โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จีน-เวียดนาม” บุกปลูกทุเรียนในลาว สัมปทานแสนไร่ เริ่มขายปี’68

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ธ.ค. 2567 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2567 เวลา 02.14 น.
จตุรงค์ บุนนาค

ตะลึง ! จีน-เวียดนาม-มาเลย์ แห่ขอสัมปทานปลูกทุเรียนในลาว กินพื้นที่กว่า 1.25 แสนไร่แล้ว ทั้ง “สามเหลี่ยมทองคำ-จำปาสัก” ทูตพาณิชย์เผยส่วนใหญ่หมอนทอง คาดผลผลิตเริ่มออกสู่ตลาดปี’68 ห่วงอีก 5-6 ปีกระทบส่งออกทุเรียนไทย แถมได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ เอกชนชี้ต้องเร่งยกระดับทำทุเรียนพรีเมี่ยม เสี่ยงเสียแชมป์ส่งออกไปจีน

ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว มีการให้สัมปทานพื้นที่สำหรับปลูกทุเรียนแก่บริษัทต่างชาติมาแล้วหลายปี เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ซึ่งในช่วงปี 2564-2569 รัฐบาลลาวกำหนดเป้าหมายการส่งออกสินค้าเกษตร 9 ชนิดไปยังจีน ตั้งเป้ามูลค่ารวมประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบด้วย น้ำตาล เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วเหลือง มันสำปะหลัง กล้วย มะม่วง ถั่วลิสง เนื้อโคแช่แข็งและตากแห้ง และทุเรียน

ตามข้อมูลที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เวียงจันทน์ สปป.ลาว รายงานเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 ระบุว่า ในการประชุมหารือระหว่างสมาคมธุรกิจการเกษตรลาว จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ณ สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว

นายเอลาวัลย์ ลาดปากดี ตัวแทนสมาคมปลูกทุเรียนลาวกล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกในสมาคมแล้ว 170 แห่ง มีพื้นที่รวม 20,000 เฮกตาร์ (125,000 ไร่) ในจำนวนนี้มีต้นที่เก็บเกี่ยวไปแล้วกว่า 10,000 ต้น มีผลผลิตประมาณ 900 ตัน เป้าหมายการผลิตในปี 2572 คือการเก็บเกี่ยวประมาณ 270,000 ต้น โดยคาดว่าจะเก็บเกี่ยวได้ 24,300 ตัน มูลค่า 155.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนบริษัทจีนที่ได้สัมปทานพื้นที่ขนาดใหญ่สำหรับปลูกทุเรียนในลาวคือ เจียรุ่น (Jiarun) บริษัทก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ได้สัมปทานพื้นที่ 5,000 เฮกตาร์ (31,250 ไร่) ในแขวงอัตตะปือ ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นทรัลพาร์กในนครนิวยอร์กถึง 15 เท่า

จากข้อมูลสมาคมตลาดสินค้าเกษตรจีน (CAWA) ระบุว่า ปัจจุบันจีนเป็นผู้นำเข้าทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของโลก การบริโภคทุเรียนของจีนในปี 2566 คิดเป็น 91% ของการบริโภคทุเรียนทั้งหมดของโลก การนำเข้าทุเรียนของจีนเพิ่มขึ้นจาก 430,000 ตัน และมูลค่าการนำเข้า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561 เป็น 1.42 ล้านตัน และมูลค่าการนำเข้า 6,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566

สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2567 จีนนำเข้าทุเรียนสด 1.38 ล้านตัน มูลค่าการนำเข้า 6,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.2% และ 5.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) ตามลำดับ และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แบ่งเป็นนำเข้าทุเรียนจากเวียดนามเกือบ 618,000 ตัน คิดเป็นมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 2,450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 72.2% และ 57.3% (YOY) ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วน 44% ของการนำเข้าทุเรียนทั้งหมดของจีน

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเป็นซัพพลายเออร์ทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของจีน โดยช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ จีนมีปริมาณการนำเข้าจากไทยเกือบ 755,000 ตัน มูลค่าการนำเข้า 3,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่การนำเข้าจากไทยลดลงทั้งในแง่ปริมาณและมูลค่า -14.1% และ -13.3% (YOY) ตามลำดับ

ปลูกแบบสัมปทานเน้นหมอนทอง

นายกวิน วิริยพานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเวียงจันทน์ สปป.ลาว (ทูตพาณิชย์) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางสำนักงานติดตามการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนจากต่างประเทศใน สปป.ลาว โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มสินค้าเกษตรตั้งแต่ปี 2564

