‘แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม’ นวัตกรรมไทยเพื่อผู้ป่วย ‘บัตรทอง’
‘กะโหลกศีรษะ’ เปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันอันตรายให้กับศีรษะ อีกทั้งยังเป็นชิ้นส่วนกระดูกของร่างกายที่นับว่ามีโครงสร้างซับซ้อนที่สุด ทำหน้าที่ปกป้องสมองและอวัยวะรับความรู้สึกบางส่วน หากได้รับการกระทบกระเทือน หรือเกิดอุบัติเหตุรุนแรงทางสมอง อาจจะส่งผลอันตรายถึงชีวิต วิธีช่วยให้รอดชีวิต คือ ต้องได้รับการผ่าตัดรักษาอย่างถูกวิธี โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยหนุนเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศเข้าถึงนวัตกรรมการแพทย์อย่าง “เท่าเทียม” และ “ง่าย” ขึ้น
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นำทีมศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ผู้สนับสนุนการผลักดันนวัตกรรมไทยสู่การใช้ประโยชน์ ลงพื้นที่ไปยัง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อแถลงข้อตกลงร่วมเป็นหน่วยบริการรับส่งต่อโรคทางสมองระบบประสาทไขสันหลังและนวัตกรรม “แผ่นเปิดกะโหลกศีรษะด้วยวัสดุไทเทเนียมและ PMMA” ระหว่างโรงพยาบาล (รพ.) ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมติดตามการผ่าตัดใส่กะโหลกเทียมในผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุสำหรับผู้ป่วยในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ณ รพ.ศูนย์การแพทย์วลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช
“ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ” รองเลขาธิการ สปสช. เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 มีมติเห็นชอบข้อเสนอการเพิ่มสิทธิประโยชน์บริการแผ่นปิดกะโหลกศีรษะเฉพาะบุคคลผลิตจากโลหะไทเทเนียม ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ สำหรับใช้กับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดสมองและไม่สามารถใช้กะโหลกเดิมในการปิดศีรษะได้ ซึ่งภายหลังจากที่บอร์ด สปสช.มีมติเห็นชอบสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ได้มี รพ.ติดต่อขอใช้เวชภัณฑ์แผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากโลหะไทเทเนียมแล้ว 37 แห่ง ซึ่งจากการตอบรับของ รพ.ที่ค่อนข้างเร็ว ทำให้เห็นได้ว่านวัตกรรมทางการแพทย์ที่คิดค้นจากนักวิจัยไทยได้รับการยอมรับ และเป็นที่ต้องการของบุคลากรทางการแพทย์เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วย
“คาดว่า จะมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาด้วยแผ่นปิดกะโหลกศีรษะ ทั้งผู้ป่วยรายใหม่ และผู้ป่วยสะสมที่รอการรักษาประมาณ 1,000-4,000 รายทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นกลุ่มวัยทำงาน และวัยสูงอายุ ที่เจ็บป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ต้องได้รับการฟื้นฟูหลังได้รับการรักษา รวมไปถึงผู้ป่วยประสบอุบัติเหตุทางท้องถนน และได้รับบาดเจ็บศีรษะอย่างรุนแรงที่มีจำนวนมากเช่นกัน บางรายจะต้องเปิดกะโหลกศีรษะ เมื่อรักษาแล้วเสร็จ ก็ต้องปิดกลับด้วยเวชภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันความเสียหายของเนื้อสมอง ช่วยให้ความดันภายในสมองเป็นปกติ ซึ่งจะมีผลอย่างมากต่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด” ทพ.อรรถพร กล่าว
เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ผู้ป่วยกลุ่มบัตรทองสามารถใช้สิทธิการรักษานี้ได้ ซึ่งจะทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีราคาสูงได้อย่างเท่าเทียม ไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากบอร์ด สปสช.ได้อนุมัติเป็นชุดสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพให้แก่คนไทยสิทธิบัตรทองแล้ว
“ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีสามมิติในการขึ้นรูปกะโหลกศีรษะของผู้ป่วย และจำลองออกมาให้เหมือนกับกะโหลกเดิมของผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด โดยใช้วัสดุ 2 แบบ ประกอบด้วย 1.วัสดุไทเทเนียม นำไทเทเนียมมาขึ้นรูปด้วยการใช้ความร้อนให้เหมือนกับกะโหลกศีรษะเดิมของคนไข้ เป็นนวัตกรรมผลิตโดยคนไทย คือ บริษัท เมติคูลี่ จำกัด ผลิตขนาด S, M, L ราคาแตกต่างกันไป แต่ สปสช.ได้ทำข้อตกลงและสามารถซื้อได้ในราคาเดียวในทุกขนาดอยู่ที่ราคา 48,000 บาท 2.วัสดุ PMMA (Polymethyl methacrylate) นำแผ่นอะคริลิคมาขึ้นรูปให้เข้ารูปกับกะโหลกเดิมของคนไข้ ซึ่ง สปสช.จัดซื้อในราคาเดียวประมาณ 25,000 บาท โดยทั้ง 2 รายการ ถูกบรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์บัตรทองตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567” ทพ.อรรถพร อธิบาย
ด้าน “นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ” ผู้อำนวยการ รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวถึงการผ่าตัดโรคทางสมอง และระบบประสาทไขสันหลัง ว่า รพ.สามารถรักษาได้ทุกประเภท ทั้งการบาดเจ็บทางสมอง เส้นเลือดโป่งพองในสมอง เนื้องอกในสมองและไขสันหลัง กระดูกคอสันหลังส่วนอกจนถึงสะเอวกดทับเส้นประสาท การระบายน้ำในช่องเยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง นอกจากนั้น ยังสามารถผ่าตัดปิดกะโหลกของผู้ป่วยที่ได้รับการบาดเจ็บโดยใช้นวัตกรรมแผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากไทเทเนียม
“รพ.ยินดีให้การรักษาแก่ผู้ป่วยทั้งในและนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะต้องใช้ใบส่งตัวหรือไม่ใช้ ทั้งนี้ รพ.ได้ทำการผ่าตัดใส่แผ่นกะโหลกไทเทเนียมให้ผู้ป่วยเป็นรายแรกของ รพ. แล้ว ส่วนความแตกต่างระหว่างวัสดุไทเทเนียม และวัสดุ PMMA นั้น ขึ้นอยู่กับว่า คนไข้เหล่านี้ประกอบอาชีพอะไร ทั้งนี้ วัสดุไทเทเนียมจะให้ความรู้สึกทนทานมากกว่า มักจะใช้ในผู้ป่วยที่ประกอบกิจกรรมหักโหมมาก จะทำให้เพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น แต่มีข้อจำกัดคือ ไทเทเนียมสามารถนำความร้อน-เย็นได้ แต่แก้ไขได้ด้วยการสวมหมวก ส่วนวัสดุ PMMA จะมีความบางกว่า หากกระแทก อาจมีโอกาสเสียหายได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ร่วมกับการประกอบอาชีพของผู้ป่วย” นพ. อารักษ์ ชี้ให้เห็นความแตกต่าง
ขณะที่ “พญ.ศศิกานต์ สุขห่อ” แพทย์เฉพาะทางสาขาประสาทศัลยศาสตร์ รพ.ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวเสริมถึงการผ่าตัดใส่แผ่นกะโหลกไทเทเนียมรายแรกของ รพ.ว่า คนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัดได้รับการวินิจฉัยเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นดูราจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดเอาเลือดในสมองออกร่วมกับการผ่าตัดเปิดกะโหลกเพื่อระบายความดันในสมอง หลักจากนั้นจึงนัดมาปิดกะโหลก โดยทีมแพทย์ได้ใส่แผ่นกะโหลกไทเทเนียมให้ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน เพราะ รพ.มีความพร้อมทั้งทีมแพทย์ ห้องผ่าตัด และหอผู้ป่วย
แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังคือ อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้ต้องนอน รพ.นานขึ้น เช่น ติดเชื้อจากอุปกรณ์ที่ใช้ในการปิดกะโหลก ซึ่งหากมีภาวะดังกล่าว แพทย์จะให้ยาฆ่าเชื้อต่อไป” พญ.ศศิกานต์ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม’ นวัตกรรมไทยเพื่อผู้ป่วย ‘บัตรทอง’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th