โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ปริญญา ชวน ‘บิ๊กแจ๊ส’ ปลูกให้หลุดโผจังหวัดไร้ป่า ชง ‘ชัชชาติ’ ดันข้อบัญญัติ ‘ต้นไม้ใหญ่=สมบัติเมือง’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ธ.ค. 2567 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2567 เวลา 13.11 น.

‘ปริญญา’ ชวน ‘บิ๊กแจ๊ส’ ปลูกป่าในปทุมธานี ให้หลุดโผจังหวัดไร้ป่า พร้อมเสนอผู้ว่าฯ ชัชชาติ ดันข้อบัญญัติ กทม.ให้ต้นไม้ใหญ่เป็นสมบัติของเมือง

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่มิวเซียมสยาม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เครือมติชน นำโดย FEED จัดงาน “FEED MUSIC 2024 : GREEN FEST” เทศกาลดนตรีในสวนที่เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมฟังดนตรีจากศิลปินชื่อดังพร้อมเวทีทอล์กโชว์จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญฟรีตลอดงาน โดยสามารถเช้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม – 8 ธันวาคมนี้

โดยมีผู้บริหารเครือมติชนร่วมงาน นำโดย นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายพัฒนพันธุ์ วงษ์พันธุ์ ที่ปรึกษา บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ในเครือมติชน และ บรรณาธิการ กอง บก.ประชาชาติธุรกิจ, นายสมปรารถนา คล้ายวิเชียร รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดียเครือมติชน, นายวิชญศักดิ์ สุวรรณทัต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการระบบสื่อออนไลน์ในเครือมติชน และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ข่าวสด จำกัด, นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน, นายสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร บรรณาธิการ กอง บก.มติชนสุดสัปดาห์, นายพิชญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์ บรรณาธิการบริหารออนไลน์ กอง บก.มติชนสุดสัปดาห์, นายมณฑล ประภากรเกียรติ ผู้อำนวยการสำนักพิมพ์มติชน เป็นต้น

โดยภายในงานวันนี้มีดนตรีเพราะๆ จากศิลปินดัง อย่าง YONLAPA และ วงนั่งเล่น พร้อมเวทีทอล์กโชว์ให้ความรู้ และกิจกรรมที่ให้ร่วมสนุกอีกมากมาย พร้อมทั้งโซนอาหารร้านเด็ดภายในงาน อาทิ อนันต์จะปั่นชาเย็น, เจ๊แม๊กซ์เองเว้ยเห้ย, แม่หมูสะเต๊ะ ,ป๊อปคอร์นโรงภาพยนตร์เมเจอร์, ลูกชิ้นแม่ประณาม, God of Grill เป็นต้น

บรรยกาศเวลา 17.00 น. มีการเสวนาในหัวข้อ ‘เมืองสีเขียว บทบาทของต้นไม้ในการสร้างสมดุลให้กับชีวิต’ โดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นอีกหนึ่งบทบาทการทำงานด้านสิ่งแวดล้อม ในฐานะหมอต้นไม้ หรือ ‘รุกขกร’ มืออาชีพ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า คนเมืองจำนวนมากรังเกียจต้นไม้ ไม่อยากกวาดใบไม้ ใจนึงก็อยากได้ร่มเงา อันนี้ก็เป็นปัญหาว่าทำให้ธรรมชาติมันเสียสมดุล โลกเคยมีป่าไม้ 3 เท่า จาก 100 ปีที่แล้ว เราตัดไม้ทำลายป่าไปแล้ว 2 ใน 3 ของต้นไม้ที่เคยมี ประชากรโลกปัจจุบันทะลุ 8,000 ล้านคนแล้ว ในวิถีชีวิตทุวันนี้ใช้ไฟฟ้าเปิดแอร์ก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว 80% ของไฟฟ้าที่ใช้มาจากเชื้อเพลิงที่มาจากฟอสซิล ซึ่งเป็นคาร์บอนที่มีการสะสมไว้กลับสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้โลกร้อนขึ้นจากการกระทำของมนุษย์

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า เมื่อก่อนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ตัดต้นไม้แบบกุด จุดเปลี่ยนเมื่อ 9 ปีที่แล้ว ตนที่ตอนนั้นเป็นรองอธิการบดีที่ท่าพระจันทร์ ระดมพรรคพวกกับ นางอรยา สูตะบุตร ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่ม ‘Big Trees’ ไปพบพลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.ในขณะนั้น ทาง มธ.กับ Big Trees จะจัดอบรมหลักสูตรรุกขกรให้กับคนดูแลต้นไม้ของ กทม.ทั้ง 50 เขต โดย กทม.ก็ยินดีร่วมด้วย