โดยในช่วงเวลานั้นมีนักลงทุนจากประเทศจีน เวียดนาม รวมไปถึงมาเลเซียเข้ามาลงทุนปลูกทุเรียนใน สปป.ลาว ส่วนใหญ่เป็นการเข้ามาขอสัมปทานจากรัฐบาลและขอสัมปทานจากแขวงต่าง ๆ ใน สปป.ลาว ซึ่งมีทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้กระจายไปทั่วประเทศ คาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดในปี 2568 นี้

“การเข้ามาลงทุนปลูกทุเรียนของนักลงทุนต่างชาติในลาวเป็นการขอสัมปทาน จึงทำให้ไม่สามารถระบุรายละเอียด เงื่อนไข พื้นที่ และผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากไม่มีข้อมูลสู่สาธารณะ แต่ยอมรับว่ามีการปลูกทุเรียนหลายร้อยเฮกตาร์ และส่วนใหญ่เป็นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง”

ห่วงอนาคตกระทบส่งออกไทย

ทั้งนี้ จากที่รับรู้ข้อมูลจะมีในพื้นที่ เช่น สามเหลี่ยมทองคำ แขวงบ่อลิคำไซ จำปาสัก เป็นต้น โดยคาดว่าผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดในปีหน้า แต่ยังไม่สามารถประเมินปริมาณได้

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นยังไม่น่ากังวล เพราะมองว่าผลผลิตที่ออกมาจะยังไม่สามารถทดแทนผลผลิตทุเรียนจากไทย โดยทุเรียนของไทยยังมีคุณภาพและได้มาตรฐานการส่งออกเป็นที่ยอมรับในตลาดจีน และจากการติดตามข้อมูล จีนยังไม่ได้พิจารณาอนุญาตนำเข้าทุเรียนจาก สปป.ลาว และในอดีตลาวไม่เคยส่งออกทุเรียน

แต่ในอนาคตหากมีการยกระดับ พัฒนาคุณภาพ และได้รับการรับรองมาตรฐานจะทำให้ทุเรียนลาวส่งออกไปจีนมากขึ้น ซึ่งจะเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย และจะมีผลทำให้ราคาทุเรียนถูกลง

แต่ระหว่างนี้สิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญและติดตามอย่างใกล้ชิด คือการนำทุเรียนไทยไปสวมสิทธิเป็นทุเรียนของลาวเพื่อส่งออกเข้าตลาดจีน และในอีก 5-6 ปีข้างหน้าปริมาณผลผลิตทุเรียนในลาวจะมีเพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการส่งออกทุเรียนไทยไปจีน และลาวยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนการขนส่งที่ถูก เนื่องจากลาวมีชายแดนติดกับจีน และรวมไปถึงปัจจัยต้นทุนการเพาะปลูกที่ถูกกว่ามาก เพราะเชื่อว่านักลงทุนจีนจะนำนวัตกรรม การบริหารจัดการ เข้ามายกระดับการปลูกทุเรียนในลาวที่จะทำให้มีศักยภาพการแข่งขันดีขึ้น

แนะไทยแข่งทำทุเรียนพรีเมี่ยม

นายจตุรงค์ บุนนาค ประธานสภาธุรกิจไทย-ลาว กล่าวว่า การเข้ามาขอสัมปทานการปลูกทุเรียนของนักลงทุนจีน เวียดนาม คาดว่าในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกทุเรียนไทยไปในตลาดจีน แม้ในระยะสั้น จากการติดตามผลผลิต คาดว่าจะยังไม่ได้คุณภาพที่จะส่งออกไปต่างประเทศนั้น แต่มั่นใจว่านักลงทุนจีนจะเร่งพัฒนา ปรับปรุงสายพันธุ์ เพื่อส่งออกเข้าตลาดจีนให้ได้

นอกจากนี้ บางพื้นที่ในลาว อย่างเช่น แขวงจำปาสัก เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และคาดว่าการปลูกทุเรียนจะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพออกสู่ตลาด

นอกจากนี้ ลาวมีชายแดนติดกับจีน มีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบที่จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนจากลาวไปจีนได้เร็วขึ้นและต้นทุนถูกกว่าไทย ดังนั้น สิ่งที่ไทยจะต้องเร่งพัฒนาและยกระดับคือ การทำให้สินค้าไทยเป็นสินค้าพรีเมี่ยม เพราะหากจะแข่งขันด้านปริมาณในอนาคต ไทยอาจจะแข่งขันไม่ได้ จึงต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า

รวมไปถึงการลดต้นทุนการเพาะปลูกและลดต้นทุนการขนส่ง เพื่อให้สินค้าไทยแข่งขันได้ รวมไปถึงการเปิดตลาดใหม่ ๆ เช่น อินเดีย ศรีลังกา

