โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

ดราม่าที่นั่งบนเครื่องบิน ผู้โดยสารหญิงยืนกรานปฏิเสธแม่ที่ขอสลับที่ เพื่อจะได้นั่งติดกับลูกของเธอ

BT Beartai

อัพเดต 28 ม.ค. 2567 เวลา 11.28 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. 2567 เวลา 11.26 น.
ดราม่าที่นั่งบนเครื่องบิน ผู้โดยสารหญิงยืนกรานปฏิเสธแม่ที่ขอสลับที่ เพื่อจะได้นั่งติดกับลูกของเธอ

รู้ไหมครับว่า ทุกวันนี้โลกเรามีเที่ยวบินพาณิชย์ในแต่ละวันมากกว่า 100,xxx ไฟลต์ต่อวันเลยเชียว แม้ว่าการบินพาณิชย์จะมีมากว่า 100 ปีแล้วก็ตาม แต่ยิ่งเที่ยวบินมีมากขึ้น ปัญหาระหว่างผู้โดยสารกับสายการบิน หรือปัญหาระหว่างผู้โดยสารกันเองก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย และบางปัญหาดราม่าก็ถูกนำมาเล่าต่อบนโลกออนไลน์ กลายเป็นหัวข้อให้ชาวเน็ตได้โต้แย้งกันอยู่เสมอมา

อย่างเรื่องราวล่าสุด ที่เป็นประเด็นเผ็ดร้อนบนเว็บไซต์ Reddit นั้น มาจากเรื่องราวของผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งที่เธอมีปัญหากับผู้โดยสารหญิงที่นั่งติดกับเธอ มาขอสลับที่ด้วย เพื่อที่เธอจะได้นั่งติดกับลูกของเธอ

หญิงคนนี้มาโพสต์เรื่องที่ชื่อว่า “นี่ฉันเป็นคนงี่เง่าหรือเปล่า ? “

เธอเล่าว่าเธอได้บินข้ามประเทศเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของน้องสาว เธอจองที่นั่งตัวกลางด้านหนึ่งติดริมหน้าต่างอีกด้านหนึ่งเป็นที่นั่งริมทางเดิน ระหว่างที่เธอนั่งอยู่ก็มีคู่แม่ลูกโผล่มา และผู้เป็นแม่ก็เริ่มเจรจาต่อรองกับเธอ
“พวกเขาได้ที่นั่งริมหน้าต่างและที่นั่งริมทางเดิน ผู้หญิงคนนั้นเรียกร้องเลยว่าเธอต้องการนั่งติดกับลูกชายของเธอ และฉันจะต้องย้ายมานั่งที่ติดทางเดิน เพื่อที่เธอจะได้นั่งติดกับลูกชาย”
เจ้าของโพสต์อธิบายเหตุผลที่เธอเลือกที่นั่งถัดมาจากริมทางเดิน เพราะเธอไม่ชอบนั่งริมทางเดิน และเธอจะไม่ขอย้ายไปไหน และนั่นล่ะคือจุดที่ดราม่าบังเกิด
“จากนั้นเธอก็เริ่มเอะอะโวยวายว่า มันเป็นสิทธิ์ของเธอ ที่เธอจะต้องได้นั่งติดกับลูกชาย ฉันก็ตอบเธอกลับไปอย่างสุภาพว่า ถ้าต้องการเช่นนั้น ฉันยินดีจะสลับที่กับลูกชายของเธอ ไปนั่งริมหน้าต่างแทน แต่เธอก็ยังโวยวายต่อไปอีกว่า เธอต้องการที่นั่งของฉัน และเธอไม่ยินยอมข้อเสนอที่ว่าลูกชายเธอจะต้องเสียสละที่นั่งของเขา เขาเป็นเด็กเขาสมควรที่จะได้นั่งริมหน้าต่าง”

ถึงตอนนี้ แอร์โฮสเตสก็โผล่มาช่วยเจรจาให้ทุกคนยอมรับและนั่งในที่นั่งที่ตัวเองได้จองไว้ แต่อย่างที่เราเดากันได้ เหตุการณ์ดราม่าไม่สงบจบเพียงแค่นี้หรอก เพราะระหว่างที่เดินทางอยู่กลางอากาศนั้น ผู้เป็นแม่ก็มักจะบังเอิญเตะไปโดนสาวเจ้าของโพสต์โดยไม่ตั้งใจ ขณะที่ลูกชายก็เริ่มทำตัวน่ารำคาญมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งดูเหมือนจะเจตนาทำ

