โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถ้าเป็นคนไทยจ่ายย้อนหลัง! ทึ่งผลลัพธ์ MOU ‘พิสูจน์DNAใกล้บ้าน’ ได้เลข 13 หลักใน 1 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 เม.ย. 2567 เวลา 12.28 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2567 เวลา 11.32 น.

สสส.ทึ่งผลลัพธ์ 5 ปี MOU สานพลังเครือข่าย ‘คนไทยไม่ไร้สิทธิ’ แก้ตกหล่นสถานะ ไร้บัตรปชช. – 9 หน่วยงาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ ‘พิสูจน์ดีเอ็นเอใกล้บ้าน’ ร่นเวลาจาก 10 ปี เหลือ 3-12 เดือน

เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ห้องประชุม 10-9 ชั้น 10 กระทรวงยุติธรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมด้วย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) สถาบันเอเชียศึกษา และภาคีเครือข่าย จัดงานมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ ภาคีเครือข่ายจัดเก็บสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะทางทะเบียนราษฎร ตามความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงานการเข้าถึงสิทธิของคนไทยไร้สิทธิ
หลังจากมี 20 โรงพยาบาล ร่วมดำเนินการจัดเก็บสารพันธุกรรมและสนับสนุนการเข้าถึงสิทธิของคนไทยไร้สิทธิ ได้ผลตอบรับดีเป็นอย่างดียิ่ง ตามกรอบบันทึกความร่วมมือ (MOU)“การดำเนินงานพัฒนาการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพ ของคนไทยที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียน” 9 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม สสส. สปสช. กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และ มพศ.

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศเวลา 13.30 น.พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี ประกาศเจตนารมณ์ในการร่วมแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะทางทะเบียนราษฎร์ ก่อนมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตร แก่องค์กรและบุคคลดีเด่น

นพ.วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า จากการจัดเก็บสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิสถานะทางทะเบียนราษฎร์ ตามความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินงาน การเข้าถึงสิทธิของคนไทยในวันนี้ ตามความมุ่งหมายของกระทรวงยุติธรรม ที่เห็นความทุกข์ยากของคนไทย ไร้สิทธิ ไร้สถานะ ไร้สัญชาติ มีจำนวนมากในสังคม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จึงได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ประชาสังคม และภาคเอกชน ช่วยให้เข้าถึงการคืนสิทธิด้านสถานะในฐานะพลเมืองไทย ด้วยการเปิดให้สามารถเข้าตรวจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

“จากการดำเนินงานช่วงระหว่างปี 2562-2566 พบว่าผู้ขออรับการตรวจ มีสาเหตุที่ทำให้ประสบปัญหาอันดับแรกคือ 1.อยู่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ไม่สะดวกต่อการแจ้งเกิด ซึ่งนอกจากภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสารพันธุกรรมแล้ว ยังประสบปัญหาเรื่องค่าเดินทางมาตรวจสารพันธุกรรม จึงเกิดแนวพัฒนาเครือข่ายจัดเก็บสารพันธุกรรมในพื้นที่ห่างไกล เพื่อยกระดับการอำนวยความยุติธรรมให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น ด้วยความมุ่งมั่นจากหลายภาคส่วนในการดำเนินงาน พัฒนาการเข้าถึงสิทธิหลักประกันสุขภาพ ในผู้ที่มีปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร์” นพ.วีระกิตติ์เผย

นพ.วีระกิตติ์กล่าวถึงความร่วมมือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างกระทรวง มหาดไทย. สธ., กระทรวง พม. สปสช. กทม. สสส. มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และกระทรวงยุติธรรม ว่ามีภารกิจร่วมกันพัฒนาเครือข่าย รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ที่มีความพร้อมในการจัดเก็บสารพันธุกรรม ณ ที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ให้ประชาชนเข้าถึงความสะดวกโดยตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน มีโรงพยาบาลเข้าร่วม 20 แห่ง และมีประชาชนเข้าร่วมเก็บตัวอย่างสารพันธุกรรมแล้วรวม 800 ราย

“ด้วยเหตุนี้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์จึงจัดงานมอบเกียรติบัตรและประกาศเกียรติคุณขึ้น เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและจารึกเกียรติประวัติ ในการช่วยเหลือคนบุคคลไร้รัฐ ไร้สัญชาติในประเทศไทย ผลักดันให้คนทุกกลุ่มได้รับศักดิ์และสิทธิอย่างเท่าเทียม ผ่านการดำเนินงานของภาคีเครือข่าย” นพ.วีระกิตติ์กล่าว

