โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ทันโรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) อันตรายใกล้ตัวช่วงหน้าร้อน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 11.36 น.

รู้ทันโรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) อันตรายใกล้ตัวช่วงหน้าร้อน

หากพูดถึงเดือนเมษายน แน่นอนว่าเราได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัว ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า 40 องศาเลยทีเดียว และเพราะอากาศที่ร้อนมากนี่แหละค่ะ ส่งผลให้หลายคนเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านมารู้จักโรคฮีตสโตรกและวิธีป้องกันกันค่ะ

โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) เกิดจากภาวะที่ร่างกายร้อนจัดจนส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เป็นอาการที่พบได้ในช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้หลายพื้นที่มีอากาศร้อนอบอ้าว มีค่าดัชนีความร้อนพุ่งสูงขึ้น และอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 44.5 องศาเซลเซียส ทำให้เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากภาวะอากาศร้อนได้ง่ายขึ้น

ซึ่งเป็นอาการเสี่ยงต่อผู้ที่ทำงานหรืออยู่ในสถานที่ที่มีแดดจัด หรือมีอากาศร้อนอบอ้าว รวมถึงกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคปอด เป็นต้น อาจเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ รวมถึงเด็กและหญิงตั้งครรภ์ก็ต้องระมัดระวังเช่นกัน

โรคฮีทสโตรก ส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง??

1. ตัวร้อน วิงเวียน ปวดศีรษะ

2. คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย

3. เหงื่อออกมาก หัวใจเต้นแรง

4. เป็นลม หรือเกิดอาการชัก พูดจาสับสนไม่รู้เรื่อง

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากพบผู้ป่วยที่มีอาการฮีทสโตรก

1. รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่มหรือที่ที่มีอากาศถ่ายเท จัดร่างกายให้ผู้ป่วยนอนราบ คลายเสื้อผ้าออกให้พอหลวม

2. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามร่างกาย ซอกคอ รักแร้ และศีรษะ ร่วมกับใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน

3. หากผู้ป่วยหมดสติ ให้จับนอนตะแคงเพื่อป้องกันไม่ให้โคนลิ้นอุดตันทางเดินหายใจ

4. รีบนำผู้ป่วยส่งไปยังโรงพยาบาล หรือโทรแจ้งได้ที่ สายด่วน 1669 ทันที

เราสามารถป้องกันโรคฮีทสโตรกได้ง่ายๆ ดังนี้

1. .ดื่มน้ำสะอาดบ่อยๆ หากสูญเสียเหงื่อมากควรดื่มเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่

2. สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี ควรเลือกเสื้อผ้าสีอ่อน และไม่รัดแน่นจนเกินไป หลีกเลี่ยงใส่เสื้อ ผ้าสีทึบดํา เพราะจะสะสมความร้อนได้

3. ไม่ควรอยู่กลางแจ้งคนเดียว ควรอยู่เป็นกลุ่ม เพราะหากมีอาการผิดปกติ จะได้มีคนช่วยเหลือได้ทัน

4. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีแดดจัดต่อเนื่องนานเกินไป หรือในสถานท่ีที่มีอากาศถ่ายเทไม่สะดวก

5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

6. ห้ามทิ้งใครไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแดด โดยเฉพาะเด็กเล็ก เพราะรถอาจมีอุณหภูมิสูงข้ึนภายใน 10-20 นาที หากปิดเครื่องปรับอากาศ

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...