ส่วนสาวเจ้าของโพสต์ก็พยายามทำใจยอมรับ เพราะคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว แต่กลายเป็นว่า เธอคิดผิด
“ตอนที่ฉันลุกจากที่นั่งไปเข้าห้องน้ำ เพราะฉันคิดว่าตัวแม่นั้นน่าจะยอมรับสภาพได้แล้ว แต่พอฉันกลับมาก็พบว่าเธอย้ายไปนั่งในที่ของฉัน ส่วนเสื้อแจ็กเก็ตและกระเป๋าของฉัน ถูกโยนทิ้งลงมาบนทางเดิน ฉันจึงโทรหาแอร์โฮสเตสเพื่อไล่ให้เธอกลับไปนั่งที่ตัวเอง”

การกระทำของตัวแม่ในเรื่องนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ยอมรับกฎ กติกา มารยาทสากล ซึ่งบรรดาชาวเน็ตที่ได้อ่านเรื่องนี้ ก็มาคอมเมนต์กันมากมาย และเสียงส่วนใหญ่ก็เห็นพ้องว่าในกรณีนี้ใครคือ “คนที่งี่เง่า” กันแน่
สมาชิก reddit คนหนึ่งคอมเมนต์ว่า “ถ้าเธอตัองการนั่งติดกับลูกชายเธอจริง ๆ เธอก็ควรจ่ายเพิ่มย้ายไปนั่งที่อื่น หรือไม่ก็ควรมาจองที่ให้เร็วกว่านี้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเอ่ยปากขออย่างสุภาพเสียหน่อย ที่นั่งของคุณอย่างไรซะมันก็เป็นที่นั่งของคุณ และคุณไม่จำเป็นต้องย้ายที่นั่งด้วย ไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม”

อีกคนก็เห็นด้วย “มีนะบางคนที่ตั้งใจเลยว่าจะจองที่นั่งริมหน้าต่างแล้วก็จองอีกที่ริมทางเดิน เพราะคิดว่าจะไม่มีใครมาจองที่นั่งตรงกลาง เขาจะได้ครองที่นั่งทั้งแถวโดยปริยายเลย โดยส่วนตัวฉันคิดว่าเรื่องนี้มันก็แค่ความโลภ ฉันกล้าพนันเลยว่า เรื่องที่เธอทำนั้นมันกวนประสาทจริง ๆ และมันจะย้อนกลับไปที่ตัวเธอเอง ส่วนคุณนั้นไม่จำเป็นจะต้องสละที่นั่งให้เธอเลย ซึ่งคุณก็ให้ทางเลือกแล้วแต่เธอก็ยังปฏิเสธเอง ดีแล้วล่ะที่คุณเชื่อว่าตัวเองถูกต้อง”
คนที่ 3 แสดงความคิดเห็นว่า “คุณน่าจะบอกยายนั่นไปเลยว่า ‘การที่คุณไม่รู้จักเตรียมพร้อมนั้นไม่ใช่เหตุฉุกเฉินของฉัน’ “
“เห็นได้ชัดเลยว่า คุณไม่ใช่ฝ่ายงี่เง่าอย่างแน่นอน คุณเสียเงินค่าที่นั่งนั้นแล้วคุณมีสิทธิ์ในที่นั่งนั้น ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็สามารถจองที่นั่งได้ง่าย ๆ เช่นกัน ถ้าเธอรู้จักเตรียมตัวมากกว่านี้” ความเห็นจากคนที่ 4

ผู้อ่านคิดว่าอย่างไรครับ ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเจ้าของโพสต์ ยืนกรานปฎิเสธ แล้วก็ทนกับการจงใจกวนประสาทของแม่ลูกคู่นี้ไปตลอดทาง หรือไม่ก็ยอมรับว่าเป็นคราวเคราะห์ ยอมสลับที่ไป เพื่อให้ได้นั่งสงบ ๆ ไปตลอดทาง

ที่มา : Unilad Independent

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...