จากนั้น เวลา 13.40 น. เข้าสู่พิธีประกาศเจตนารมณ์ 9 หน่วยงาน

ในตอนหนึ่งนายบรรจบ จันทรัตน์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ฝ่ายการทะเบียนและเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า ทางกรมได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎร์ เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วน เพราะเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาการใช้สิทธิทั้งทางกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความเป็นธรรมทางสังคม โดยกลุ่มเป้าหมายที่กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดในการแก้ไขปัญหา มี 2 กลุ่มหลัก คือ 1.คนไทยที่ตกหล่นจากทะเบียนรัฐ 2.บุคคลไร้สัญชาติไทย 100,000 กว่าคน

โดยที่ผ่านมา กรมการปกครองได้รับความร่วมมือจากกระทรวงยุติธรรม และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะในเรื่องการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเพื่อรับรองสิทธิ นอกจากนี้ยังมี มูลนิธิกระจกเงา ภาคีเครือข่ายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ที่ช่วยเหลือเราได้มาก หากได้รับความร่วมมือเช่นนี้ เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาสถานะได้อย่างรวดเร็ว กรมการปกครองเราเต็มที่และเต็มใจที่จะแก้ไขปัญหานี้

ด้านภญ.ยุพดี ศิริสินสุข รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า คนอาจจะงงว่าทำไม สปสช.เราถึงมาข้องเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้วยปรัชญาองค์กร ‘เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ ทุกคนในแผ่นดินไทยต้องเข้าถึงสิทธิบริการด้านสาธารณสุข 9 ปีที่แล้ว เราเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ไม่กี่คน จนคิดว่าทำแบบเคสบายเคส ไม่สำเร็จแน่ จึงเกิดดำริของรองปลัดกระทรวงมหาดไทย แนะนำว่าควรจัดทำเอ็มโอยู 9 หน่วยงาน เพื่อทำความร่วมมือ ให้เกิดความสำเร็จ
“ต้องบอกว่า ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นชัดเจน คือเรามีเครือข่ายที่ทำงานเพื่อลดปัญหาคนไทยไร้สิทธิ ‘คนไทยต้องไม่ไร้สิทธิ’ เราเจอคนไร้สิทธิมหาศาล เขาไร้สิทธิไม่เพียงเรื่องสุขภาพ แต่ยังรวมถึงเรื่องกระบวนการทั้งหมด จนเกิดเป็นความร่วมมือในการแชร์ทรัพยากรร่วมกัน มี สสส.เป็นแม่งานใหญ่ ในการที่จะสนับสนุนงบประมาณ แต่เรี่ยวแรงที่สำคัญคือ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่สร้างเครือข่ายภาคประชาชน เราจะไม่เจอคนไร้สิทธิ ถ้าเราไม่ทำงานกับชุมชน

คนเหล่านี้เหมือนเห็ด ถ้าไม่จำเป็นเขาจะไม่ผุดออกมา ถ้าเขาป่วย เจออีกทีคือโรงพยาบาล ซึ่งที่ผ่านมา รพ.รับไปดูแลทางการแพทย์ แต่เขามีค่าใช้จ่ายเพราะไม่มีบัตรประชาชน” ภญ.ยุพดีชี้

“ปัจจุบันถ้าตรวจสอบย้อนกลับไป พบว่าคนไข้เป็นคนไทย เราจะจ่ายย้อนหลังให้ 360 วัน เป็นการทำงานที่วิน-วิน ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เราคิดว่าต้องทำงานร่วมกัน และทำหน้าที่โดยเพิ่มบทบาทตัวเอง จากการให้บริการรักษาพยาบาล สู่ผู้เก็บสิ่งส่งตรวจ มาที่สถาบันทางนิติวิทยาศาสตร์ ชาวบ้านจากเชียงราย ไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ เขาก็ไปตรวจได้ที่ใกล้บ้าน”

“ตอนนี้เรามี 20 รพ. ที่จะสามารถส่งตรวจได้ ความสำเร็จนอกจากส่วนนี้ คือกระทรวงมหาดไทย เพราะเราจำเป็นต้องพึ่งพากฎหมายของสำนักงานทะเบียนราษฎร์ หรือสำนักงานเขตก็ตาม เป็นกลไกสำคัญทำให้เกิดการ์พิสูจน์สิทธิ จากนี้จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย มีนโยบายที่ช่วยอำนวยประชาขนไร้สิทธิ ให้เข้าถึงการพิสูจน์สิทธิ”

