โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยวันนี้ ปรับขึ้นต่อในกรอบ 1,350-1,380 จุด หลัง “ทรัมป์” ไม่แข็งกร้าวทำเทรดวอร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 10.07 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 02.30 น.

หุ้นไทยวันนี้ 22 ม.ค. นักวิเคราะห์คาดดีดขึ้นต่อในกรอบ 1,350-1,380 จุด หลังคลายความกังวลระยะสั้นนโยบายกำแพงภาษี "ทรัมป์" ไม่ได้มีท่าทีรุนแรง ดันบอนด์ยีลด์และดอลลาร์อ่อนตัวหนุนสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ราคาหุ้นไทยลงมาระดับที่ valuation ไม่แพงและความเชื่อมั่นน่าจะเป็นภาพค่อยๆ ฟื้นกลับขึ้นมา

วันที่ 22 มกราคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET ยังได้แรงหนุนจากเงินบาทที่แข็งค่า เป็นบวกต่อ Fund Flow อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามถึงนโยบายต่างๆ ของทรัมป์ ซึ่งคาดทำให้ตลาดมีความผันผวน ทำให้มองกรอบบนยังถูกจำกัดที่แนวต้าน 1,360-1,365 จุด ส่วนกรอบล่างมีแนวรับ 1,345 และจุดติดตามบริเวณ 1,340 จุด หากต่ำกว่ากลับมาเป็นสัญญาณลบ

ช่วงสั้นมอง SET มีแนวโน้มฟื้นตัวในกรอบแคบ โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1,400 จุด ทั้งนี้แม้มองปัจจัยภายนอกจากภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มดอกเบี้ยมีท่าทีดีขึ้น รวมถึงผลประกอบการ 4Q67 ของ บจ. ในสหรัฐฯ มีแนวโน้มออกมาแข็งแกร่ง และท่าทีของว่าที่ปธน. สหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ต่อการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอย่างค่อยเป็นค่อยไปยังทำให้ตลาดคลายกังวลได้ในระดับนึง

แต่อย่างไรก็ดี ปัจจัยภายในประเทศ (นอกเหนือจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ) ยังมีแนวโน้มเปราะบางจากการขาดความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ทำให้ตลาดหุ้นไทยอาจฟื้นตัวได้ช้ากว่าตลาดหุ้นในต่างประเทศ

อีกทั้งกระแสเงินของนักลงทุนต่างชาติยังไม่มีสัญญาณกลับมาซื้อหุ้นไทยอย่างมีนัยฯ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้น่าจะปรับตัวขึ้นไปต่อได้ โดยเฉพาะจากปัจจัยต่างประเทศ นักลงทุนคลายความกังวลระยะสั้นนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ มีท่าทีที่รุนแรงน้อยกว่าที่เคยกังวลการตั้งกำแพงภาษี

เบื้องต้นยังไม่ได้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน แต่หันไปโฟกัสที่แคนาดาและเม็กซิโก 25% ตั้งแต่ 1 ก.พ. ส่งผลให้ภาพรวมตลาดยังมีโมเมนตัมของการผ่อนคลาย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (บอนด์ยีลด์) ย่อตัวลง และค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ช่วยหนุนสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสในการปรับตัวขึ้น

สำหรับการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานแห่งชาติเพื่อเพิ่มการผลิตน้ำมันของทรัมป์ ระยะสั้นทำให้ราคาน้ำมันและราคาก๊าซธรรมชาติลดลงกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็น sentiment บวกให้กับกลุ่มที่มีต้นทุนด้านพลังงานสูง โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้า

ขณะที่ในประเทศ ราคาหุ้นไทยปรับตัวลงมาระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ Valuation ไม่แพง และความเชื่อมั่นจะเป็นภาพของการค่อย ๆ ฟื้นกลับขึ้นมา โดยปัจจัยบวกสำคัญ คือ รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง อาทิ โครงการ Easy E-receipt

นอกจากนี้ วานนี้มีการเปิดเผยตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-19 ม.ค. 68 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ขยายตัวได้ดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมทั้งให้กรอบแนวรับ 1,350 จุด และแนวต้าน 1,380 จุด

บล.กรุงศรี คาด หุ้นไทยวันนี้ “Sideways/Up” แนวต้าน 1,358/1,363 จุด แนวรับ 1,344/1,340 จุด หนุนหลักจากการขับเคลื่อนนโยบายสงครามการค้า Trump 2.0 เน้นไปที่แคนาดาและเม็กซิโก จะขึ้นภาษีนำเข้า 25% ส่วนจีน 10% มีผล 1 ก.พ. ค่อยเป็นค่อยไปกว่าตลาดคาด

ขณะที่การปรับใช้มีโอกาสล่าช้ากว่าแผน โดยเฉพาะแคนาดาที่มีข้อตกลง Free Trade ระหว่างกัน ลดความกังวลผลกระทบเศรษฐกิจสหรัฐฯ+โลก และความกังวลตลาดต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ ผสาน 24 ม.ค. ตลาดคาด BOJ จะปรับเพิ่มดอกเบี้ยนโยบาย

ประเมินโมเมนตัมดังกล่าวหนุน SET แกว่งขึ้นได้ หุ้นนำคือ หุ้นที่ยังอยู่ในโซนฐาน และอยู่ในธีมเศรษฐกิจภายในเป็นบวก (ท่องเที่ยว ธนาคาร ค้าปลีก สื่อสาร) ได้ประโยชน์เงินบาทแข็งค่า และแรงหนุน Bond Yield คาดคลายลงต่อเนื่อง วันนี้แนะนำ CPALL, AAV, MALEE (ราคาน้ำตาล YTD -7.8%) เด่น

บล.พาย ประเมิน SET INDEX วันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,345 – 1,365 แม้มีข่าวออกมาว่าโดนัล ทรัมป์เตรียมพิจารณาขึ้นภาษีจากจีน 10% ในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาประเทศไทยแต่ตลาดหุ้นทั่วโลกยังดูไม่วิตกกังวลมากเท่าใดพร้อมกับเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง จึงไม่น่าจะสร้างแรงกดดันอย่างมีนัยยะต่อตลาดหุ้น

ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน SET อาจปรับขึ้นมาบ้างแต่ยังเป็นระดับที่ไม่แพง ยังแนะทยอยสะสมได้เช่นเดิมเน้นที่หุ้นปรับลงมาลึกแต่ปัจจัยพื้นฐานยังดี อาทิ ค้าปลีก (BJC CPALL CPAXT HMPRO) ท่องเที่ยว (AOT CENTEL MINT) ศูนย์การค้า (CPN) ส่งออก (ITC TU)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...