นักวิทย์งง? พบหมีกริซลี่และฝูงหมาป่า อ้อยอิ่งอยู่ด้วยกันในเยลโลว่สโตน
ทุกคนงง!? นักธรรมชาติวิทยาพบหมีกริซลี่ ‘เที่ยว’ กับฝูงหมาป่า การเผชิญหน้าของสองสายพันธุ์ที่แตกต่างกันนี้ ไม่เคยมีใครรายงานมาก่อนในวงการวิทยาศาสตร์
ในเดือนตุลาคมปี 2021 Joshua Welter นักธรรมชาติวิทยาภาคสนามของ Yellowstone Wildlife Profiles ในอุทยานแห่งชาติเยลโลว่สโตน ได้สังเกตเห็นฝูงหมาป่าสีเทากลุ่มใหญ่ทางตอนใต้ของอุทยานกำลังผ่อนคลายอยู่ แต่แล้วก็มีแขกที่ไม่คาดคิดมาอยู่ท่ามกลางพวกมันนั่นคือ หมีกริซลี่
ทั้งคู่อ้อยอิ่งเป็นเวลาหลายนาทีอยู่ด้วยกัน ก่อนจะเดินจากไปพร้อม ๆ กัน “เราไม่เเคยเห็นปฏิสัมพันธ์เช่นนี้มาก่อน” Welter บอก เขาทำงานในสถานที่แห่งนี้มาเป็นเวลา 12 ปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหมีอยู่กับหมาป่าในแบบที่ไม่โจมตีกัน
โดยทั่วไปแล้ว หมาป่าจะมักจะไล่หมีกริซลี่ออกไปเมื่อหมีเข้าใกล้ฝูงมากเกินไป หมีเองก็เช่นเดียวกันพวกมันจะขู่ใส่หมาป่าเมื่อหมาป่าเข้าใกล้อาณาเขตของหมี ดังนั้น Clayton Lamb นักวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าแห่งมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย และบริษัทวิจัยเส้นทางความหลากหลายทางชีวภาพ กล่าวว่านี่เป็นความผิดปกติ
ไม่มีใครรู้คำตอบที่แท้จริง แต่ผู้เชี่ยวชาญเสนอคำตอบบางประการ ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมของทั้งสองสายพันธุ์ที่ซับซ้อน ในเยลโลว่ หมีกริซลี่จะออกไปนู่นไปนี่บ่อยขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากพวกมันพยายามจะกินให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนเข้าสู่ภาวะคล้ายจำศีลในฤดูหนาว
หมีจะเสี่ยงเพื่อให้ได้แคลอรี่มากขึ้น และนั่นอาจทำให้พวกมันเข้าใกล้หมาป่ามากขึ้นเพื่อมองหาอาหารที่ฝูงหมาป่าทิ้งไว้ “อาจมีซากสัตว์อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรที่คุณมองไม่เห็น” Aimee Tallian นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยธรรมชาติแห่งนอร์เวย์ ซึ่งศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างหมีหมาป่า กล่าว
ในส่วนของหมาป่าเองก็อาจจะใช้การคำนวณแบบผลตอบแทนแบบเดียวกันเพื่อตัดสินใจว่าจะไล่หมีกริซลี่ออกไปหรือไม่ พร้อมกับดูว่าหมีจะมีโอกาสจะเข้ามาทำร้ายสมาชิกในฝูงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งหลายครั้งหมาป่าเองก็ได้รับอาหารเหลือบ้างจากการล่าของหมี หากหมีตัวนั้นดูจะไม่มีท่าทางอันตรายใด ๆ หมาป่าก็มักจะไม่สนใจ
ประเด็นสำคัญก็คือในอุทยานแห่งชาติเยลโลว่สโตนนั้นเป็นที่อยู่อาศัยของทั้งหมีและหมาป่าจำนวนมาก จึงเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เขตการอาหารของพวกมัน ‘ซ้อนทับ’ กันในบางครั้ง
“เยลโลว่สโตนมีฝูงหมาป่าขนาดใหญ่มาก” Clayton Lamb บอก “การซ้อนทับกันกับพวกหมีกริซลี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลก ซึ่งเกิดขึ้นในภูมิประเทศที่มีลักษณะเกิดกว้างและมองเห็นได้ง่าย (เช่นเยลโลว่สโตน) แต่การสังเกตปฏิสัมพัน์ระหว่างสายพันธุ์เหล่านั้นในสถานที่อื่นอาจเป็นเรื่องยากพอสมควร (จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไม่เคยพบเหตุการณ์แบบนี้เลย เพราะอุทยานแห่งชาติที่อื่นส่วนใหญ่เป็นป่าทึบ)”
ต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อยืนยันแนวคิดดังกล่าว และนักวิทยาศาสตร์หวังว่าจะได้คำตอบเร็ว ๆ นี้เพื่อให้แนวทางการอนุรักษ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ที่มา
https://www.nationalgeographic.com/…/grizzly-bear…
Photo : Joshua Welter