'เศรษฐา' นำคณะเยือนศรีลังกา ชูแลนด์บริดจ์ -โลจิสติกส์ เปิดไฟลต์ กทม.- โคลัมโบ 'ภูมิธรรม' เซ็นเอฟทีเอ การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว
‘เศรษฐา’ นำคณะเยือนศรีลังกา ชูแลนด์บริดจ์ -โลจิสติกส์ เปิดไฟลต์ กทม.- โคลัมโบ ‘ภูมิธรรม’ เซ็นเอฟทีเอ การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย และคณะ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติบันดารานายาเก กรุงโคลัมโบ สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ ตามคำเชิญของนายรานิล วิกรมสิงเห (H.E. Mr. Ranil Wickremesinghe) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา
ต่อมาเวลา 13.20 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงโคลัมโบ ซึ่งช้ากว่าไทย 1 ชั่วโมง 30 นาที) นายกฯและคณะเดินทางถึงกรุงโคลัมโบ โดยมีนายทิเนศ คุณวรรเทนะ (H.E. Mr. Dinesh Gunawardena) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ให้การต้อนรับ จากนั้นเวลา 15.00 น. นายกฯเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่สำนักประธานาธิบดี และหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีศรีลังกา ก่อนเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ
จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่ห้อง Chamber Hall สำนักประธานาธิบดีศรีลังกา กรุงโคลัมโบ นายเศรษฐา นายกฯ เป็นสักขีพยานร่วมกับนายรานิล ประธานาธิบดีศรีลังกา ในการลงนาม 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ศรีลังกา โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย และนายกัจจกธุเค นลิน รุวันชีวะ เฟอร์นานโด (Hon. Kachchakaduge Nalin Ruwanjeewa Fernando) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การค้า และความมั่นคงทางอาหาร เป็นผู้ลงนามฝ่ายศรีลังกา 2.ร่างความตกลงว่าด้วยบริการเดินอากาศฉบับใหม่ระหว่างไทยและศรีลังกา ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อแทนที่และยกเลิกความตกลงฯ ฉบับที่ลงนามเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2493 โดยจะลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกด้านการค้า การบริการทางอากาศระหว่างทั้งสองประเทศ สิทธิทางการบิน ความปลอดภัย ศุลกากร ฯลฯ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และ 3.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กับ The Gem and Jewellery Research and Training Institute of Sri Lanka เพื่อความร่วมมือด้านการพัฒนาอัญมณีและส่งเสริมการค้าระหว่างทั้งสองประเทศ
หลังจากนั้น เวลา 16.20 น. ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันแถลงข่าว ที่ห้องโถง (Banquet Hall) โดยนายกฯ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานาธิบดีและรัฐบาลศรีลังกา โดยการหารือระหว่างกันวันนี้ ไทยและศรีลังกาต่างยืนยันความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและใกล้ชิดในทุกระดับ ไทยเชื่อว่าการลงนามเอฟทีเอจะกระตุ้นการค้าและการลงทุนให้มากขึ้น และการลงนาม MOU อีก 2 ฉบับ ทั้งด้านการบินและการพัฒนาอัญมณี จะช่วยส่งเสริมความเชื่อมโยง การท่องเที่ยว และการขนส่ง ในอนาคตด้านการลงทุน ไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเชื่อมโยงทะเลอันดามันกับอ่าวไทย โดยไทยและศรีลังกาสามารถร่วมมือกันในการเสริมสร้างความเชื่อมโยง และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ของไทย และท่าเรือโคลัมโบของศรีลังกา ด้านการท่องเที่ยว ไทยยินดีที่การบินไทยจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ระหว่างกรุงเทพฯ และโคลัมโบ ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2567 จะทำให้ทั้งสองประเทศใกล้ชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม ด้านการพัฒนา ไทยสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของศรีลังกา โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมและการประมง และขอชื่นชมการอำนวยความสะดวกของศรีลังกาในการส่งพลายศักดิ์สุรินทร์กลับประเทศ เพื่อรับการรักษาพยาบาลเมื่อปีที่แล้ว และขอบคุณการดูแลช้างไทยอีกสองเชือก ช้างนับเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพและความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างไทย-ศรีลังกา
ต่อมาที่โรงแรม The Kingsbury นายเศรษฐา นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงในงาน Sri Lanka-Thailand Business Networking มีนายรานิล วิกรมสิงเห ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตย ศรีลังกา เข้าร่วมงานด้วย นายกฯกล่าวว่า เชื่อมั่นในการเดินหน้าประเทศของศรีลังกา และมั่นใจว่าการที่บริษัทชั้นนำของไทยกว่า 20 แห่งร่วมเดินทางมาในครั้งนี้ และการลงนามเอฟทีเอไทย-ศรีลังกาสะท้อนถึงความรู้สึกเชื่อมั่นในศักยภาพระหว่างกันเช่นกัน ด้านการค้าระหว่างไทยและศรีลังกาเติบโตร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปี 2565 คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.4 และส่งออกจากศรีลังกาเพิ่มขึ้นร้อยละ 43 ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองประเทศสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นฐานความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชน โดยเฉพาะที่การบินไทยจะกลับมาให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ กรุงเทพฯ-โคลัมโบ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2567 ด้านการลงทุน มีบริษัทไทยจำนวนมากดำเนินธุรกิจในศรีลังกา โดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การผลิต และพลังงาน พร้อมสนับสนุนให้ใช้ประโยชน์จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังเติบโตของศรีลังกา และความได้เปรียบทางภาษีในตลาดต่างประเทศ และการเชื่อมโยงทางทะเล มีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียน ด้วยโครงการแลนด์บริดจ์ของไทยที่จะเชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย ด้วยสุภาษิตที่ว่าจงตีเหล็กขณะยังร้อน พร้อมสนับสนุนธุรกิจจากทั้งสองฝ่ายให้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเอฟทีเอที่ลงนามในวันนี้ และอวยพรให้งานในวันนี้ประสบความสำเร็จ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เศรษฐา’ นำคณะเยือนศรีลังกา ชูแลนด์บริดจ์ -โลจิสติกส์ เปิดไฟลต์ กทม.- โคลัมโบ ‘ภูมิธรรม’ เซ็นเอฟทีเอ การค้า-ลงทุน-ท่องเที่ยว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th