รัฐบาลต้องช่วยโปรโมตทุเรียน

นายภานุศักดิ์ สายพานิช ประธานที่ปรึกษาสมาคมทุเรียนไทยและอดีตนายกสมาคมทุเรียนไทยกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าการปลูกทุเรียนใน สปป.ลาวจำนวนมหาศาล ขณะนี้ผลผลิตยังไม่ออกสู่ตลาด ต้องดูความคุ้มทุนในช่วงที่มีผลผลิตออก วงจรทุเรียนเป็นพืชเกษตรมีปริมาณมากราคาถูกลง การดัมพ์ราคาแข่งขันกันมีข้อจำกัดหลายด้าน การปลูกทุเรียนในพื้นที่ขนาดใหญ่ย่อมมีค่าใช้จ่ายสูง

ส่วนของทุเรียนไทยจำเป็นต้องปรับตัวในปัจจัยหลักสำคัญ 2 เรื่องคือ การทำคุณภาพ โดยให้ความรู้และพัฒนาการผลิต และการช่วยโปรโมตทุเรียนไทยจากรัฐบาลไทย เพื่อแข่งขันกับเพื่อนบ้านที่มีเพิ่มขึ้น

“การปลูกทุเรียนมีข้อจำกัดมาก ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ภูมิอากาศ และการดูแล พื้นที่ปลูกมากไม่ใช่จะได้ผลผลิตมากเสมอไป อย่างเวียดนามเองได้เปรียบทั้งค่าแรงงานถูกและการขนส่งที่รวดเร็ว แต่ยังประสบปัญหาพายุรุนแรง หรือพื้นที่ของไทยบางจังหวัดปลูกทุเรียนได้ผลผลิต 100 กก./ไร่ แต่ในโซนภาคตะวันออก ภาคใต้ ได้ผลผลิต 2 ตัน/ไร่ ซึ่งต้นทุนในการผลิตแตกต่างกันตามพื้นที่” นายภานุศักดิ์กล่าว

เสี่ยงเสียตลาด 60% ให้ลาว-เวียดนาม

นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และในฐานะที่ปรึกษาบริษัท อินเทลลิเจนท์ รีเสิร์ช คอนซัลแตนท์ (ไออาร์ซี) จำกัด กล่าวว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเจอความเสี่ยง โดยเฉพาะตลาดส่งออกทุเรียน เพราะปัจจุบันพบว่าประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนมากขึ้น และมีนักลงทุนเข้าไปปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเวียดนาม รัฐบาลให้ทุเรียนเป็นวาระแห่งชาติ เป้าหมาย 3-4 ปีจะมีผลผลิตใกล้เคียงกับประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีผลผลิตเฉลี่ยต่อปี 1.4-1.5 ล้านตัน

ขณะนี้ทุนจีน ทุนมาเลเซีย มีการเข้าไปลงทุนปลูกทุเรียนในลาว กัมพูชามากขึ้น และยังประกอบกับต้นทุนการเพาะปลูก การผลิตถูกกว่าประเทศไทย บางพื้นที่น้ำดี ดินเหมาะสม มีผลทำให้ผลผลิตทุเรียนดี และประเทศดังกล่าวยังมีข้อได้เปรียบเรื่องสิทธิประโยชน์ในการส่งออกสินค้าเข้าจีนอีก นอกจากนี้ เงินลงทุนยังมีปริมาณสูง มีผลต่อการบริหารจัดการที่จะทำให้การแข่งขันของไทยในตลาดทุเรียนลำบาก

“เวียดนามผลผลิตต่อปีเฉลี่ยอยู่ที่ 9 แสนตัน ลาวผลผลิตทุเรียนยังต่ำกว่า 5 แสนตัน แต่ในอนาคตไม่เกิน 5 ปีปริมาณผลผลิตจะเพิ่มขึ้น และจะมีโอกาสทำให้ส่วนแบ่งตลาดทุเรียนของไทยในจีนลดลง จากปัจจุบันมีปริมาณ 80% มีโอกาสที่จะถูกดึงส่วนแบ่งเหลือเพียง 60% ให้กับลาว เวียดนาม และประเทศอื่นได้”

ทั้งนี้ มูลค่าส่งออกทุเรียนของไทยไปตลาดจีนมีประมาณ 1.5 แสนล้านบาทต่อปี อนาคตมีโอกาสที่ไทยจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับคู่แข่ง และมีโอกาสที่ราคาทุเรียนของไทยในตลาดจีนลดลง จากปัจจุบันเฉลี่ยขายอยู่ที่ 350-400 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนของเวียดนามถูกกว่าไทย 30% เฉลี่ยราคา 300 บาทต่อกิโลกรัม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “จีน-เวียดนาม” บุกปลูกทุเรียนในลาว สัมปทานแสนไร่ เริ่มขายปี’68

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...