โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิจัยเภสัชฯ จุฬาฯ ชี้ประโยชน์พืชกระท่อม ลดปวด-แก้อักเสบ ถอนยาเสพติดร้ายแรงได้ แนะใช้ทางการแพทย์เท่านั้น

The Reporters

อัพเดต 08 ก.พ. 2567 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2567 เวลา 05.00 น.

รองศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ธงชัย สุขเศวต อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยาและสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ทำวิจัยเรื่องกระท่อม กล่าวว่า กระท่อมเป็นยาที่คนสมัยโบราณใช้กันมานานมาก เรียกว่าเป็นยาสามัญที่มีอยู่แทบทุกบ้าน ใช้ต้อนรับแขกผู้มาเยือน และยังใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเข้าสังคมในงานสำคัญ ๆ ต่าง รวมถึงใช้เป็นยาชูกำลังในการทำงานที่ต้องใช้แรง

หลังจากมีการปลดล็อกพืชกระท่อม เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาวิจัยทางการแพทย์และยามากมาย เช่นเดียวกับงานศึกษาของ รศ.ภก.ดร.ธงชัย ที่ศึกษาวิจัยพืชกระท่อมเพื่อทำสารสกัดยาสมุนไพรมาตรฐานเป็นยาแก้ปวดที่มาจากธรรมชาติ รวมถึงเป็นยาช่วยเลิกสารเสพติดประเภทยาบ้าและมอร์ฟีน

สำหรับกระท่อม เป็นพืชพื้นถิ่นที่พบทั่วประเทศไทย ซึ่งในอดีตคนไทยรู้จักและสั่งสมภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์ทั้งในแง่การรักษาโรค ลดอาการปวดเมื่อย เพิ่มกำลังในการทำงาน ต่อมามีการออกกฎหมายควบคุมพืชกระท่อมภายใต้ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2486 และมีการควบคุมผ่าน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 จนกระทั่งได้แก้ไขและออก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 ปลดล็อกพืชกระท่อมและกัญชาให้สามารถใช้ในการศึกษาวิจัยในมนุษย์หรือนำมาใช้ทางการแพทย์ได้ ก่อนที่ฉบับที่ 8 พ.ศ.2564 ได้ให้พืชกระท่อมออกจากยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 โดยสมบูรณ์ นำไปสู่ พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ.2565 ที่เปิดเสรีให้ปลูก ครอบครอง และขายพืชกระท่อมได้

การใช้กระท่อมเป็นยารักษา พบว่าหมอพื้นบ้านนิยมใช้กระท่อมทำยาสมุนไพร ทั้งในรูปยาเดี่ยว หรือเป็นตำรับยาพื้นบ้าน เพื่อรักษาโรคและอาการต่าง ๆ เช่น ไข้หวัด ท้องเสีย บิด ปวดเมื่อย แก้ไอ ลดความดันโลหิต รักษาโรคเบาหวาน โรคกระเพาะอาหาร เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้นอนหลับง่าย และใช้ทดแทนหรือบำบัดอาการถอนยาจากการเสพติด เช่น ฝิ่น เฮโรอีน

ส่วนแพทย์แผนไทย พบตำรับยาแผนไทยที่มีพืชกระท่อมเป็นส่วนประกอบในคัมภีร์แพทย์แผนโบราณของขุนโสภิตบรรณลักษณ์ เล่ม 1-3 ตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ตำราเวชศึกษาของพระยาพิศณุประสาทเวช และจารึกตำรายาวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ได้แก่ ตำรับยาประสะใบกระท่อม ยาหนุมานจองถนนปิดมหาสมุทร ยาแก้บิดลงเป็นเลือด ยาแก้บิดหัวลูก ยาประสะกานแดง เป็นต้น โดยมีสรรพคุณสำคัญในการรักษาโรคบิด ท้องร่วง ท้องเสีย แก้ปวดมวนท้อง ปวดเบ่ง ท้องเฟ้อ ปวดเมื่อยตามร่างกาย เป็นต้น