โดยการตัดแต่งต้นไม้ในเมืองต้องตัดให้เป็นร่มเงา ให้เป็นก้านแผ่ร่มด้านบน ตัดแต่งกิ่งด้านล่าง ซึ่งเดิมเคยมีหลักสูตรรุกขกร 40 วัน จึงปรับเป็น 6 วัน โดยเน้นภาคปฏิบัติ โดย 5 ปีผ่านไปอบรมรุกขกรไปแล้ว 500 คน

“พลเมืองตระหนักความเป็นเจ้าของประเทศ รัฐบาลอย่าไปรอ ถ้าเราลงมือทำ เขาจะฟังเรา อย่างเรื่องการตัดแต่งต้นไม้ในเมืองค่อนข้างสำเร็จ” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า แรงบันดาลใจการเป็นรุกขกร มาจากการไปประเทศสิงคโปร์ เมื่อปี 2555 มีการจัดสัมมนาที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ เป็นเมืองที่เย็นไม่ร้อน เพราะต้นไม้เยอะกว่ากรุงเทพฯ 4 เท่า เป็นตัวอย่างเมืองที่ต้นไม้อยู่ร่วมกับอาคาร ถนนได้ เหตุที่ร่มเงาจากต้นไม้ถึงเย็นกว่าสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพราะมีการออสโมซิสของต้นไม้ ส่งน้ำไปถึงใบแล้วมีการคายน้ำ ทำให้ใต้ต้นไม้เหมือนแอร์ไอน้ำ

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า มีงานวิจัยรองรับถ้าเด็กโตมากับต้นไม้ชีวิตจะมีจินตนาการ สมดุล ชีวิตมีความสุข ส่วนเด็กที่โตมากับปูน หรือไอแพด ชีวิตเขาจะแห้งแล้งมาก และจะทำลายธรรมชาติหนักกว่าเดิม กทม.ก็มาถึงจุดเปลี่ยนจนถึงสมัย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่มีนโยบายปลูกต้นไม้ล้านต้น ซึ่งช่วยให้เมืองร่มรื่นมากขึ้น โดยเครื่องมือที่ลดโลกร้อนได้ดีที่สุดคือต้นไม้ ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่สู้ได้ ซึ่งมีอยู่หน่วยงานหนึ่งที่ชอบตัดต้นไม้คือ กรมทางหลวง เมื่อมีการขยายถนนจาก 2 เลนเป็น 4 เลน ก็จะตัดต้นไม้ออก

“สภาวะโลกร้อนจะร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียสไม่ได้ ตอนนี้อยู่ที่ 1.1 องศาเซลเซียสแล้ว ประมาณปี 2573 จะแตะขึ้นไปที่ 1.5 องศาเซลเซียส ไปถึงจุดที่แก้ไม่ทัน ต่อให้ทำอาณานิคมที่ดาวอังคารสำเร็จก็ไม่เพียงพอ เลิกพูดไปหาบ้านที่ 2 มีอยู่บ้านนี้บ้านเดียว รักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้ได้ แล้วเครื่องมือที่รักษาบ้านนี้ไว้ได้คือต้นไม้ นอกจากปลูกใหม่แล้ว ต้องรักษาของเดิมด้วยการตัดแต่งให้ถูกวิธี” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ตอนนี้มาในยุคสถาปัตยกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จะเริ่มเห็นดาดฟ้า ระเบียง ผนังอาคารมีต้นไม้ โดยมนเมืองสามารถเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้ ถ้าอยู่ตึแถวดาดฟ้าปลูกต้นไม้ได้ ตัวอย่างอาคารป๋วย 100 ปี ที่ มธ.ศูนย์รังสิต แบบแรกมีการปูพื้นหญ้าบนหลังคาเพียงอย่างเดียว ตอนนั้นตนเป็นรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืน และบริหารศูนย์รังสิต จึงขอเปลี่ยนแบบให้มีการปลูกต้นไม้ ปลูกผัก แทน โดยหลังคาเขียวป้องกันความร้อนเข้ามาในอาคารได้ถึง 30% ซึ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 30%

