โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสื่อมเสียสงกรานต์ไทย นทท.140 ชีวิต ไม่มีที่นอน โดนสาวไทย หลอกจองห้องพัก แต่เอาเงินไปใช้ส่วนตัว

มุมข่าว

เผยแพร่ 14 เม.ย. 2567 เวลา 06.47 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
เสื่อมเสียสงกรานต์ไทย นทท.140 ชีวิต ไม่มีที่นอน โดนสาวไทย หลอกจองห้องพัก แต่เอาเงินไปใช้ส่วนตัว

เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 เม.ย.2567 พ.ต.อ.ภูมิ บาลทิพย์ ผกก.สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รับรายงานจาก พ.ต.ท.อดินันท์ วงศ์หมัดทอง รอง ผกก.ป. สภ.หาดใหญ่ ว่า มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียจำนวนมากถูกไกด์เถื่อนหลอกจองห้องพักช่วงเทศกาลสงกรานต์ โอนเงินมาให้จองห้องพักตั้งแต่เดือน พ.ย.66 แต่เมื่อมาถึงแล้วไม่มีห้องพักให้

เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจสอบที่หน้าโรงแรมญันนะตีย์โฮเต็ล ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ตั้งอยู่ใจกลางเทศบาลนครหาดใหญ่ พบรถบัสโดยสารจอดอยู่ 4 คัน มีกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งผู้ใหญ่และเด็กเล็กยืนอออยู่หน้าโรงแรม พนักงานโรงแรมแจ้งว่า ไกด์คนไทยที่รับเงินค่าจองห้องพักกับบริษัททัวร์มาเลเซียไม่ได้จองห้องพักกับโรงแรมแต่อย่างใด ไม่สามารถให้นักท่องเที่ยวเข้าพักได้

ในเวลาต่อมา ตำรวจติดต่อและตามตัวไกด์หญิงคนไทย ผู้รับจองห้องพักให้มาพบที่โรงแรมเพื่อแก้ไขปัญหา ทราบชื่อ น.ส.วณิชชา หรือเน อาชารัตนะ อายุ 39 ปี ทันทีที่ น.ส.วณิชชาพร้อมเพื่อนสาวทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวด้วยกันมาถึงโรงแรม และเห็นกลุ่มนักท่องเที่ยวพร้อมตำรวจถึงกับหน้าซีด ขณะที่ไกด์มาเลเซียและนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งกรูเข้าไปสอบถามเรื่องห้องพัก น.ส.วณิชชาอ้างตัวว่า เป็นพนักงานอยู่โรงแรมแห่งนี้ ขอให้ใจเย็นๆ จะจัดหาห้องพักให้

ด้านไกด์ชาวมาเลเซียเผยว่า นำนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียมาเที่ยวงานสงกรานต์หาดใหญ่ จ่ายเงินจองห้องพักกับบริษัททัวร์มาเลเซีย จองห้องพักล่วงหน้า 2 คืน 3 วัน ทั้งหมด 64 ห้อง รวมเป็นเงิน 69,840 ริงกิต หรือประมาณ 539,000 บาท ตั้งแต่เดือน พ.ย.66 บริษัททัวร์ได้โอนเงินจองค่าห้องพักเข้าบัญชี น.ส.วณิชชา ไกด์ทัวร์และเอเย่นต์ฝั่งไทย

เมื่อถึงวันเดินทาง นำนักท่องเที่ยว 140 คน ขึ้นรถบัสโดยสาร 4 คัน จากประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่เวลา 03.00 น. มาถึงหน้าด่านสะเดา จ.สงขลา เวลา 06.00 น. หลังผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้แวะเที่ยวตามจุดต่างๆใน จ.สงขลา จนถึงเวลา 12.00 น. นักท่องเที่ยวต้องเข้าห้องพักโรงแรม น.ส.วณิชชา แจ้งมาว่ากำลังหาห้องพัก ให้พานักท่องเที่ยวแวะที่ไหนก่อนก็ได้ ตนต้องให้คนขับรถบัสขับวนพานักท่องเที่ยวแวะซื้อของฝากเพื่อยื้อเวลาออกไป

