โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ‘ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน’ 4 สัญญาณเตือน ต้องรีบพบแพทย์ด่วน!

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 15.37 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2567 เวลา 01.30 น. • The Bangkok Insight

รู้จัก "ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน" ภัยเงียบ ไร้สัญญาณเตือน อันตรายถึงชีวิต ถ้ามี 4 อาการเหล่านี้ ต้องรีบพบแพทย์ด่วน!

จากกรณีนักร้องลูกทุ่งต่างชาติหัวใจไทยโจนัส แอนเดอร์สัน เจ้าของเพลงฮิตอย่าง กวางขาวอยู่กลาง ที่มียอดคนฟังกว่า 30 ล้านวิวบนแอปพลิเคชั่น TikTok โดยรายการระบุว่า โจนัส เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันขณะวิ่งออกกำลังกายในหมู่บ้าน

จากคำให้สัมภาษณ์ของ โจนัส ที่เจ้าตัวบอกว่ามีอาการคล้ายคนจะเป็นลม แต่อาการไม่ดีขึ้นจึงเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งหลังจากทีมแพทย์ได้ทำการตรวจแล้วพบว่า โจนัส มีภาวะเส้นเลือดอุดตัน ต้องทำการผ่าตัดบอลลูนเป็นการด่วน เพราะหากปล่อยไว้นานกว่านี้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

thebangkokinsight จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นกับตัวเอง มีอาการไหนบ้างที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน หรือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน (Acute heart failure) คือภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้ตามความต้องการของร่างกาย ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ไม่พอเพียง และเลือดที่ไม่สามารถสูบฉีดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้ มีการคั่งกลับไปที่ปอด ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายและอาจมีความรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันอาจเกิดในผู้ที่มีความผิดปกติของหัวใจอยู่เดิม เช่น โรคหัวใจขาดเลือด หรือเกิดในผู้ที่ไม่เคยมีโรคหัวใจแต่มีโรคประจำตัวเรื้อรังที่ส่งผลต่อหัวใจ เช่น เบาหวาน ไทรอยด์เป็นพิษ เป็นต้น

อาการของภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

ผู้ที่มีภาวะหัวใจวายเฉียบพลันจะมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก โดยเฉพาะเมื่อออกแรงหรือเวลานอนราบ แน่นหน้าอก ไอ อาจมีอาการไอปนฟองสีขาวหรือชมพู ตัวบวม ขาและข้อเท้าบวม น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างรวดเร็ว เหนื่อยเพลีย อ่อนแรง ออกแรงได้น้อยลง บางรายอาจมีหัวใจเต้นผิดจังหวะ ใจสั่น หายใจมีเสียงวี๊ด หรือหมดสติ

อาการของภาวะหัวใจวายเฉียบพลันที่ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล

เป็นอาการที่แสดงออกถึงภาวะหัวใจวายเฉียบพลันที่มีความรุนแรง หรืออาจเป็นอาการแสดงของโรคอื่น ๆ ที่มีความรุนแรงถึงชีวิตได้เช่นเดียวกัน อาการดังกล่าว เช่น

  • เจ็บหน้าอก
  • เป็นลม หมดสติ หรือมีอาการเหนื่อยเพลียมาก
  • หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ ร่วมกับมีอาการหายใจหอบ เจ็บหน้าอก หรือหมดสติ
  • มีอาการหายใจไม่อิ่มที่เป็นขึ้นมาทันที หรือเป็นอย่างรุนแรง มีอาการไอมีเสมหะปนฟองสีชมพู

หากมีอาการต่าง ๆ ดังกล่าว ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการตรวจและรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

โรคและยาที่อาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

มีโรคทางกายหลายโรคที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ เช่น โรคไตเสื่อมหรือไตวายเรื้อรัง ลิ่มเลือดอุดตันในปอด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไทรอยด์เป็นพิษ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หลอดเลือดสมอง การติดเชื้อไวรัสที่มีผลต่อหัวใจ หรือความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจเดิม เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความผิดปกติของลิ้นหัวใจ เป็นต้น โดยก่อนจะมีอาการของภาวะหัวใจวายเฉียบพลันอาจมีอาการนำของโรคที่เป็นสาเหตุมาก่อนได้

ยาหรือสารที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เช่น ยาและสารเสพติดต่างๆ โดยเฉพาะโคเคน ยาบ้า ยาแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยารักษาเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ยาฆ่าเชื้อ ยาเคมีบำบัด ยารักษาโรคซึมเศร้าบางชนิด

ใครที่เสี่ยงต่อภาวะหัวใจวาย

  • ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่มีประวัติภาวะหัวใจวายในครอบครัว
  • ผู้ที่มีประวัติรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารที่ไขมันสูง สูบบุหรี่ ใช้ยาหรือสารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวด้านหัวใจและหลอดเลือด โรคปอดชนิดรุนแรง การติดเชื้อ เช่น เชื้อเอชไอวีหรือโควิด-19 หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

วิธีการรักษาภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

  • การรักษาทางการแพทย์ เช่น การให้ยาเพื่อขับน้ำและโซเดียมออกจากร่างกาย การให้ยาเพื่อทำให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น การให้ยาเพื่อลดอัตราการเต้นของหัวใจและเพิ่มการบีบตัวของหัวใจ การใส่เครื่องมือพิเศษ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ โดยขึ้นกับสาเหตุและอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

  • การรักษาโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังต่อไปนี้

  • ลดการรับประทานอาหารเค็ม อาหารที่มีไขมันสูง

    • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • เลิกสูบบุหรี่
    • เลิกหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ควบคุมสาเหตุอื่น ๆ ที่เป็นความเสี่ยง เช่น ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ หรือค่าความเข้มข้นของเลือดในผู้ที่มีโรคประจำตัว
    • การลดความเครียด
    • การส่งเสริมการนอนที่มีคุณภาพ

ผลการรักษาและการพยากรณ์โรค

  • สาเหตุและความรุนแรงของภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
  • ระยะเวลาตั้งแต่มีอาการจนกระทั่งไปพบแพทย์
  • สภาวะสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยและการตอบสนองต่อการรักษา
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังการรักษา

โดยทั่วไปหากผู้ป่วยไปพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรกของการมีอาการ และสามารถปฏิบัติตัว ปรับพฤติกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ มักทำให้มีผลการรักษาที่ดีกว่า ผู้ป่วยที่พบแพทย์เมื่อมีอาการมากแล้ว อาจมีความเสี่ยงถึงขั้นเสียชีวิตได้

วิธีการป้องกันภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

  • ปรับปรุงพฤติกรรมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงดังที่กล่าวมาแล้ว
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ
  • ผู้ที่มีประวัติในครอบครัวเป็นโรคหัวใจหรือมีความเสี่ยงอื่น ๆ อาจพิจารณาตรวจยีนโรคหัวใจเพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจเพื่อป้องกันภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

ภาวะหัวใจวายเฉียบพลันเป็นภาวะที่อันตราย การป้องกัน สังเกตตนเอง และพบแพทย์เมื่อมีอาการจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้

ขอบคุณข้อมูล : พญ.กานต์ชนา อัศวธิตานนท์ อนุสาขาอายุรศาสตร์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสมิติเวช

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...