหล วาระสุดท้ายของชีวิตไม่ควรเป็นแบบนี้สิ เธอกตัญญูมาตลอดชีวิต เป็นคนดีมากคนนึงแล้ว ทำไมจุดจบเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง หรือว่าแขนขาลูกตาปอดหัวใจไตจะถูกตัดออกเป็นชิ้นๆ เอาไปขายให้ผู้ที่รอผ่าตัดอยู่ใช่ไหม

“อย่างน้อยก็ได้ช่วยคนนะอาหยู” เสียงของแม่ล่องลอยในหู อาหยูหันมองซ้ายขวากลับมองไม่เห็นใคร

“แม่ แม่จ๋า แม่หนูกลัว ฮือฮือ ขอให้แม่ได้ไปพบพระเจ้าอยู่ในที่สบายนะจ้ะ ขอให้ความดีที่หนูทำมาส่งให้แม่ไปสวรรค์ ส่วนตัวหนูต่อให้ต้องไปนรกหนูก็ยอมแลก”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...