จนถึงเวลา 16.00 น. ตนให้คนขับรถบัสทั้ง 4 คัน ขับมาจอดหน้าโรงแรมที่บริษัททัวร์จองไว้ เมื่อ น.ส.วณิชชา เดินทางมาถึงโรงแรมครั้งแรกได้แจ้งกับตนว่าหาห้องพักได้แค่ 10 ห้องเท่านั้น จากนั้น น.ส.วณิชชาหายออกจากโรงแรมไป ก่อนกลับมาอีกรอบเวลา 18.00 น. แจ้งกับตนว่าในเขตตัวเมืองหาดใหญ่ไม่มีห้องพักเหลือเลย ทุกโรงแรมเต็มหมดแล้ว และบ่ายเบี่ยงไม่รับผิดชอบ ทำให้ตนและกลุ่มนักท่องเที่ยวเริ่มไม่พอใจ มีนักท่องเที่ยวบางส่วนอยากกลับประเทศมาเลเซียทันที แต่บางกลุ่มอยากเที่ยวสงกรานต์หาดใหญ่เพราะจองทริปเที่ยวตั้งแต่ปีที่แล้ว และคืนนี้ยังไม่รู้จะนอนพัก ที่ไหนเพราะโรงแรมเต็มหมดแล้ว

ต่อมา พล.ต.ต.สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่ เดินทางมาที่โรงแรมพร้อมนายราเชนท์ อาตมาตร อายุ 52 ปี เจ้าของโรงเเรมญันนะตีย์โฮเต็ล เพื่อแก้ปัญหาห้องพักให้กับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียกลุ่มดังกล่าว เมื่อ พล.ต.ต.สาคร เดินมาที่โต๊ะที่ตำรวจกำลังสอบปากคำ น.ส.วณิชชาและเพื่อน พล.ต.ต.สาครได้ต่อว่าทั้งคู่ทันทีว่า “สิ่งที่ทำอยู่นี้ทำให้ประเทศไทยและเมืองหาดใหญ่เสียชื่อเสียงอย่างมาก เข้าไปอยู่ในคุกทั้งคู่เลย”

ก่อนจะหันมาพูดกับผู้สื่อข่าวว่า ได้คุยกับนายราเชนท์ เจ้าของโรงแรมเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้น นายราเชนท์สั่งให้เปิดห้องนวดและห้องประชุมโรงแรมเป็นที่พักชั่วคราว พร้อมติดต่อโรงแรมรอบนอกเพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งหมดให้มีที่หลับที่นอน ส่วนเรื่องคดีปล่อยให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

จากนั้นชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ และงานสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว คุมตัว น.ส.วณิชชาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.หาดใหญ่ พร้อมเชิญไกด์บริษัททัวร์มาเลเซีย ที่โอนเงินจองค่าห้องพักให้กับ น.ส.วณิชชาไปสอบปากคำด้วย หลังเค้นสอบนานกว่า 2 ชั่วโมง น.ส.วณิชชารับสารภาพว่า นำเงินค่าจองห้องพักของนักท่องเที่ยวทั้งหมดไปใช้ส่วนตัวเกือบหมดแล้ว เหลือเงินจองห้องพักได้แค่ 10 ห้องเท่านั้น และจะชดใช้ค่าเสียหายให้ก่อน 25,000 บาท

ตรวจสอบประวัติ น.ส.วณิชชาพบเคยก่อเหตุแบบเดียวกันนี้มาแล้วในพื้นที่ สภ.คอหงส์ จ.สงขลา มีบริษัททัวร์อีกบริษัทของมาเลเซียเข้าแจ้งความไว้เมื่อต้นปี 2566 นอกจากนี้ น.ส.วณิชชายังเปลี่ยนชื่อ และนามสกุลมาแล้วถึง 6 ครั้ง ก่อนหน้านี้ใช้ชื่อ น.ส.จิราพัชร์ อัศวเจริญชัย ก่อนจะเปลี่ยนชื่อ ล่าสุดคือ น.ส.วณิชชา อาชารัตนะ หลังสอบปากคำแล้วเสร็จ แจ้งข้อหา “ฉ้อโกงทรัพย์ฯ” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...