โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กีฬา

มาร์คัส แรชฟอร์ด - แมนยู กับการแยกทางที่แสนเจ็บปวด

Khaosod

อัพเดต 03 ก.พ. 2568 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. 2568 เวลา 12.51 น.

มาร์คัส แรชฟอร์ด แนวรุกชาวอังกฤษร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่อายุ 7 ปี โดยหลังจากผ่าน 20 ปี 426 นัด 138 ประตู และ 5 แชมป์กับสโมสร แรชฟอร์ด ได้ย้ายไปเล่นให้กับ แอสตัน วิลลา แบบยืมตัวจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้

แน่นอนว่านี่เป็นความรู้สึกแปลกของแฟนบอล "'ปีศาจแดง" ทั่วโลกที่เห็น แรชฟอร์ด เด็กหนุ่มที่เติบโตในย่านไวเทนชอว์เมืองแมนเชสเตอร์ และเด็กปั้นของสโมสรต้องสวมเสื้อทีมอื่น

โดยย้อนไปเมื่อเดือน พ.ย. 2024 เหตุการณ์ดังกล่าวดูไม่น่าเกิดขึ้นได้แต่เพราะเหตุใด แรชฟอร์ด กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเดินมาถึงจุดนี้?

รูเบน อโมริม เฮดโค้ช แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามตอบโต้ความคิดเห็นที่ว่าเขาต้องการปล่อย แรชฟอร์ด ออกจากทีมผ่านสื่อ

แต่แหล่งข่าวภายในของทีมเชื่อว่า อโมริม รู้สึกว่า มันจะดีกว่าทุกฝ่ายหากกองหน้าคนนี้ไม่อยู่กับทีมอีกต่อไป

สิ่งที่ยากในการระบุคือเหตุผลที่ชัดเจนว่าทำไม อโมริม ถึงเต็มใจปล่อย แรชฟอร์ด ออกจากทีม

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ อโมริม ดร็อป แรชฟอร์ด ออกจากทีมในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม

Manchester United manager Ruben Amorim with Marcus Rashford, right, during a training session at Carrington Training Centre, Manchester, England, Wednesday Nov. 27, 2024. (Martin Rickett/PA via AP)

3 วันก่อนหน้านั้น แรชฟอร์ด ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 11 ของครึ่งหลังเกมยูโรปา ลีก ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลัง วิกตอเรีย พัลเซน จากสาธารณรัฐเช็ก 0-1 ก่อนที่ ราสมุส ฮอยลุนด์ ซึ่งถูกเปลี่ยนลงมาแทนจะทำสองประตูช่วยพลิกเกมให้ทีมชนะ 2-1

หลังจากนั้น แรชฟอร์ด ถูกตัดออกจากทีม 11 นัดจาก 12 นัดที่ผ่านมา

ครั้งเดียวที่เขาได้อยู่ในทีมคือเกมพ่าย นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-2 คาบ้านเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม

เมื่อเขาต้องพูดถึงประเด็นนี้อีกครั้งก่อนเกมยูโรปา ลีก กับ เอฟซีเอสบี จากโรมาเนียเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว อโมริมดูเหมือนจะเริ่มรู้สึกหงุดหงิด

ไม่มีข้อสงสัยว่าเขาใช้สถานการณ์ของ แรชฟอร์ด เป็นการทดสอบอำนาจของตัวเอง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตนายใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะเห็นด้วยกับวิธีนี้

"ถ้าผู้จัดการทีมไม่มีอำนาจ เขาจะอยู่ในตำแหน่งนั้นไม่นาน" เซอร์อเล็กซ์กล่าวไว้ในกรณีศึกษาให้กับฮาร์วาร์ด บิสซิเนส สคูลที่ตีพิมพ์หลังจากเขาลาออกในปี 2013

"คุณต้องทำให้ตัวเองอยู่ในตำแหน่งที่ควบคุมทุกสิ่งได้ ผู้เล่นต้องรับรู้ว่าผู้จัดการทีมมีสถานะที่ควบคุมเหตุการณ์ได้"

