โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อัลตาย บายินดีร์ เปิดใจหลังสวมบทฮีโร่พา แมนยู บุกดับโทษ อาร์เซนอล

Khaosod

อัพเดต 13 ม.ค. 2568 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 13 ม.ค. 2568 เวลา 03.40 น.

อัลตาย บายินดีร์ ผู้รักษาประตูสำรอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจหลังสวมบทฮีโร่โชว์เซฟสำคัญหลายครั้งก่อนพา "ปีศาจแดง" บุกชนะจุดโทษ อาร์เซนอล ในฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบสาม โดยชี้มีความสุขกับผลงาน

โดย บายินดีร์ ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมเอฟเอ คัพ รอบสาม ที่พวกเขาบุกเยือน อาร์เซนอล ทีมร่วมศึกพรีเมียร์ลีกถึงสนาม เอมิเรสต์ สเตเดียม เมื่อวันที่ 12 ม.ค.

และนายด่านวัย 26 ปีก็เซฟสำคัญช่วย "ปีศาจแดง" ที่เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่นาที 61 หลายครั้งโดยเฉพาะการป้องกันลูกจุดโทษ 2 ครั้งจาก มาร์ติน โอเดการ์ด ในเวลาปกติ และไค ฮาเวิร์ตซ์ ในช่วงตัดสินผู้ชนะหลังเสมอกันในเวลาปกติ และต่อเวลาพิเศษ 1-1

Manchester United's goalkeeper Altay Bayindir celebrates after winning the English FA Cup soccer match between Arsenal and Manchester United at the Emirates stadium in London, Sunday, Jan. 12, 2025. (AP Photo/Kin Cheung)

ก่อนสุดท้าย "ปีศาจแดง" ชนะการดวลจุดโทษ 5-3 ผ่านเข้าสู่รอบไปพบกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกหนึ่งทีมจากพรีเมียร์ลีกต่อไป

หลังการแข่งขัน บายินดีร์ ซึ่งได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้กล่าวถึงความรู้สึกว่า “ผมอยากทำให้ทุกคนมีความสุขเพื่อสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผมทำงานที่นี่ทุกวัน ถ้าคุณไม่ได้ลงเล่น มันก็ไม่สำคัญ คุณต้องพร้อมทุกนาที ทุกวินาที หากคุณเป็นผู้เล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด คุณต้องพร้อมเสมอ”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อัลตาย บายินดีร์ เปิดใจหลังสวมบทฮีโร่พา แมนยู บุกดับโทษ อาร์เซนอล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...