โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘รังสิมันต์ โรม’ เฮ! ศาลแพ่งยกฟ้องคดีหมิ่น อดีต สว.อุปกิต

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 03.39 น. • The Bangkok Insight

"รังสิมันต์ โรม" เฮ! ศาลแพ่งยกฟ้องคดีหมิ่น อดีต สว.อุปกิต ศาลชี้กระทำตามหน้าที่

วันที่ 23 ธันวาคม 2567 ที่ศาลแพ่งนัด ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ พ 5365/2566 ที่นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นจำเลย เรื่องละเมิดเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท โดยโจทก์ฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊กผ่านบัญชีของจำเลย กล่าวหาว่าโจทก์เป็นผู้สมคบค้ายาเสพติดและขณะนี้พ้นสมัยประชุมวุฒิสภาแล้ว ไม่ทราบว่าโจทก์เดินทางไป รับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนแล้วหรือยัง

การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจกล่าวหาโจทก์ในลักษณะใส่ความด้วยข้อความเท็จซึ่งผิดต่อกฎหมายว่าโจทก์เป็นผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ระบาดในสังคม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ทำให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากบุคคลที่ได้ฟังคำกล่าวหาของจำเลยและเชื่อในสิ่งที่จำเลยพูดและเขียนว่าเป็นความจริง จำเลยจงใจกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยผิดกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นเงิน 20 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยกระทำไปในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ การทำงานของนักการเมืองและหน่วยงานราชการโดยมีเจตนาสุจริตและเพื่อประโยชน์สาธารณะไม่ได้กระทำละเมิด จึงไม่ต้อง รับผิด ขอให้ยกฟ้อง

ศาลกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่และการกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่

ศาลสืบพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว คดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา ศาลมีคำพิพากษาโดยสรุปได้ว่า เห็นว่า ในประเด็นแรก ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าคำฟ้องโจทก์มีรายละเอียดครบถ้วน โดยระบุข้อกล่าวหาว่าจำเลยเผยแพร่ข้อความและกระทำการใดที่ส่งผลต่อโจทก์อย่างไรพร้อมแนบหลักฐานชัดเจน เช่น บันทึกถ้อยคำและโพสต์ในสื่อออนไลน์ คำฟ้องจึงไม่เคลือบคลุม

ในประเด็นที่ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้ว่า จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และโพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยอ้างข้อมูลจากเจ้าพนักงานตำรวจและเอกสารที่ชี้ว่าโจทก์มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และโจทก์ถูกแจ้งข้อหาในคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดี และจำเลย จะยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แล้วถือว่าจำเลย เชื่อโดยมีมูลอันควรเชื่อว่าเป็นความจริง

เนื่องจากมีการดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ตามที่จำเลยได้พูดจริง และโจทก์เองก็ยอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าว ประกอบกับโจทก์ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ในสายตาของสาธารณะ การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานโดยสุจริตย่อมเป็นเรื่องที่ประชาชนทั่วไปสามารถกระทำได้ จำเลยกระทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีสิทธิตรวจสอบการทำงานของสมาชิกวุฒิสภาและวิพากษ์วิจารณ์เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน จำเลยจึงมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยกระทำการโดยไม่สุจริตหรือมีเจตนาชั่วร้ายประกอบกับข้อความที่จำเลยกล่าวและเผยแพร่มีมูลความจริงและสอดคล้องกับหลักฐานในคดีอาญาที่เกี่ยวข้อง

โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งหรือใส่ร้ายโจทก์โดยไม่มีมูล การกระทำของจำเลยจึงเป็นการทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพึงกระทำ และจำเลยกระทำไปด้วยความสุจริต มิใช่กระทำในเรื่องส่วนตัว การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์จึงไม่อาจเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

พิพากษายกฟ้อง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...