ทั้งนี้ ใบของพืชกระท่อมเป็นส่วนที่มักใช้เป็นยาสมุนไพร เพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งสรรพคุณทางยามาจากสารไมทราไจนีน ซึ่งเป็นสารที่พบแค่ในพืชกระท่อมเท่านั้น จากงานวิจัยพบว่า สารไมทราไจนีน มีฤทธิ์ในการลดการอักเสบและแก้ปวดในระดับปานกลางถึงค่อนข้างรุนแรง จึงอาจนำกระท่อมมาเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาแก้ปวดที่มีสรรพคุณทางยาเทียบเท่ากับทานาดอลที่เป็นเคมี

นอกจากฤทธิ์ในการลดปวด หรือแก้อาการอักเสบแล้ว พืชกระท่อมอาจมีฤทธิ์ในการรักษาโรคอื่น ได้แก่ ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด ลดอาการท้องเสีย ลดความอยากอาหาร ฤทธิ์ต้านปรสิตและเชื้อจุลชีพ ฤทธิ์ต้านอาการวิตกกังวล อาการซึมเศร้า และโรคจิต สามารถใช้ทดแทนหรือบำบัดอาการถอนยาจากการเสพติด เช่น แอลกอฮอล์ ฝิ่น เฮโรอีน หรือยาเสพติดชนิดอื่น ๆ

“พืชกระท่อมมีฤทธิ์แก้ปวดคล้ายมอร์ฟีน แต่อันตรายน้อยกว่า โอกาสติดน้อยกว่า ดังนั้น คนในบางประเทศจึงมีการนำกระท่อมมาใช้เป็นยาสำหรับการถอนยาเสพติดชนิดแรง ๆ ตัวอื่น ๆ แทนการใช้ยาถอนยาเสพติดที่ทำมาจากเคมีในปัจจุบัน” รศ.ภก.ดร.ธงชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม การนำพืชกระท่อมไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ บางอย่างอาจเข้าข่ายการผลิตยาเสพติด หากใช้ทำน้ำกระท่อม ชากระท่อมในครัวเรือน ไม่มีการซื้อขาย สามารถทำและใช้ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่หากจะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จากใบกระท่อมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ยา อาหาร อาหารเสริม เครื่องสำอาง เพื่อขาย จำเป็นต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

สำหรับข้อควรระวังจากการใช้กระท่อม รศ.ภก.ดร.ธงชัย กล่าวว่า แม้จะมีสรรพคุณทางยา มีประโยชน์ โทษน้อย แต่ให้ใช้เฉพาะที่จำเป็น ใช้อย่างถูกต้อง ปรึกษาผู้รู้ และระมัดระวังอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ทั้งนี้ กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คือ

1.เด็ก เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ เช่น ลมชัก อาการทางจิตและประสาท และเมื่อเริ่มใช้แล้ว อาจชักนำไปสู่การใช้ยาเสพติดให้โทษที่รุนแรงมากขึ้น

2.สตรีมีครรภ์ เพราะอาจเกิดความเสี่ยงที่เด็กในครรภ์เมื่อคลอดออกมาแล้วมีอาการติดยาได้

3.ผู้ที่เป็นโรคตับ โรคไต

รศ.ภก.ดร.ธงชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า กระท่อมมีประโยชน์มาก แต่ก็มีโทษเช่นกัน หากใช้ในทางที่ผิด และปราศจากการควบคุมที่เหมาะสม อีกทั้งการใช้พืชกระท่อมหรือกัญชาควรเป็นไปเพื่อประโยชน์เฉพาะด้านการแพทย์เท่านั้น ไม่ควรใช้เพื่อการสันทนาการ และจำเป็นต้องมีการควบคุมไม่ให้เกิดการใช้ไปในทางที่ผิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...