อโมริม ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ในลักษณะเดียวกัน

"คุณ (สื่อ) อยากให้เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว ผมไม่มีอะไรส่วนตัวกับ มาร์คัส แต่ผมต้องทำกฎเดียวกันสำหรับทุกคน"

มันเป็นข้อความที่คล้ายกับที่เขาบอกก่อนเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ที่ แรชฟอร์ด และอเลฮานโดร การ์นาโช ไม่มีชื่อในทีมทั้งตัวจริง และสำรอง

"มันสำคัญมากในเรื่องของการฝึกซ้อม, การแสดงในเกม, การแต่งตัว, การกิน, การมีส่วนร่วมกับเพื่อนร่วมทีม, การผลักดันเพื่อนร่วมทีม ทุกอย่างสำคัญในการเริ่มต้นบางสิ่งเมื่อเราต้องการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง" อโมริมกล่าว

"มันคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เมื่อคนในสโมสรของเรากำลังจะสูญเสียงาน เราต้องตั้งมาตรฐานให้สูง"

ด้าน แรชฟอร์ด รู้สึก "หงุดหงิดที่ถูกผลักออกจากทีม" ซึ่งเขาตอบกลับสถานการณ์ของตัวเองโดยการพูดถึงความพร้อมสำหรับ "ความท้าทายใหม่" ในการเยี่ยมโรงเรียนเก่าของเขาที่ถูกตีความว่า แรชฟอร์ด ต้องการย้ายออกจากทีม แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดกับนักเตะอธิบายว่า เขากำลังพูดถึงความรู้สึกทั่วไปของความหงุดหงิดมากกว่าแค่ต้องการย้ายทีม

Soccer Football - Premier League - Manchester United v Newcastle United - Old Trafford, Manchester, Britain - December 30, 2024 Manchester United's Marcus Rashford looks dejected after the match REUTERS/Phil Noble EDITORIAL USE ONLY.

แหล่งข่าวระบุว่า แรชฟอร์ด รู้สึกว่าเขากำลังถูกผลักออกจากสโมสรที่เขายังผูกพันมากกว่าใครๆ ที่อยู่ในทีม

นอกจากนั้นแหล่งข่าวจากยังสโมสรกล่าวว่า แรชฟอร์ด มีการฝึกซ้อมที่ดี ต่างจาก เจดอน ซานโช ที่มีปัญหากับ อีริก เทน ฮาก อดีตผู้จัดการทีมเกี่ยวกับมาตรฐานการฝึกซ้อม

แรชฟอร์ด อาจจะไม่ใช่คนที่มีท่าทางในแง่ดีเสมอไป แต่นักข่าวหลายคนสังเกตเห็นว่าเขามีความสุขในการฝึกซ้อมในช่วงที่ผ่านมา

ในการฝึกซ้อมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเกมยูโรปา ลีกกับ เรนเจอร์ส และเอฟซีเอสบี แรชฟอร์ด ดูมีชีวิตชีวา และอารมณ์ดี

เมื่อ อโมริม "วิ่งฝ่า" ผู้เล่นในทีมเพื่อฉลองวันเกิดครบรอบ 40 ปีของเขา แรชฟอร์ด เป็นหนึ่งในคนที่ยิ้ม และยืนอยู่ในแถว

ผู้จัดการหลายคนรู้สึกว่า เขาไม่ได้แสดงผลงานที่ดีที่สุดจากความเร็วที่ยอดเยี่ยม สมดุลที่ดี และความสามารถในการทำประตู

ในฤดูกาล 2022-23 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของ เทน ฮาก นั้น แรชฟอร์ด ทำผลงานได้ดี โดยไปฝึกซ้อมที่สหรัฐฯ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นฤดูกาล ผลลัพธ์คือการทำประตูสูงสุดในอาชีพ 30 ประตู ซึ่งเป็นอัตราการทำประตูที่ไม่มีใครในทีมสามารถทำได้

แต่ผลลัพธ์ดังกล่าวอาจจะไม่ใช่ตัวบ่งชี้ถึงพรสวรรค์ของ แรชฟอร์ด ทว่าเป็นแค่ข้อยกเว้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา

ในฤดูกาลก่อน แรชฟอร์ด ทำได้เพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 28 นัด และนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2023 เขาทำได้ 15 ประตู ซึ่งการตกลงของฟอร์มของเขานั้นก็สร้างความกังวลไม่น้อย

แม้ว่าจะไม่ได้ลงเล่นใน 11 เกมที่ผ่านมา แรชฟอร์ด ยังคงเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูสูงสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ โดยทำได้ 7 ประตูเท่ากับ ราสมุส ฮอยลุนด์ ที่ลงเล่นมากกว่าเขาหลายเกม

นักเตะทำประตูมากที่สุดในทีมคือ อาหมัด ดิอัลโล (6), บรูโน แฟร์นานเดส (5) และฮอยลุนด์ (4)

มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่ชี้ว่าการปล่อยตัว แรชฟอร์ด ส่วนหนึ่งนั้นเป็นเรื่องของ "การเงิน"

สำหรับ แรชฟอร์ด เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีค่าเหนื่อยสูงสุดในทีม เช่นเดียวกับ คาเซมิโร ซึ่งไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามเช่นกัน และส่งผลกระทบให้ "ปีศาจแดง" ยังไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายในตลาดนักเตะได้ดีพอ

ทำให้จนกว่าจะปล่อยตัวทั้ง แรชฟอร์ด และคาเซมิโร การควบคุมการใช้จ่ายในตลาดก็จะยากขึ้น

Soccer Football - Premier League - Manchester United v Nottingham Forest - Old Trafford, Manchester, Britain - December 7, 2024 Manchester United's Marcus Rashford REUTERS/Scott Heppell EDITORIAL USE ONLY.

เมื่อ แรชฟอร์ด ออกไปจากไปอยู่ แอสตัน วิลลา ก็ถือเป็นเรื่องดีของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วย เนื่องจากสามารถประหยัดเรื่องค่าเหนื่อยไปถึง 75% จาก 375,000 ปอนด์จนกระทั่งจบฤดูกาลนี้

เดิมทีความฝันอันยิ่งใหญ่สุดของ แรชฟอร์ด คือการย้ายไป บาร์เซโลนา แม้เขาจะได้รับความสนใจจากหลายทีมยุโรปก่อนหน้านี้ทั้ง โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์, เอซี มิลาน และยูเวนตุส แต่ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องขายนักเตะออกก่อนจึงจะมีความเป็นไปได้

ดังนั้น แอสตัน วิลลา ที่ได้รับการเสริมกำลังทางการเงินจากการขาย จอน ดูราน ไป อัล นาสเซอร์ ด้วยมูลค่า 7 1 ล้านปอนด์จึงยื่นข้อเสนอมา

การย้ายทีมนี้มีเหตุผลหลายประการ วิลลา มีอันดับในตารางคะแนนสูงกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ และพวกเขามีโอกาสไปเล่นในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และกำลังมุ่งมั่นเพื่อทำผลงานในกลุ่มท็อปไฟว์

อูไน เอเมรี เฮดโค้ช "สิงห์ผงาด" เป็นจุดขายใหญ่ในการย้ายทีมครั้งนี้ เพราะเขาต้องการนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองหน้า และปีก ถึงแม้ว่าเขาจะชอบเล่นทางซ้ายมากกว่า แต่ แรชฟอร์ด ก็ประจำการในตำแหน่งที่ เอเมรี ต้องการได้

ดังนั้น แรชฟอร์ด ซึ่งที่เป็นแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด มาแต่เด็กจะได้สวมเสื้อทีม วิลลา อย่างน้อยจนถึงสิ้นฤดูกาลนี้

สำหรับ อโมริม เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องตอบคำถามเกี่ยวกับผู้เล่นที่อยู่กับสโมสรอื่นอีกต่อไป

ถึงกระนั้นเฮดโค้ชชาวโปรตุกีสรายนี้ต้องสร้างผลงานที่ดีกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยตัวเอง หากเขาไม่ทำ และ แรชฟอร์ด ทำได้ดี เขาจะอยู่ในตำแหน่งที่ลำบากมาก…

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มาร์คัส แรชฟอร์ด - แมนยู กับการแยกทางที่แสนเจ็บปวด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...