“การแก้โลกร้อนส่วนหนึ่งมาจากระบบอาหาร แต่ละอย่างในจานข้าวของท่านเดินทางมาไกลแค่ไหน การเดินทางมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กับฝุ่น PM 2.5 มากขนาดไหน แนวทางคือเน้นสินค้าท้องถิ่นให้มากขึ้น จะได้ขนส่งน้อยลง ทุกท่านที่มีดาดฟ้าปลูกผัก ปลูกต้นไม้อะไรก็ได้” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวต่อว่า มีคู่มือการปลูกต้นไม้ ที่ร่วมกับ Big Trees สามารถไปดาวน์โหลดได้ ซึ่งมีการแนะนำชนิดต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกในพื้นที่ต่างๆ ตนแนะนำต้นยางนา เป็นต้นไม้พื้นถิ่นของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา แนะนำให้ไปดูป่ายางนา วัดจุฬามณี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เหลืออยู่ผืนป่าสุดท้าย 30 ไร่

ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า ถ้าท่านเห็นการตัดต้นไม่ต้องช่วยกันบอกว่าอย่าตัด ต้องโทรหาผู้บริหารเมืองหาทางหยุดการตัดต้นไม้ ต้นไม้ในกรุงเทพฯ มีเยอะ แต่รอการถูกตัด พื้นที่ว่างเปล่าที่มีต้นไม้ใหญ่เตรียมถูกตัดเพื่อทำศูนย์การค้า บ้านจัดสรร

อยากเสนอต่อผู้ว่าฯ ชัชชาติ ผลักดันข้อบัญญัติ กทม. ให้ต้นไม้ใหญ่เป็นสมบัติของเมือง โดยที่สิงคโปร์มีกฎหมายที่ต้นไม้ใหญ่เป็นสมบัติของชาติ ห้ามตัดทิ้งเอง เพราะเป็นชีวิตของเมือง ต้องทำไปพร้อมกันทั้งปลูกต้นไม้ใหม่ และรักษาของเดิมไว้ด้วยการตัดแต่งให้ถูกวิธี ซึ่งยังมีการเปิดอบรมรุกขกรอยู่เรื่อยๆ” ผศ.ดร.ปริญญาชี้

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ในประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้อยู่ประมาณ 33% ซึ่งน้อยเกินไป ต้องเพิ่มให้อย่างน้อย 40% กรุงเทพฯเป้นตัวอย่างในการเพิ่มต้นไม้ ไทยมีพื้นที่รกร้างอยู่มากทั้งที่ราชพัสดุ ที่สาธารณะ ถ้าเรามีนโยบายก็สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าได้ทั่วประเทศเลย ตอนนี้มี 3 จังหวัดที่ไม่มีป่าไม้ คือ นนทบุรี ปทุมธานี และอ่างทอง ตนได้ชวน พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง (บิ๊กแจ๊ส) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ให้หลุดจากรายชื่อจังหวัดที่ไม่มีป่าไม้

“ขอท้า นนทบุรี อ่างทอง แข่งเพิ่มพื้นที่ป่าประเทศไทยให้ถึง 40%”

“คนกรุงเทพฯ ต้องไม่รังเกียจต้นไม้ อยากให้ลูกของท่านโตมาในเมืองที่มีแต่คอนกรีตหรือ จิตใจผู้คนที่โตมากับปูนมันก็ปูน มันไม่ละเอียดอ่อนไม่มีชีวิต ต้องการเห็นลูกหลานของเราอ่อนโยน รักผู้อื่น คิดถึงธรรมชาติและรักษาโลกใบนี้ให้เป็นบ้านอยู่ตราบนานเท่านาน ต้องรักษาธรรมชาติ ธรรมชาติไม่ไช่สิ่งอื่นใด ธรรมชาติคือเรา ช่วยกันเพิ่มต้นไม้เพื่อเรา เพื่อลูกของเรา และเพื่อชีวิตของเราทุกคนบนโลกใบนี้ ให้เป็นบ้านของพวกเราตลอดไป” ผศ.ดร.ปริญญากล่าวทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปริญญา ชวน ‘บิ๊กแจ๊ส’ ปลูกให้หลุดโผจังหวัดไร้ป่า ชง ‘ชัชชาติ’ ดันข้อบัญญัติ ‘ต้นไม้ใหญ่=สมบัติเมือง’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...