Aion UT ว่าที่น้องใหม่ในไทย คาดการณ์ไม่เกิน 5 แสนบาท
ในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2025 นี้ ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยกำลังจะมีการเปิดตัว Aion UT รถยนต์แฮทช์แบคไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย GAC Aion ซึ่งเป็นการเปิดตัวสเปคพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก
Aion UT เปิดตัวครั้งแรกในงาน Guangzhou Auto Show 2024 ที่ประเทศจีน โดยถูกวางตำแหน่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมในกลุ่ม B-Segment Hatchback การออกแบบภายนอกเน้นความโฉบเฉี่ยว และทันสมัยด้วยเส้นสายที่โค้งมน ไฟหน้าทรงรีโดดเด่นสวยงาม และไฟท้ายรูปตัว C แบบมินิมอล
Aion UT ถูกพัฒนาขึ้นบนพแลทฟอร์ม GEP 2.0 ซึ่งเป็นพแลทฟอร์มที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของ GAC Aion จุดเด่นของพแลทฟอร์มนี้ คือการจัดวางแบทเตอรีใต้พื้นรถเพื่อให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคง และความปลอดภัยขณะขับขี่ พแลทฟอร์มนี้ ยังถูกใช้งานร่วมกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ของ GAC Aion เช่น Aion Y Plus และ Aion VII ทำให้ GAC สามารถลดต้นทุนการพัฒนา และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ได้
Aion UT มีความยาว 4,270 มม. ความกว้าง 1,850 มม. ความสูง 1,575 มม. และระยะฐานล้อ 2,750 มม. ในตลาดประเทศไทย Aion UT จะต้องเผชิญกับการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกันเช่น BYD Dolphin และ MG 4 EV โดย BYD Dolphin มีขนาดตัวถังยาว 4,290 มม. กว้าง 1,770 มม. สูง 1,570 มม. และฐานล้อยาว 2,700 มม. และ MG 4 EV มีขนาดตัวถังยาว 4,287 มม. กว้าง 1,836 มม. สูง 1,504 มม. และฐานล้อยาว 2,705 มม.
Aion UT ได้รับการออกแบบโดยทีมงานดีไซจ์นเนอร์ของ GAC Aion ภายใต้แนวคิด “Dynamic Minimalism” ซึ่งเป็นการผสมผสานเส้นสายที่ลื่นไหล เข้ากับรายละเอียดที่เรียบง่าย และทันสมัย เช่น ไฟหน้าแบบ LED ดีไซจ์นทรงเฉียบคม ที่เชื่อมต่อกันด้วยแถบไฟ DRL ซึ่งให้ภาพลักษณ์ที่ล้ำสมัย และสะท้อนถึงความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต
ด้านหลังมาพร้อมไฟท้ายรูปตัว C ที่ช่วยเสริมความโดดเด่น โดยการออกแบบเน้นให้รถดูมีมิติ และสปอร์ทในเวลาเดียวกัน ตัวรถใช้สีแบบทูโทนเพื่อเน้นความทันสมัย เช่น หลังคาสีดำตัดกับตัวถังสีพาสเทลหรือสีเมทัลลิกำลัง
ภายในของ Aion UT มาพร้อมหน้าจอกลางขนาด 14.6 นิ้ว แผงหน้าปัดสำหรับคนขับขนาด 8.8 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์รองรับทั้ง HiCar, CarLink และ CarPlay มีผู้ช่วยเสียง AI ที่ช่วยให้ผู้ใช้ปรับการนำทาง ปรับที่นั่ง และระบบควบคุมสภาพอากาศด้วยเสียง เบาะนั่งแถวที่ 2 ของ Aion UT มีที่รองศีรษะสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60/40 เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีความจุสูงสุดถึง 1,600 ลิตร เมื่อพับเบาะ
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน Aion UT ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 134 แรงม้า ให้แรงบิดสูงสุด 200 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลา 9 วินาที ซึ่งแม้จะไม่ได้เร็วที่สุดในตลาด แต่ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานในเมือง และพบว่า Aion UT มีตัวเลือกแบทเตอรีขนาด 44.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง เท่านั้น ซึ่งให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 420 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC
ก่อนหน้านี้มีข้อมูลออกมาว่า Aion UT จะใช้แบทเตอรีขนาด 60 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทาง 600 กิโลเมตร อาจเป็นการคาดการณ์หรือข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ข้อมูลที่ถูกต้อง และยืนยันได้ในปัจจุบันคือ Aion UT มาพร้อมกับแบทเตอรีขนาด 44.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว DC ที่สามารถชาร์จจาก 20-80% ในเวลา 30 นาที
Aion UT ติดตั้งระบบความปลอดภัยแบบเต็มรูปแบบ เช่น ระบบเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) พร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่ระดับ 2+ เช่น ระบบช่วยรักษาช่องทางจราจร (LKA) นอกจากนี้ ระบบ AI อัจฉริยะของ GAC Aion Smart OS ยังสามารถเรียนรู้พฤติกรรมของผู้ขับขี่ และปรับการตั้งค่าต่างๆ เช่น อุณหภูมิ หรือตำแหน่งเบาะให้เหมาะสมที่สุด
Aion UT ใช้มอเตอร์กำลัง 134 แรงม้า ขนาด 44.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 420 กิโลเมตร คาดการณ์ราคาเริ่มต้นในประเทศไทยไม่เกิน 500,000 บาท ชูจุดเด่นเรื่องราคาที่คุ้มค่า และความสดใหม่ในตลาด
หากเทียบกำลังของคู่แข่งอย่าง BYD Dolphin ที่มีมอเตอร์กำลัง 130 แรงม้า แบทเตอรี่ 44.9 kWh วิ่งได้ 401 กม. (CLTC) และมีราคาเริ่มต้นในไทยประมาณ 5 แสนกว่าบาท ก็นับว่าใกล้เคียงกัน และหากเทียบกับคู่แข่งอย่าง MG 4 EV ที่มีมอเตอร์กำลัง 170 แรงม้า แบทเตอรี 51 kWh วิ่งได้ 425 กม. (WLTP) ขับเคลื่อนล้อหลัง และราคาเริ่มต้นในไทยประมาณ 5 แสนกว่าบาทเช่นกัน ก็พบว่ากำลัง และสมรรถนะอาจเป็นรองอยู่บ้าง แต่ก็ยังอยู่ในกลุ่มใกล้เคียงกัน
ส่วนเรื่องราคา Aion UT มีราคาวางจำหน่ายในประเทศจีน เริ่มต้น 89,800 หยวน หรือประมาณ 424,000 บาท เปิดราคาต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง BYD Dolphin 10,000 หยวน หรือประมาณ 47,000 บาท
Aion UT นับว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มาเจาะกลุ่มรถขนาดเล็ก แต่มีสมรรถนะที่ดี และมีระยะทางที่วิ่งได้พอสมควร ตอบโจทย์การใช้งานประจำวัน ด้วยราคาที่คาดการ์ณไม่เกิน 500,000 บาท จึงทำให้ Aion UT มีศักยภาพในการเป็นตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมในประเทศไทยได้ไม่ยาก