“ทาง พม. ก็สำคัญมาก แม้กระทั่งเก็บสิ่งส่งตรวจใกล้บ้าน บางเคสยังไม่มีค่าใช้จ่าย พม.จึงเข้ามาสนับสนุนเรื่องงบค่าเดินทาง ค่าใช้จ่าย เป็นส่วนสำคัญในการคืนสิทธิให้คนไทยได้อย่างภาคภูมิ เราจึงมาร่วมประกาศเจตนารมณ์ เพื่อร่วมคืนคนไทยที่ไม่มีสิทธิ สถานะต่อไป” ภญ.ยุพดีเผย

ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า แต่ก่อนเราใช้เวลาเป็น 10-20 ปีในการพิสูจน์สิทธิสถานะ เมื่อเกิดความร่วมมือของเอ็มโอยูรอบนี้แล้วพบว่ารวดเร็วขึ้น จากพิสูจน์สัญชาติ 10 ปี เหลือเพียงไม่เกิน 12 เดือน

“มีเคสที่ทำสำเร็จภายใน 4 เดือน 1 ปีก็มี คือความหมาย ความสำคัญของการใช้ชีวิตต่อไปของคนไทยไร้สิทธิ แต่ก่อนเรามักจะได้ยินกันเสมอ รอจนแก่ตาย อาจจะยังไม่ได้รับสิทธิที่ควรได้ แต่เมื่อได้รับความร่วมมือ ทำให้ที่ยาก เดินได้ง่ายและเร็วขึ้น ผลประโยชน์ตกอยู่กับประชาชน

บทบาทของ สสส. คือการสนับสนุนหน่วยงานทางวิชาการ และภาคประชาสังคม โดยเราได้สนับสนุนนักวิจัยจากสภาบันเอเชียศึกษา ขับเคลื่อนนโยบายให้มีน้ำหนัก ใช้ได้จริง และภาคประชาสังคมที่มีบทบาทเป็นหัวหอกในการเข้ามาร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ที่จะรุกเข้าหาเคสในพื้นที่ เพื่อบอกกล่าวเขาว่า ‘คุณมีสิทธิ’

การเดินไปบอกให้เขารับรู้ ทำให้เขาไม่ต้องกลัวหน่วยงานราชการ การเข้ามาติดต่อสำหรับบางคนอาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ภาคประชาสังคมเข้ามาช่วยเรื่องการติดต่อหน่วยงานจนจบเคส ฉะนั้น กระบวนการพิสูจน์ดีเอ็นเอใกล้บ้าน เรียกว่าทั้งลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา และความกลัว ของประชาชนในการเดินทางเข้ามาพิสูจน์สิทธิ” นางภรณีเผย

นางภรณีกล่าวต่อว่า ปัจจุบัน 20 โรงพยาบาลแล้ว และวันนี้เป็นการมอบประกาศ เพื่อมอบกำลังใจให้กับทางโรงพยาบาล โดยทาง สสส.เองขอร่วมประกาศเจตนารมณ์สนับสนุนให้คนไทย ไม่ไร้สิทธิอีกต่อไป

จากนั้น พ.ต.อ.ทวีเป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและเกียรติบัตรองค์กรและบุคคลดีเด่น, ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้สนับสนุนการดำเนินงานเครือข่ายการจัดเก็บสารพันธุกรรม จำนวน 9 หน่วยงาน (ตาม MOU) และประกาศเกียรติคุณองค์กรเครือข่ายการจัดเก็บสารพันธุกรรม จำนวน 22 องค์กร รางวัลองค์กรและบุคคลดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2567

ได้แก่ รางวัลองค์กรเครือข่ายผู้ให้บริการสูงสุด จำนวน 1 รางวัล, รางวัลเครือข่ายต้นแบบยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล, รางวัลบุคคลต้นแบบเครือข่าย (ภาครัฐ) 1 รางวัล, ด้านการสร้างและสามารถพัฒนาเครือข่ายการจัดเก็บสิ่งส่งตรวจ 1 รางวัล และรางวัลบุคคลต้นแบบเครือข่าย (ภาคประชาชน) 7 รางวัล

ต่อมา พ.ต.อ.ทวี ประธานในพิธีกล่าวมอบนโยบายและแสดงความยินดีกับผู้ได้รับรางวัล

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถ้าเป็นคนไทยจ่ายย้อนหลัง! ทึ่งผลลัพธ์ MOU ‘พิสูจน์DNAใกล้บ้าน’ ได้เลข 13 หลักใน 1 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...